จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านคู่กรณี ซึ่งเป็นพ่อค้าขายเนื้อหมูที่ตำบลบ้านยาง ชื่อนายวสันต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี (คนรูปร่างท้วมที่ปรากฏในคลิป) ซึ่งเพิ่งออกจาก รพ. โดยสภาพ นายวสันต์ บริเวณใบหน้าศรีษะปูดบวม มีแผลถูกเย็บเกือบทั้งหน้า และกรามเย็บกว่า 30 เข็ม จากที่ถูกอีกฝ่ายใช้ขวดตี แต่ไม่อนุญาตให้สื่อบันทึกภาพ แต่ให้ข้อมูลว่า
ก่อนเกิดเหตุคู่กรณีเดินถือชามก๋วยเตี๋ยวไปนั่งด้วย ทั้งที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แล้ว มาถามตนเองว่า “เคยติดคุกมั๊ย ติดคดีอะไร” มันรู้สึกเหมือนกับหยามจิตใจ ซึ่งไม่สมควรที่จะถามแบบนี้ เพราะไม่ได้รู้จักกัน และตนเองก็ทำอาชีพค้าขายคนรู้จักเยอะไม่ควรจะมาถามแบบนี้
แต่ถ้าคนดูจากภาพในคลิปก็อาจจะมองว่า ตนผิดที่เป็นฝ่ายไปตีเขาก่อน เพราะในคลิปไม่ได้ยินเสียงว่า เขาพูดเยาะเย้ยเหยียดหยามตนเองก่อน สังคมก็จะตัดสินไปแค่ตามภาพที่เห็นเท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่เป็นธรรมกับตน ส่วนที่อีกฝ่ายไปแจ้งความว่าถูกทำร้ายและอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวนั้น ตนก็จะแจ้งกลับเหมือนกันว่า เป็นการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุเพราะตนก็บาดเจ็บสาหัสกว่าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
ขณะที่ป้าจันทร์ แม่ของนายวสันต์ บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูกชายอาจจะเป็นฝ่ายทำร้ายเขาก่อน แต่ก็อยากจะขอความเป็นธรรมให้ลูกด้วย เพราะลูกชายถูกอีกฝ่ายพูดหยามจิตใจ ด้วยการถามว่า เคยติดคุกหรือไม่ติดคดีอะไร ซึ่งคนเราไม่เคยรู้จักกัน ก็ไม่ควรจะถามเรื่องแบบนี้ ซึ่งมันไม่สมควร เพราะครอบครัวตนเองก็ทำอาชีพค้าขายคนรู้จักเยอะ ก็ยอมรับว่าลูกเคยติดคุกจริง 6 ปีคดีพยายามฆ่า
แต่เขาก็ได้รับโทษกับสิ่งที่ทำไปแล้ว คนเราก็ผิดพลาดกันได้ไม่ควรจะมาตอกย้ำซ้ำเติมแบบนี้ ซึ่งลูกตัวเองก็เป็นผู้ชายและเป็นคนใจร้อนถ้าใครพูดจาไม่เข้าหูก็จะอารมณ์ร้อน ตนก็พยายามบอกลูกตลอด แต่คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพอถูกถามหยามจิตใจก็คงจะทนไม่ไหว เบื้องต้นตำรวจให้ชดใช้ค่าเสียหายให้ร้านก๋วยเตี๋ยวคนละครึ่งกับคู่กรณี แต่อีกฝ่ายไม่ยอมจ่าย ตนก็ไม่อยากจะมีปัญหา จึงยอมชดใช้ฝ่ายเดียว 14,000 บาท ส่วนที่คู่กรณีจะมาเรียกร้องค่าเสียหาย 40,000 บาทนั้น ก็คงไม่จ่ายเพราะลูกชายตนก็เจ็บหนักเหมือนกัน ก็คงให้ว่ากันไปตามกฎหมาย
ขณะที่ พ.ต.ท.เฉลียว พยัคฆกุล สารวัตร (สอบสวน) สภ.ลำปลายมาศ ได้ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้น นายภานุเดช ฝั่งที่ถูกทำร้ายก่อนมาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ ซึ่งได้สอบปากคำเบื้องต้นไว้ และไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ตอนนี้รอผลตรวจยืนยันจากแพทย์ว่า บาดเจ็บสาหัสหรือไม่สาหัส
หลังจากนั้นก็จะเรียกสอบคู่กรณีทั้งสองฝ่าย แต่หากอีกฝ่ายจะแจ้งความว่าถูกทำร้ายเหมือนกัน ก็เป็นสิทธิ์สามารถแจ้งได้ ก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะดำเนินคดีตามขั้นตอน
สุรชัย พิรักษา /เรืองรุจ วังแจ่ม รายงานจากจ. บุรีรัมย์
คลิปวันเกิดเหตุ