นายอนุชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เวลาประมาณ 11.19 น. แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรแบบวิดีโอคอลผ่านไลน์ เปิดให้เห็นเป็นหน้าชายแต่งกายชุดตำรวจ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการตำรวจจราจร พร้อมอ้างขอตรวจสอบข้อมูลกรณีผู้เสียหายพัวพัน คดีรถยนต์ ที่ จ.ตราด เพื่อความบริสุทธิ์ โดยขอเลขบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อตรวจสอบ หลังตนเองเริ่มหลงเชื่อ จึงเพิ่มข้อมูลอาจพัวพันเกี่ยวกับคดีฟอกเงิน จำเป็นต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยขอเลขบัญชีธนาคาร พร้อมให้เหยื่อโอนเงินทั้งหมดจาก ธ.ออมสิน 315,912.45 บาท และ ธ.กรุงไทย 13,859.59 บาท รวม 329,775.59 บาท ให้ยัง ธนาคารกรุงเทพ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน และจะโอนเงินทั้งหมดคืนภายใน 30 นาที
“ที่ตัดสินใจโอนเงิน เพราะเขาให้ระบุตรงบันทึกการโอนเงิน ว่า ส่งเงินเข้าตรวจสอบกับ ปปง. จึงยิ่งเชื่อใจ หลังโอนเงินนำเรื่องบอกพ่อแม่ ได้รู้ว่าโดยหลอก จึงเข้าแจ้งความ จากการตรวจสอบทราบชื่อเจ้าของบัญชีที่โอนให้ คือ น.ส.สุชาดา (สงวนนามสกุล) และแจ้งอายัดหมายเลขบัญชีดังกล่าว แต่ไม่ทันกาล เนื่องจากมีการโอนเงินทั้งหมดออกไปหลังจากเหยื่อโอนเงินไม่ถึง 1 นาที”
แต่ที่เจ็บใจสุดๆ เมื่อเหยื่อโอนเงินแล้ว ยังมีการโทรเยาะเย้ย ว่า “ไปแจ้งความก็เท่านั้น อยากได้เงินคืนให้ ต้องมาที่เวียดนามนะจ๊ะ ต่อไปอย่ารับสายคนแปลกหน้านะ จะได้ไม่ต้องเสียตังค์ 3 แสน ทิ้งท้าย...โง่...และท้าทายไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ”