ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 11 ปลอกตกอยู่บนพื้น หัวกระสุนจำนวน 1 หัว และลูกกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ใช้งานอีก 1 นัด ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทางพนักงานรักษาความปลอดภัย หรือการ์ด ของร้าน ได้แย่งจากคนร้ายไว้ได้ เป็นอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ภายในแม็กกาซีนยังบรรจุลูกกระสุนหลงเหลืออยู่จำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและเก็บไว้เป็ตนหลักฐาน ท่ามกลางบรรดาญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่เกิดเหตุ
แนวทางการสอบสวน เบื้องต้น ทราบว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตเดินทางมานั่งดื่มกินกันช่วงเที่ยงคืน จำนวน 3 คน ที่โต๊ะหมายเลข 20 โดยมีผู้ตาย และนายเอกพจน์ (ผู้บาดเจ็บ) ส่วนนายวุฒิชัย คงแป้น หรือเด่น อายุ 42 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ จ.ส.ต.ชุติพนธ์ นาคแก้ว หรือจ่าเบิร์ด ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ปฎิบัติหน้าที่ช่วยราชการชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (S.W.A.T) ภ.จว.ตรัง มานั่งดื่มกินพร้อมกับเพื่อนซึ่งเป็นตำรวจด้วยกัน รวม 2 คน ที่โต๊ะหมายเลข 23 โดยที่ตำรวจทั้ง 2 ราย เป็นอดีตการ์ดของทางร้าน เพิ่งลาออกจากร้านไปได้ประมาณ 1 เดือน มานั่งดื่มกินกันช่วงประมาณ 3 ทุ่ม ก่อนจะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ทำให้การ์ดของทางร้านได้เข้าตะครุบตัวผู้ก่อเหตุ จนยื้อแย่งอาวุธปืนจากมือยิงมาได้ ทำให้มือยิงและเพื่อนตำรวจด้วยกันวิ่งออกจากร้านและขับรถหลบหนีไป โดยที่ทั้งสองฝ่ายเป็นลูกค้าประจำของทางร้าน
ด้าน น.ส.ณัฐ พนักงานเสริฟของร้าน (หนึ่งในพยาน) เล่าว่า ตำรวจทั้ง 2 นายมานั่งดื่มกินและเมาหนักมาก คาดว่าดื่มกินมาจากที่อื่นแล้ว ก่อนที่มือยิงจะถีบเก้าอี้กระเด็นไปโดนผู้ตายทำให้ผู้ตายโมโห ลุกขึ้นไปผลักมือยิงออก ก่อนผู้ตายจะเดินขึ้นมาทางบันไดชั้น 2 ทำให้มือยิงชักอาวุธปืน เดินตามประกบหลังและยิงใส่จากด้านหลังในทันที หลังจากนั้นเพื่อนของผู้ตายเดินขึ้นจากโต๊ะไปช่วย ทำให้โดนยิงไปด้วย ซึ่งช่วงเกิดเหตุมีลูกค้านั่งกันประมาณ 20 โต๊ะ
ส่วน นายวุฒิชัย คงแป้น หรือเด่น อายุ 42 ปี เพื่อนที่มาด้วยกันกับผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใครกันมาก่อน มานั่งดื่มกินกันปกติ ตอนเกิดเหตุตนเองเต้นอยู่ห่างจากโต๊ะ มารู้อีกทีก็ได้ยินเสียงปืน และเห็นผู้ก่อเหตุเดินมาไล่ยิงเพื่อนตนแล้ว
ขณะที่ พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาว์ดำ ผกก.สภ.เมืองตรัง ระบุว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่ม ได้สั่งการให้ทางตำรวจ สภ.เมืองตรัง เข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยตามปกติในประจำทุกวัน และเตรียมที่จะออกตรวจอีกครั้งในช่วงร้านปิดให้บริการ แต่ปรากฏว่าได้เกิดเหตุดังกล่าวก่อน ที่ผ่านมาทางตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดมาตลอด และหลังจากนี้จะกำชับดูแลให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวพยาน ซึ่งเป็นเพื่อนผู้เสียชีวิต และพนักงานเสิร์ฟของร้านทั้งหมดจำนวน 7 ปากไปสอบปากคำ เบื้องต้นให้การสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันและเป็นประโยชน์กับทางคดี ส่วนปมสาเหตุคาดว่ามาจากมีเรื่องเขม่นกันภายในร้าน แต่ยังคงไม่ตัดประเด็นอื่นๆทิ้ง ซึ่งอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ขณะที่ตำรวจผู้ก่อเหตุยังหลบหนี ทางกำลังตำรวจ ได้จัดชุดไล่ล่าตัวอย่างเร่งด่วนแล้ว ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ฟังคลิปจากผู้เห็นเหตุการณ์