ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสงสัย เกี่ยวกับการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ในการควบคุมตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติด และขยายผลยาเสพติดนั้น มีการประสานกันระหว่าง ฝ่ายปกครองและตำรวจหรือไม่ พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ในเคสทั่วไป ได้มีการประสานกันตลอด ยกเว้นเคสนี้ ต้องขอเวลาให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ประสานกันหรือไม่อย่างไร
เช่นเดียวกับการให้น้ำหนักว่า เหตุการณ์นี้เป็นการชิงตัวผู้ต้องหานั้น ทั้งหมดมาจากคำให้การของปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฎิบัติการ ขณะเดียวกันหลังจากนี้ จะมีการสอบปากคำผู้ต้องหา ที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยอีกทางหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีพิรุธหลายอย่าง ทั้งเรื่องการชิงตัวผู้ต้องหาซึ่งกล้ามาก ทั้งเรื่องการไม่ประสานงานร่วมกัน ของฝ่ายครองเละตำรวจ รวมถึงจำนวนของคนร้าย 20 คนที่มีอาวุธครบมือ ซึ่งมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ จะเป็นกรณีโอละพ่อ ทาง พล.ต.ท.สมพงษ์ บอกเพียงว่า ยังไม่มีข้อมูลในประเด็นนี้ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน โดยเฉพาะการสอบปากคำผู้ต้องหา และผู้เสียหายทั้งหมดให้ครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม แนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ได้มีการเร่งติดตามหากลุ่มคนร้าย ทั้งในพื้นที่ของจังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง เนื่องจากจุดเกิดเหตุนั้น เป็นอำเภอรอยต่อ ที่สามารถเชื่อมโยงกันระหว่าง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง นอกจากนี้ยังตรวจสอบกล้องวงจรปิดของชาวบ้าน ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพรถยนต์จำนวนหลายคัน ที่ขับตามกันเป็นกลุ่ม และบางจุดมีการขับในลักษณะการขับปาดหน้ากันไปมาด้วย