ด้าน นายสมคิด อุทัยพิบูลย์ ประธานสภา อบต.บางเลน ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า สัญญาการจัดงานดอนเจดีย์เป็นสัญญาที่ทำสมัยผู้ว่าคนเก่า เพราะผู้ว่าฯ ณัฐภัทร สุวรรณประทีป เพิ่งจะย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ช่วงจะจัดงานในปี 2564 โควิดในสุพรรณบุรีกำลังระบาดอย่างหนัก ผู้ว่าภัฐภัทร ไม่กล้าจัดงาน จึงเลื่อนการจัดงานมาจัดในปี 2565
และทีมงานดอนเจดีย์ไม่จ้าง "แอ๊ด คาราบาว" เพราะ "แอ๊ด คาราบาว" มา จ้างมาครั้งละ 3-4 แสนบาท เก็บค่าผ่านประตูไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ้าง ที่รู้ข่าวมาจ้างวงอื่นมามีกำไรไม่มาก แต่ก็ไม่ขาดทุนเหมือนจ้างวง "แอ๊ด คาราบาว" และถ้าจ้างวง "แอ๊ด" มา คนต้องมาเยอะ แต่ขณะนั้นโควิดยังแรงอยู่ และช่วงที่แอ๊ด คาราบาวพูดบนเวทีตนอยู่หน้าเวทีพอดี รู้สึกตกใจไม่คิดว่า น้าแอ๊ด จะตำหนิผู้ว่าฯ ด้วยถ้อยคำรุนแรงขนาดนั้น
นายมณเฑียร ด้องสกุล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.บางเลน ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตอนเกิดเหตุ ทุกคนไม่คิดว่า น้าแอ๊ดจะพูดแบบนั้นบนเวที และไม่มีใครทราบว่า น้าแอ๊ดมีปัญหาคาใจระดับผู้ใหญ่อย่างไร ระหว่างทดลองเครื่องเสียง ซึ่งขณะนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เดินทางกลับแล้ว แขกผู้ใหญ่เริ่มเดินทางกลับ ช่วงนั้นผมขึ้นไปถ่ายคลิปบนเวทีพอดี เมื่อลงจากเวทีเจอกับกำนันพุกเจ้าภาพพอดี
พอวงคาราบาวเริ่มเล่นเพลงที่สอง น้าแอ๊ดก็เริ่มพูดระบายความรู้สึกออกมา ทำให้ทุกคนตกใจ พวกเราซึ่งยืนอยู่ด้านล่างก็เริ่มเครียด เพราะงานนี้มีแต่ระดับผู้นำชุมชน ในอำเภอสองพี่น้อง มาร่วมกิจกรรม เวลาน้าแอ๊ดพูดจะมีเสียงเฮตอบรับกับน้าแอ๊ด แต่ลึก ๆ ดูจากใบหน้าของเจ้าภาพแล้ว รู้ว่ากำลังไม่สบายใจ จึงให้กำนันพุกซึ่งเป็นเจ้านายไปนั่งพัก
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 กล่าวว่า กำนันพุก เจ้าภาพเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์คงต้องให้ผู้ใหญ่ไปเคลียร์กันเอง พวกเราคงไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง และอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใจเย็น และอยากให้น้าแอ๊ดมาเคลียร์กับผู้ว่าฯ อยากให้คนสุพรรณรักกันมากที่สุด เพื่อให้จังหวัดสุพรรณพัฒนามากที่สุด