นายไมตรี อินทนาม อายุ 72 ปี รับจ้างทั่วไป กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาฝนตกหนักทำให้น้ำขึ้นเร็วและแรง ช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้ยินเสียงกระเบื้องดังจากพื้นภายในบ้านจึงตะโกนบอกคนในครอบครัวให้รีบวิ่งออกจากบ้าน ก่อนฝาบ้านพังลงมาทำให้ทรัพย์สินมีค่าพังเสียหาย ซึ่งบ้านหลังนี้ตนอาศัยมานานกว่า 10 ปีแล้ว
นางเกศริน อินทนาม อายุ 36 ปี อาชีพ ค้าขาย (ลูกสาว) กล่าวทั้งน้ำตาว่า วันนี้น้ำขึ้นสูง ตนก็พยายามวิดน้ำออกจากบ้าน เพราะว่าบ้านตนเป็นพื้นที่ต่ำกว่าถนน ในขณะที่กำลังวิดน้ำออก ตนเห็นน้ำพุ่งเข้ามาตามรอยแตกร้าวของฝาบ้าน จากนั้นไม่นานฝาบ้านก็พังถล่มเปรียบเสมือนกับภูเขาไฟระเบิดทำให้ทีวี ตู้เย็น พังเสียหาย รวมถึงชุดนักเรียนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่อยู่ภายในบ้าน ตอนนี้ลอยอยู่บนน้ที่ท่วมขังภายในบ้าน ในตอนเกิดเหตุตนรีบวิ่งไปปิดสวิชไฟเพื่อไม่ให้ไฟดูด ก่อนตะโกนเรียกทั้งครอบครัวที่อยู่ในบ้าน ให้รีบวิ่งออกมา เนื่องจากบ้านตนเป็นบ้าน 2 ชั้น กลัวชั้นบนจะถล่มลงมา
ความรู้สึกของตนตอนนี้มันจุกในอก เพราะว่าชีวิตตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทีวี พัดลม ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า ชุดนักเรียนลูก และอุปกรณ์การเรียนต่างๆเสียหายทั้งหมด เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากจนไม่สามามารถหยิบสิ่งของที่มีมูลค่าออกมาได้เลย ตอนนี้ก็เหลือเพียงเสื้อผ้าเพียงตัวเดียวที่ใส่อยู่ และที่นอนตอนนี้ก็ไม่มีต้องอาศัยนอนกับเพื่อนบ้านระแวกใกล้เคียงชั่วคราวก่อน ครอบครัวตนมี 7-8 คน ที่อาศัยอยู่ร่วมกันก็ต้องแยกกระจายไปนอนที่บ้านชาวบ้านไปก่อนในตอนนี้ ซึ่งตนไม่รู้จะเริ่มชีวิตใหม่ยังไงขายของก็ไม่ได้เนื่องจากน้ำท่วมเงินทองก็ไม่มีที่จะสามารถสร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัยใหม่ได้ รวมถึงลูกๆก็ต้องให้หยุดเรียนหนังสือไปก่อนเพราะไม่มีชุดนักเรียนแต่งไปโรงเรียน