รวมทั้งในจุดที่ตัวเมืองชัยภูมิ ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากมีปริมาณน้ำหลากล้นสันเขื่อนลำปะทาวในระดับเกินความจุดในปีนี้ใกล้ถึงจุดวิกฤตอีกครั้งแล้ว จากปี 2564 ที่ผ่านมาเกินความจุดกว่า 62 ซม.
ในปีนี้ขณะนี้มีปริมาณฝนตกหนักบนเทือกเขาภูแลนคา เกิดน้ำล้นสันเขื่อนลำปะทาวสูงกว่า 56 ซม. ซึ่งหากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในขณะนี้อีกไม่เกิน 1-2 วัน ตามการแจ้งเตือนผลกระทบของพายุโนรู ที่ยังจะเกิดฝนตกหนักในปีนี้ยาวไปอีกหลายวันระหว่างช่วง 27 ก.ย.-1 ต.ค.65 นี้ ที่จะทำให้ พื้นที่โซนเศรษฐกิจย่านกลางใจเมืองยากที่จะเลี่ยงการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่หนักซ้ำอีกในปีนี้อีกครั้งด้วย
ทั้งนี้ จังหวัดชัยภูมิ ได้เรียกประชุมด่วนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมรับมือพายุฝนตกหนักจากอิทธิพล “พายุโนรู” ปีนี้ มาตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมมีคำสั่งแจ้งด่วนที่สุดไปถึง นายก อปท. ทุกแห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบล หมู่บ้าน ทั้งกว่า 1,600 หมู่บ้าน ขอให้เร่งดำเนินการในการรับสถานการณ์อุทกภัย จากอิทธิพลของพายุโนรู จากนี้ไปเป็นการด่วน โดยออกมาตรการดังนี้
- แจ้งเตือนประชาชน ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ ยกสิ่งของขึ้นที่สูง
- ตั้งศูนย์อำนวยการ รับสถานการณ์อุทกภัย ในทุก อปท.
- เตรียมการจัดตั้ง โรงครัว ที่อพยพประชาชน ศูนย์แพทย์เคลื่อนที่ อุปกรณ์ เรือ รถกู้ภัย ให้เตรียมความพร้อมจากวันที่ 26 ก.ย.นี้ไปตลอด 24 ชม.ทุกพื้นที่
ชมคลิป : น้ำทะลักเข้าท่วม โซนศก.ชัยภูมิ เร่งป้องโรงพยาบาล ก่อน"พายุโนรู"ถล่ม
ด้านโซนรอบนอกตัวเมืองชัยภูมิ ชาวบ้านอีกหลายร้อยครอบครัวในเขตหมู่บ้านชีลองใต้ ต.ห้วยต้อน อ.เมืองชัยภูมิ ยังเกิดน้ำป่าหลากทะลักลงมาจากเทือกเขาภูแลนคา รอยต่อพื้นที่เขื่อนลำปะทาวยังเกิดน้ำป่าหลากทะลักลงมาเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างเพิ่มอีกต่อเนื่อง และในหลายอำเภอที่เริ่มได้รับผลกระทบจากพายุโนรู ในวันนี้ทั้งที่เขต อ.บ้านเขว้า และจัตุรัส ก็เริ่มมีระดับน้ำชีหลากล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ขยายวงเพิ่มขึ้นด้วยอีกต่อเนื่อง
ข่าวและภาพ : สุทธิพงศ์ เสฎฐรังสี
สำนักข่าวเนชั่น จังหวัดชัยภูมิ