ตนจึงได้เปิดกระจกพร้อมถามว่า ตนเองไปทำอะไรให้ ซึ่งชายคนขับบิ๊กไบค์ ได้ตะโกนด่าตนว่า ขับรถไม่มีมารยาทและเบรกกะทันหัน จนเกือบจะทำให้รถบิ๊กไบค์ของชายคนดังกล่าว ชนท้ายรถพยาบาล ซึ่งตนก็พยายามชี้แจงว่า รถด้านหน้ามีการเบรกกะทันหัน ทำให้ตนเองต้องเบรกรถตามไปด้วย ไม่ได้มีเจตนาจะเบรกเพื่อให้รถบิ๊กไบค์มาชนท้ายแต่อย่างใด และพยายามขอโทษอยู่หลายครั้ง ก่อนจะปิดกระจกรถ และขับรถมุ่งหน้าเพื่อพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนชายคนขับรถบิ๊กไบค์ก็ชะลอความเร็วและไม่ได้ขับตามไปอีก
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ชายคนขับรถบิ๊กไบค์ขับรถตามประกบและตะโกนด่าตนเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร ญาติของคนไข้และพยาบาลที่อยู่ภายในรถ ต่างอยู่ในอาการตื่นตกใจ ก่อนที่ญาติของคนไข้จะใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวเอาไว้ แล้วนำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อว่า พฤติกรรมหัวร้อนของชายคนขับรถบิ๊กไบค์คนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
นายอำพล กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ตนเองไม่ได้จอดรถลงไปพูดคุยหรือมีปัญหากับชายคนขับบิ๊กไบค์ ก็เพราะตนเองเห็นว่า หน้าที่ในการขับรถพาคนป่วยที่มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ไปส่งโรงพยาบาล มีความสำคัญมากกว่าที่จะลงไปเถียง หรือมีปัญหากับชายคนขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ที่กำลังอยู่ในอารมณ์หัวร้อน เพราะตนเองก็รู้ดีว่าไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง หากต้องเสียเวลาจอดรถลงไปพูดคุยหรือมีปัญหา ก็จะส่งผลเสียโดยตรงกับผู้ป่วย รวมถึงญาติผู้ป่วยและพยาบาลที่อยู่ภายในรถที่อาจจะได้รับอันตรายด้วย ตนจึงตัดสินใจกล่าวขอโทษไปหลายครั้ง และตัดบทสนทนาขับรถพาคนป่วย ไปส่งโรงพยาบาลตามหน้าที่ จนถึงจุดหมายเรียบร้อย
ทั้งนี้ ก็อยากจะฝากไปถึงชายคนขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ว่า ไม่ควรมีพฤติกรรมหัวร้อนเช่นนี้ เพราะตนเอง ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเบรคให้ขับรถชนท้าย ชายคนขับรถบิ๊กไบค์ควรมีสติ และมีเหตุผลมากกว่านี้ ไม่ควรมาหาเรื่องกับตน ที่เป็นคนขับรถโรงพยาบาล ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่นำผู้ป่วย ส่งโรงพยาบาลอย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ชมคลิปเหตุการณ์
ฟังคำชี้แจงโชเฟอร์รถพยาบาล