นางเจือ กล่าวต่อไปอีกว่า ตนอยากได้เงินคืนเพราะเป็นเงินที่ตนเก็บมาทั้งชีวิต โดยที่ตอนนี้ตนก็ไม่มีรายได้อะไร มีเพียงเงินคนสูงอายุเพียงเท่านั้น ซึ่งตนอยากบอกคนที่เอาเงินไปว่า ถ้ามีเงินก็เอามาคืน แต่ถ้าไม่ได้คืนก็ไม่เป็นไรถือว่าเป็นเวรกรรมของตน
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามชาวบ้าน ภายในชุมชนถึงข้อมูลของคนร้ายที่ชิงกระเป๋าของยายไป ซึ่งทราบชื่อของคนร้ายว่า ชื่อนาย “ต๋อง” อายุประมาณ 35 ปี อดีตเคยเป็นจ๊อกกี้ และได้ผันตัวเองมาเป็นคนเลี้ยงม้า โดยเคยมาอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ โดยนายต๋องเคยมาได้ภรรยาเป็นคนในชุมชนแห่งนี้ ก่อนที่จะเลิกรากันไปแล้วหลายปี ซึ่งบ้านที่นายต๋องเคยมาพักอาศัย ก็อยู่ข้าง ๆ บ้านของยายเจือ
แต่หลังจากเลิกรากับภรรยาไปแล้ว นายต๋องก็ยังคงกลับมาที่ชุมชนแห่งนี้เป็นบางครั้ง ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า นายต๋องมีพฤติกรรมชอบลักเล็กขโมยน้อย ซึ่งก่อคดีในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง จนชาวบ้านในบริเวณนี้เอือมระอากับพฤติกรรมของนายต๋อง
โดยนายมนู กุหลาบเพ็ชร อายุ 40 ปี อดีตพี่เขยของนายต๋อง กล่าวว่า นายต๋องเคยมาอาศัยอยู่แม่ของตนในฐานะน้องเขยเมื่อหลายปีมาแล้ว ซึ่งตอนนี้นายต๋องก็ได้เลิกรากับน้องสาวตนไปแล้ว แต่นายต๋องยังคงกลับมาที่ชุมชนนี้บ่อยครั้ง ซึ่งพฤติกรรมของนายต๋อง เมื่อครั้งเคยมาอยู่ที่บ้านแม่ของตน นั้นนายต๋องมีนิสัยชอบลักเล็กขโมยน้อย ชอบขโมยเงินแม่ของตนไป นอกจากนี้นายต๋องยังเคยขโมยพวกข้าวสาร ที่ตนกับน้องชายอีกคนซื้อเอาไว้ให้แม่ นอกจากเรื่องขโมยแล้ว นายต๋องยังเคยทำร้ายร่างกายแม่ของตนอีกด้วย จึงอยากฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยติดตามตัวนายต๋อง มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดด้วย เพราะตนมองว่านายต๋องเป็นบุคคลอันตราย นายมนูกล่าว
ขณะเดียวกันทางด้านเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือยายเจือแล้ว เบื้องต้นทาง พม.จะให้เงินเยียวยาฉุกเฉินกับยายเจือเป็นเงิน 3,000 บาท พร้อมกับประสานทางเทศบาลนครฯ นำตัวยายเจือกับสามีไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนำผลตรวจร่างกายไปขอรับบัตรคนพิการ
และยังได้ประสาน อสม.ในพื้นที่เข้ามาดูแลเรื่องชีวิต ความเป็นอยู่ และสุขอนามัย รวมถึงได้มีการสำรวจบ้านพักอาศัยของยายเจือซึ่งมีสภาพทรุดโทรมมาก โดยสะพานข้ามคลองไปยังตัวบ้านมีสภาพทรุดโทรมจนเกือบพัง ซึ่งทำให้ยายเจือได้รับความรับบาก โดยทาง พม. มีงบประมาณในการซ่อมแซมที่พักอาศัย ของผู้สูงอายุอยู่ แต่ต้องหารือกับทางการรถไฟก่อนว่า จะสามารถทำใด้หรือไม่อย่างไร เพราะปัจจุบันนี้บ้านของยายเจืออยู่บนที่ของการรถไฟ
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้ทางตำรวจรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว กำลังอยู่ในระหว่างจับตัวมาดำเนินคดีโดยคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้เร็ว ๆ นี้
ล่าสุดเย็นวันนี้ ตำรวจชุดสืบสวน สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้าย ที่ก่อเหตุรายนี้ได้แล้ว คือ นายสุธีร์ เสตะจันทร์ อายุ 32 ปี โดยจับกุมได้บริเวณใกล้กับบ้านพักของผู้ต้องหา เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนกับคุณยายผู้เสียหายรู้จักกันมาก่อน เพราะอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน โดยในวันเกิดเหตุ ตนตั้งใจจะขับขี่รถจักรยานยนต์พาคุณยาย ไปทำบัตรประชาชนใหม่จริง ๆ
แต่เมื่อขับไปถึงที่ และกำลังส่งคุณยายลงรถ ตนได้เหลือบมองไปเห็นเงินสดในกระเป๋าคุณยาย ทำให้ตนเกิดความโลภ แอบฉกเงินคุณยายแล้วทิ้งคุณยายไว้ ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ส่วนเงินที่ได้ไปตนก็นำไปใช้เที่ยวเตร่จนหมดแล้ว ทั้งนี้ตนอยากฝากขอโทษคุณยายผู้เสียหายด้วย
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ แก่นายสุธีร์ผู้ต้องหา ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ชมคลิปนาทีเกิดเหตุหนุ่มแสบชิงเงินยาย