svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ภูมิภาค

ครอบครัว ม.6 ที่ตื๊บ ม.1 จนสลบ วอนขอความเมตตา ลดค่าเสียหาย เหตุเงินมีไม่พอให้

19 กันยายน 2565
4.4 k

ครอบครัว ม.6 ที่ตื๊บ ม.1 จนสลบ วอนแม่ผู้เสียหายขอความเมตตา ลดค่าทำขวัญ เหตุเงินมีไม่พอให้ ขณะที่แม่ยันเอาผิดถึงที่สุด หากไม่ได้รับการเยียวยาตามที่เรียกร้อง

ความคืบหน้ากรณี นายเก่งเจริญ ธรรมโหร อายุ 19 ปี รุ่นพี่นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยมชื่อดังของอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ทำร้ายร่างกายนักเรียนรุ่นน้อง คือเด็กชายต๋อง อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 โรงเรียนเดียวกันจนสลบคาที่ จากเหตุที่ เด็กชายต๋อง ทำลูกตะกร้อกระเด็นใส่รถจักรยานยนต์ของรุ่นพี่ ม.6 ซึ่งทางแม่ของเด็กชายที่บาดเจ็บ ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด (อ่านข่าว)
 

ล่าสุดวันนี้ (19 ก.ย.) นางลัดดา ขันธะเจริญศักดิ์ พร้อมด้วยนายบุญคง ขันธเจริญศักดิ์ พ่อแม่ผู้เสียหายได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังแจ้งความกับทางตำรวจเพื่อดำเนินคดี นายเก่งเจริญ แต่ทางผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ขอให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ยังไม่มีข้อสรุป ทั้งนี้ขอเรียกค่าเสียหายทำขวัญเป็นเงินจำนวน 50,000บาท พร้อมเสนอให้คู่กรณีซึ่งทำร้ายร่างกายลูกชายย้ายโรงเรียน   

 

 

ครอบครัว ม.6 ที่ตื๊บ ม.1 จนสลบ วอนขอความเมตตา ลดค่าเสียหาย เหตุเงินมีไม่พอให้
 

นางลัดดา กล่าวว่า จากการสอบถามลูกชาย ยังรับไม่ได้ เพราะแค่โยนลูกตะกร้อถูกรถจักรยานยนต์ คนก่อเหตุก็เดินเข้ามาชกที่ใบหน้าจนทรุดลงกับพื้น แม้ลูกชายจะลุกขึ้นมายกมือไหว้ขอโทษแล้ว ผู้ก่อเหตุก็ยังไม่หยุด กลับเตะซ้ำถึงสามครั้งจนสลบคาที่  ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์เย็บแผลที่ริมฝีปากด้านซ้าย 3 เข็ม และเย็บภายในปากอีก 2 เข็ม รวมเป็น 5 เข็ม และยังมีรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายจุด

 

การกระทำเช่นนี้ถือว่าเกินกว่าเหตุ หากผู้ก่อเหตุยอมชดเชยค่าสินไหม และยอมรับผิดตามกฎหมาย ตนในฐานะผู้เสียหายพร้อมที่จะให้อภัย หากไม่ได้ตามข้อตกลง จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

นางลัดดา ขันธะเจริญศักดิ์  แม่ของเด็กชายต๋อง

ดช.ต๋อง ที่ถูกรุ่นพี่ ม.6 กระทืบจนสลบ

ขณะเดียวกัน นางหอมหวล ยายของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า เลี้ยงหลานมาแต่เล็ก พ่อแม่ทำงานรับจ้างในโรงงานที่ กทม. ส่งเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนหนังสือ ยืนยันว่า หลานชายไม่ใช่เด็กเกเร ไม่เคยมีประวัติก่อคดีเสียหาย และไม่เคยหาเรื่องใคร 

 

จากการสอบถามหลานชายยืนยันว่า ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ด้วยความหวงรถจักรยานยนต์ ที่เพิ่งดาวน์มาใหม่ได้ไม่ถึงเดือน ซึ่งเงินส่วนหนึ่งเป็นเงินที่พ่อแม่ส่งให้ รวมกับเงินที่หลานชายเก็บสะสมมาเป็นเงินดาวน์ คงกลัวว่ารถจักรยานยนต์จะเสียหายจนขาดสติ โดยไม่คิดก่อนทำ แต่รถจักรยานยนต์ไม่ได้เสียหายอะไร 

 

หลังก่อเหตุสอบถามพูดคุยหลานชายยอมสำนึกผิด และขอความเมตตาจากผู้เสียหาย ขอให้เรียกร้องค่าสินไหมตามสมควร แล้วจะไปหาหยิบยืมมาให้ แต่ถ้ามากไปคงไม่มีให้ และขอความเมตตา ไม่อยากให้หลานชายย้ายออกจากโรงเรียน เพราะเหลือ 5 - 6 เดือนจะจบการศึกษา พร้อมรับปากว่า จะอบรมสั่งสอนหลานชายให้ดี เพื่อไม่ให้มีพฤติกรรมลักษณะนี้อีก โดยจะขอเจรจาพูดคุยกับผู้เสียหาย ขอความเมตตา ส่วนการดำเนินคดีทางกฎหมายพร้อมให้หลานชายรับโทษตามความผิดที่ก่อขึ้น
 

 

หนุ่ม ม.6 ที่่ก่อเหตุกระทืบเด็ก ม.1 และ จยย. คันต้นเรื่อง

นางหอมหวล ยายของผู้ก่อเหตุ