เนชั่นทีวี

ข่าว

“ราเกซ” อ่วม ศาลฎีกาสั่งจำคุก 335 ปี ชดใช้ 2.5 พันล้าน คดียักยอกทรัพย์บีบีซี

12 ก.ย. 2565 | titayu_pur

“ราเกซ” อ่วม ศาลฎีกาสั่งจำคุก 335 ปี ชดใช้ 2.5 พันล้าน คดียักยอกทรัพย์บีบีซี

ปิดคดีมหากาพย์ ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก "ราเกซ สักเสนา" คดียักยอกทรัพย์บีบีซี 335 ปี ปรับ 33.5 ล้าน พร้อมสั่งชดใช้บีบีซีอีกกว่า 2.5 พันล้าน

วันนี้ (12 ก.ย.) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด มหาชน หรือ บีบีซี เป็นจำเลยในความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ใน คดียักยอกทรัพย์บีบีซี

 

โดยคดีนี้อัยการโจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างปี 2537 - 2539 จำเลยซึ่งเป็นที่ปรึกษา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด มหาชน หรือ บีบีซี กับพวกให้การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี ได้กระทำผิดร่วมกันโดยทุจริต ใช้บัตรการอนุมัติให้สินเชื่อเกินบัญชีเกินกว่า 30 ล้านบาท กับเอกชนได้แก่ บริษัทสมประสงค์ อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และเอกชนอื่นรวม 10 แห่ง

 

โดยการอนุมัติดังกล่าว ไม่ผ่านการพิจารณา กลั่นกรองจากคณะกรรมการสินเชื่อ หรือ คณะกรรมการบริหารของธนาคารก่อน และได้อนุมัติโดยผู้ขอสินเชื่อ ไม่ได้จัดให้มีหลักประกัน ตลอดจนไม่มีการวิเคราะห์ฐานะของลูกหนี้ และความสามารถในการชำระหนี้คืน อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งธนาคารแห่งประเทศไทย 
 

 

นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด มหาชน หรือ บีบีซี

นอกจากนี้จำเลยกับพวก ยังได้ร่วมกันแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ โดยชอบด้วยกฎหมาย ร่วมกันเบียดบังเอาเงินของธนาคารผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ในความครอบครองของ นายเกริกเกียรติ ไปเป็นของจำเลยกับพวกและนายเกริกเกียรติโดยทุจริต  ซึ่งภายหลังการกระทำความผิด จำเลยกับพวกดังกล่าวได้ชดใช้เงินให้แก่ธนาคารผู้เสียหายบางส่วน โดยโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 722,136,005.03 บาท และจำนวน 1,427,195,799.92 บาท กับจำนวน 353,363,966 บาท

 

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 307, 308, 311 ประกอบมาตรา 315(เดิม) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่กรรมการเบียดบังเอาทรัพย์เป็นของตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81 จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 500,000 บาท ในสำนวนแรก 60 กระทง ในสำนวนที่สอง 6 กระทง ในสำนวนที่สาม 1 กระทง รวม 67 กระทง รวมจำคุก 335 ปี และปรับ 33,500,000 บาท
 

 

“ราเกซ” อ่วม ศาลฎีกาสั่งจำคุก 335 ปี ชดใช้ 2.5 พันล้าน คดียักยอกทรัพย์บีบีซี

เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) และปรับ 33,500,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 29/1, 3โดยให้กักขังแทนค่าปรับเป็นเวลา 2 ปี ให้จำเลยร่วมกันคืนโดยใช้เงินในสำนวนคดีแรกจำนวน 722,136,005.03 บาท ในสำนวนที่สองจำนวน 1,427,195,799.92 บาท และในสำนวนที่สามจำนวน 353,363,599 บาท
แก่ผู้เสียหาย นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 18173/2555 ของศาลชั้นต้น ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาอื่นๆอีก 15 คดี คำขอในส่วนนี้ให้ยก

 

ต่อมานายราเกซ จำเลยยืนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายราเกซจำเลยยื่นฎีกา โดยศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมารับฟังได้ โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยกระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล่างพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน โดยศาลได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดตามผลคำพิพากษาของศาลฎีกา

 

 

“ราเกซ” อ่วม ศาลฎีกาสั่งจำคุก 335 ปี ชดใช้ 2.5 พันล้าน คดียักยอกทรัพย์บีบีซี
 

ข่าวล่าสุด