“สาขาที่หนูเรียนนั้น เกี่ยวข้องกับการแปรรูป การออกแบบ การพัฒนาสูตรยาง รวมไปถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำยาง และการพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา หนูจึงตั้งใจว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ศึกษา สาขาวิชานี้ จะตั้งใจเรียนรู้ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ยาง ที่มีประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราไทย รวมทั้งจะนำความรู้ไปบอกครอบครัวพัฒนาผลผลิตยาง และปรับปรุงการทำสวนยางที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อเพิ่มมูลค่า ให้กับผลผลิตยางในสวนยางตัวเอง และเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว” นางสาวซัลมากล่าว
นอกจากนี้นางสาวซัลมายังกล่าว ขอขอบคุณ กยท.ที่ใหัทุนการศึกษา ถือเป็นการให้โอกาสให้บุตรเกษตรกรยางสวนยางได้เรียนหนังสือในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับยางพารา เพื่อนำพัฒนาการทำสวนยางพาราให้ได้มาตรฐาน ผลิตผลเพิ่มขึ้น ทุนลดลง ตลอดสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากยางพาราใหม่ๆ อันจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพการทำสวนยางอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างรายได้ที่ดีให้กับครอบครัวและประเทศชาติต่อไป
รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ กยท. กล่าวต่อว่า สำหรับในปีการศึกษา 2566 กยท. ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่กยท.ได้มอบทุนการศึกษาในหลักสูตรปริญาญาตรีนั้น มีจำนวน 10 ทุนในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ของมหาวิยาลัยที่มีชื่อเสียงจำนวน 8 แห่ง ครอบคลุมเรื่องยางตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ การจัดการมาตรฐานสวนยาง และความรู้ในการจัดการสวนยางพารา จนถึงกลางน้ำและปลายน้ำ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ การวิเคราะห์สถานการณ์ยางพาราโดยหลักวิชาเศรษฐศาสตร์ ตลอดจนการบริหารจัดการส่งออก และการจัดการโลจิสติกส์
สำหรับสถาบันการศึกษา และหลักสูตรสาขาที่ กยท. กำหนด ประกอบด้วย 1.มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่เฉลิมพระเกียรติ สาขาวิชาเกษตรป่าไม้ จำนวน 1 ทุน 2.มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะวิทยาศาสตร์สาขาวิชาเทคโนโลยียางและพอร์ลิเมอร์ จำนวน 1 ทุน 3.มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร จำนวน 1 ทุน 4.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน คณะวนศาสตร์สาขาวนศาสตร์ จำนวน 1 ทุน 5.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน คณะวิศวกรรมศาสตร์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 ทุน 6.มหาวิทยาลัยบูรพา คณะโลจิสติกส์ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน จำนวน 1 ทุน 7. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คณะทรัพยากรธรรมชาติ(เกษตรศาสตร์) จำนวน 2 ทุน 8.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรมวัสดุ จำนวน1 ทุน และ 9. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยียางและพอร์ลิเมอร์ จำนวน 1 ทุน โดยผู้ที่ได้รับทุนต้องเป็นบุตรของเกษตรกรชาวสวนยางที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี ณ วันที่ยื่นขอรับทุนการศึกษา และจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาในชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จากสถานศึกษาที่ทั้ง 8แห่งที่ กยท. กำหนด
“การมอบทุนการศึกษาดังกล่าว จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับบุตรชาวสวนยางให้ได้รับความรู้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาอาชีพการทำสวนยางในท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการนำความรู้ไปสู่การต่อยอด คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมด้านยางพาราให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งกยท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความสามารถ มาพัฒนาวงการยางพาราไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก” รองผู้ว่าการ กยท.กล่าวย้ำในตอนท้าย