ส่วนจุดเด่นที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิตของบริษัท ประกอบด้วย เป็นผู้ถือครอง RECs รายใหญ่เป็นที่ 1ใน 3 อันดับแรกในประเทศไทย (ซื้อ ส่วนแบ่งตลาด RECs ในเวียดนาม 25 % ในปีที่ผ่านมา) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการสภาพภูมิอากาศ, เป็นที่ปรึกษาและจัดทำ Feasibility Study ในการปลูกและฟื้นฟูป่าไม้ (มากถึง 3 ล้านไร่ทั่ว SEA) รวมทั้งการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งเพื่อได้คาร์บอนเครดิตและข้าวแบบ “low carbon rice” (เริ่มเฟสแรกประมาณ 2 พันไร่) และปลูกพืชเกษตรแบบยั่งยืนมากถึง 1,800 ไร่ ทั่วประเทศ
นอกจากนี้บริษัทอยู่ในคณะทำงานกรมวิชาการเกษตรเพื่อวิจัยการปลูกพืชเกษตรเพื่อลดคาร์บอน เพื่อสนับสนุนการเกษตรและช่วยลดคาร์บอนในต้นน้ำของ supply chain ให้แก่บริษัท และสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการโซลูชั่นชั้นนําด้านการลดการปล่อยมลพิษ และกำลังจับมือกับผู้ตรวจสอบและ verifier ระดับโลก เพื่อร่วมกับสนับสนุนผู้ประกอบการไทยสำหรับอุตสาหกรรมและบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) เป็นผู้สนับสนุนการจัดงานที่เป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับอุตสาหกรรม MICE ให้กับ MVP (EV and Mobile Expo)
ซึ่งเป็นงาน Carbon Neutral Expo แรกในไทย เพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอนของ MICE Industry รวมทั้งเป็นผู้สนับการจัดคอนเสิร์ต Festival ที่เป็นกลางทางคาร์บอนให้กับ One Asia (Siam Songkran 2023) ซึ่งเป็นงานแรกในเอเชีย
ขณะที่ธุรกิจใหม่อีกธุรกิจคือ Wave Wellbeing ที่จะขยายตัว เข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยว เนื่องกับไลฟ์สไตล์ และสุขภาพ โดยมุ่งเน้นสุขภาพที่ดีสำหรับทุกวัย และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน
ส่วนผลการดำเนินงานงวดปี 2565 กลุ่มลูกค้าสถาบันสอนภาษาของบริษัทมีแนวโน้มกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสที่ 4 สอดคล้องกับธุรกิจการศึกษาที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ขณะเดียวกันบริษัทมีนโยบายส่งเสริมทางการตลาด จากการขายคอร์สเรียนออนไลน์และขายคอร์สเรียนในรูปแบบที่มีระยะเวลายาวขึ้น ทำให้ภาพรวมของรายได้ของธุรกิจสอนภาษากลับมา มีรายได้จากการให้บริการ 286.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปี 65.81 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 626.96 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ด้านสถานะทางการเงินของบริษัท ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ โดยมีการเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) เพื่อนำมาลงทุนในธุรกิจใหม่ เป็นเงินทุนหมุน เวียน และชำระคืนหนี้ ส่งผลให้หนี้สินลดลง และส่วนของผู้ถือหุ้นสูงขึ้น อีกทั้งยังมีการขายธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางใหม่ของ WAVE ซึ่งผลจากการปรับโครงสร้างทำให้บริษัทสามารถแก้ไข “C” ได้เรียบร้อย เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2566 จากการดำเนินการทั้งหมด WAVE จะกลับมาเทิร์นอะราวด์ได้ในปีนี้