ด้านนางแอนนี่ สือ รองผู้อำนวยการกอง สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Intel และ Statistics ว่า คาดการณ์ว่า ตลาดยานยนต์อัจฉริยะ (Connected Vehicles) ของโลกจะมีมูลค่าเพิ่มจาก 75,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 เป็น 191,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2571 หรือเติบโตกว่า 2.5 เท่าตัว ส่วนตลาดยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Driving Market) จะมีมูลค่าเพิ่มจาก 146,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 เป็น 396,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 หรือเติบโตกว่า 2.7 เท่า ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทผลิตชิ้นส่วนของไต้หวันเป็นซัพพลายเออร์สำคัญของค่ายรถยนต์ชั้นนำของโลก เช่น เทสล่า ฟอร์ด และโตโยต้า
สำหรับในอนาคต บริษัทไต้หวันมีศักยภาพสร้างความร่วมมือทางธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ด้านยานยนต์ในหลายกลุ่มสินค้า เช่น ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS), ระบบข้อมูลผู้ขับขี่, ระบบความปลอดภัย/ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์, บริการโลจิสติกส์ ADV, ระบบสื่อสารระหว่างยานยนต์ (Connect Vehicle Communication), ระบบส่งกำลังรถยนต์ (Powertrain System), ระบบป้องกันการชน และระบบ X-by-wire (ระบบการเปลี่ยนเลน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และระบบเบรกอัตโนมัติ)
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมกิตติศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (EVAT) กล่าวถึงการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยว่า จากสถิติพบว่า ไทยมียอดสะสมการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท 228,894 คัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากรัฐบาลได้ประกาศส่งเสริมการผลิตและใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์สำคัญของโลก นอกจากนี้ ได้ตั้งเป้าว่า ไทยจะมียานยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (ZEV) ทั้งหมดภายในปี 2578 ด้วย ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้คือโอกาสสำคัญของธุรกิจทั้งด้านการผลิตชิ้นส่วนและการประกอบยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ การสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้า บริการระบบสับเปลี่ยนแพ็กแบตเตอรี่ และบริการขนส่งสาธารณะที่ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
ขณะที่นายกิตติศักดิ์ เงินงอกงาม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ด้านระบบพลังงาน บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงธุรกิจเกี่ยวกับชิ้นส่วนด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของเดลต้าฯ ว่า จุดแข็งด้านยานยนต์ไฟฟ้า (E-Mobility) ของเดลต้าฯ คือ ศักยภาพในการผลิตอุปกรณ์ที่อยู่ติดตั้งในยานยนต์ไฟฟ้า และระบบสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยมีซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายนอกได้ด้วย ซึ่งระบบชาร์จไฟฟ้าของเดลต้ามีหลายขนาดครอบคลุมตั้งแต่การชาร์จที่บ้าน สถานีชาร์จสำหรับภาคธุรกิจ และสถานีชาร์จสาธารณะ นอกจากนี้ โซลูชันสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าก็ยังมีระบบกักเก็บพลังงานและระบบ PV ที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวัน และกักเก็บไว้ในระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งสามารถนำไฟฟ้าออกมาใช้ในเวลากลางคืนได้ ซึ่งปัจจุบัน ในประเทศไทยมีการใช้โซลูชันของเดลต้าอย่างแพร่หลาย
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทยที่สนใจไปร่วมงาน Taipei Int'l Automobile & Motorcycle Parts & Accessories Show (TAIPEI AMPA) และ งานTaipei Int'l Automobile Electronics Show (AUTOTRONICS TAIPEI) และงาน E-Mobility Taiwan 2035 (Hybrid) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2566 สามารถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-651-4470 หรือทางอีเมล [email protected]