ด้านนายอาทิตย์ เวชกิจ กรรมการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการ บริษัท นีโอ คลีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน นอกจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นแล้ว ภาคอุตสาหกรรมก็จะเผชิญกับความท้าทายอื่น ๆ เช่น มาตรการกีดกันทางการค้าที่เกิดจากการปล่อยคาร์บอน ซึ่งหากในปี 2593 ถ้าต้องการมีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ไทยก็ต้องให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ต้องหาพลังงานหมุนเวียน และเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิง ซึ่งหากไทยแก้ปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้ ไทยก็จะเป็นประเทศที่ติดท็อป 10 ของโลกที่จะได้รับผลกระทบด้านลบจากปัญหาโลกร้อน
“ถ้าเรายังใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลประมาณ 65-70% ของเชื้อเพลิงทั้งหมด เราไปไม่รอดแน่ในสถานการณ์โลกปี 2593 ดังนั้น แผนพลังงานแห่งชาติ (National Energy Plan) ฉบับใหม่ของไทยจะต้องมีความยืดหยุ่น พร้อมปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในโลกพลังงาน ซึ่งตอนนี้ยังหาข้อสรุปเรื่องแผนนี้ไม่ได้”
นายอาทิตย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จริงๆ เพียงรัฐปลดล็อกกฎ Zero Export โดยส่งเสริมให้ประชาชนผลิตกระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ผ่านสายส่งให้คนอื่นได้ ก็จะช่วยให้การใช้พลังงานหมุนเวียนของประเทศไทยเพิ่มขึ้น 2 เท่าทันที
นายไมเคิล จง กรรมการผู้จัดการบริษัท เอเชีย วอเตอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และประธานผู้ทรงคุณวุฒิสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย (TAITRA) ได้ยกตัวอย่างการทำแก้มลิงใต้ดินในหลายประเทศ ซึ่งนอกจากใช้กักเก็บน้ำแล้วยังมีการบริหารจัดการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อ นอกจากนี้ ยังได้แนะนำไส้กรองเซรามิค (Ceramic Filter) ที่สามารถช่วยกรองและกักเก็บน้ำที่มาจากธรรมชาติได้อย่างมาก เช่น ในกรณีเกิดน้ำท่วมน้ำหลากในไทย หากนำ Ceramic Filter มาสร้างเป็นที่กักเก็บตามแนวถนนที่เกิดปัญหาน้ำท่วมบ่อย ๆ เมื่อมวลน้ำไหลมา ไม่ว่าจะเกิดจากฝนที่ตกต่อเนื่อง หรือน้ำท่วมจากภาคเหนือลงมา Ceramic Filter ก็จะช่วยกักเก็บและกรองแบคทีเรียบางชนิด สารตกค้างต่าง ๆ สามารถนำน้ำที่ผ่านกระบวนการ Ceramic Filter มาใช้สำหรับการล้างทำความสะอาดได้ สามารถนำน้ำที่เกิดจากน้ำท่วมมาใช้ประโยชน์ได้ทันที
“คงถึงเวลาแล้ว ที่ทุกภาคส่วนของไทยต้องคำนึงและหานวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งทางไต้หวันพร้อมที่จะถ่ายทอดทุกอย่างเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและพลังงานหมุนเวียนให้แก่ทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการของไทย”
นายภัทรพงศ์ ดิษฐกรโภคิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมการค้า สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทย ได้แจ้งกับ TAITRA ว่าอยากมีโอกาสได้ไปร่วมงานแสดงสินค้าที่ไต้หวัน เพื่อสัมผัสและได้เห็นการทำงานจริง ๆ ของนวัตกรรมระบบบริหารจัดการน้ำและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าการเข้าชมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งปีนี้ทาง TAITRA ได้สนับสนุนค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินให้ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดด้วย
ทั้งนี้ TAITRA ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยไปร่วมชมงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำและพลังงานหมุนเวียนจำนวน 3 งานที่ไต้หวัน ได้แก่ งาน Taiwan International Water Week จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2565 งาน Energy Taiwan Exhibition จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคม 2565 และงาน Taiwan Alliance for Sustainable Supply (TASS) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2565 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเบอร์โทรศัพท์ 02-651-4470 หรือ ทางอีเมล [email protected]