จับตา นปผ. บุกกรุง ไม่ใช่แค่มีแต่ “ม็อบกำนันมะโน” ยังมีอีกหลายม็อบแจมด้วย
03 พ.ย. 2569 | titayu_pur

จับตาสัปดาห์นี้ ม็อบรถบรรทุก นปผ. กำนันมะโน และสนธิ ลิ้มทองกุล ยกระดับบุกทำเนียบรัฐบาล จ่ออารยะขัดขืนปิดเมือง กดดันแก้ปัญหาน้ำมันแพง-ค่าครองชีพ
ข่าว
03 พ.ย. 2569 | titayu_pur

จับตาสัปดาห์นี้ ม็อบรถบรรทุก นปผ. กำนันมะโน และสนธิ ลิ้มทองกุล ยกระดับบุกทำเนียบรัฐบาล จ่ออารยะขัดขืนปิดเมือง กดดันแก้ปัญหาน้ำมันแพง-ค่าครองชีพ
KEY
POINTS
3 พฤศจิกายน 2569 มวลชนหลายกลุ่มนำโดย ม็อบรถบรรทุก และเครือข่าย นปผ. นำโดย กำนันมะโน ร่วมกับนาย สนธิ ลิ้มทองกุล เตรียมเคลื่อนขบวนยานพาหนะครั้งใหญ่จากทั่วประเทศ มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครและหน้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อกดดันให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน ตรวจสอบค่าการกลั่น และตรึงราคาน้ำมันดีเซล พร้อมยกระดับมาตรการอารยะขัดขืนจอดรถทิ้งเส้นทางหลัก ซึ่งฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า กำลังถูกยกระดับจากการชุมนุมปากท้อง ไปสู่เกมการเมืองทำลายเสถียรภาพรัฐบาล
จับตาความเคลื่อนไหวกลุ่มมวลชน และเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน และปัญหาค่าครองชีพ ที่กำลังเตรียมยกระดับเคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อกดดันทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มข้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งการข่าวชี้ชัดว่า ไม่ใช่เพียงแค่การชุมนุมระดับท้องถิ่น แต่เป็นการประสานพลังกันของหลายกลุ่มใหญ่ที่มีนัยสำคัญ
ความเคลื่อนไหวระลอกแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.30–15.30 น. โดยสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย 13 สมาคมขนส่งทั่วประเทศ นำโดย ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ จัดกิจกรรม “TRUCK POWER V” บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต
การรวมตัวครั้งนี้เพื่อทวงถามข้อเรียกร้องการปรับรื้อโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ตรวจสอบค่าการกลั่นและภาษีสรรพสามิต พร้อมตรึงราคาน้ำมันดีเซล โดยจะมีการเคลื่อนขบวนรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าสู่อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) และยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง ซึ่งแกนนำส่งสัญญาณพร้อมยกระดับ และมีแนวโน้มจะนำมวลชนรวมถึงยานพาหนะไปสมทบกับขบวนของ “กำนันมะโน” ต่อไป
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 มะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ แกนนำกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) จะเริ่มเคลื่อนขบวนคาราวานยานพาหนะจากภาคใต้ โดยมีจุดรวมพลใหญ่ที่สี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เวลา 09.19 น.
ล่าสุดมียานพาหนะลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วประมาณ 700 คัน จากเป้าหมาย 1,000 คัน คาดการณ์ว่าจะมีมวลชนร่วมขบวนไม่ต่ำกว่า 3,000–5,000 คน โดยขณะนี้มียอดเงินบริจาคสนับสนุนค่าน้ำมันและเสบียงอาหารแล้วกว่า 575,200 บาท สำหรับเส้นทางเคลื่อนขบวนผ่าน 5 จุดสำคัญ ดังนี้
• จุดที่ 1 (5 พ.ย. 69): สี่แยกควนหนองหงษ์ จ.นครศรีธรรมราช (รวมพลและเปิดเวทีปราศรัย)
• จุดที่ 2 (6 พ.ย. 69): สหกรณ์สุราษฎร์ธานี (โคอ๊อป) อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี (จุดพักคอยและรวมขบวนฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน)
• จุดที่ 3: บริเวณเขาพาง อ.เมือง จ.ชุมพร (จุดพักตรวจขบวนและคอขวดสำคัญ)
• จุดที่ 4: สวนสาธารณะเพชรบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี (อาจเพิ่มจุดพักคอยเสริมที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อจัดรูปขบวนขั้นสุดท้าย)
• จุดที่ 5 (คาดว่าเข้าประชิด 7–8 พ.ย. 69): ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก เพื่อปักหลักและขอเข้าพบคณะรัฐมนตรี
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำมวลชน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่สะพานหิน จ.ภูเก็ต ประกาศสนับสนุนเงินทุนส่วนตัว 100,000 บาท เป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้ขบวนของกำนันมะโน พร้อมใช้เครือข่ายสื่อระดมมวลชนหลากหลายกลุ่มปัญหาจาก 4 ภูมิภาค (คาดเป้าหมายภาคละ 500–1,000 คัน) ให้เดินทางมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันยุทธวิธี “อารยะขัดขืนแบบตัดเส้นทาง” โดยกำหนดเงื่อนไขว่า หากเชื้อเพลิงหมดตรงไหน ให้จอดรถทิ้งไว้บนเส้นทางคมนาคมตรงนั้นทันที ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะเป็นอัมพาตทางการจราจรบนเส้นทางสายหลัก
หน่วยงานความมั่นคงประเมินว่า สถานการณ์ในครั้งนี้ได้เปลี่ยนผ่านจากเดิมที่เป็นประเด็นเศรษฐกิจปากท้อง เรื่องราคาน้ำมันและพืชผลทางการเกษตร ไปสู่การเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญทางการเมืองอย่างชัดเจน โดยมีกลุ่มอนุรักษนิยมต่อต้านรัฐบาลเข้ามาช่วยจัดตั้งและสนับสนุนทรัพยากร
การดึง นายสนธิฯ เข้ามาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางการเมืองครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นการฉวยโอกาสจากความไม่พอใจในวิกฤตค่าครองชีพของประชาชน เพื่อใช้เป็นหัวเจาะทำลายเสถียรภาพและความชอบธรรมของรัฐบาล โดยอาจนำโมเดลการผนวกกลุ่มผู้เดือดร้อนหลากหลายประเด็นในอดีต (โมเดลพันธมิตรฯ เสื้อเหลือง) กลับมาใช้จัดตั้งฐานมวลชนในการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ครั้งนี้