อย่างไรก็ตาม มี 4 รัฐ ได้แก่ แคนซัส นอร์ทดาโคตา โอไฮโอ และยูทาห์ ที่ได้ผ่านกฎหมายกำหนดเส้นตายเข้มงวด โดยยกเลิกระยะเวลาผ่อนผัน ทำให้บัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ต้องส่งถึงเจ้าหน้าที่ภายในวันเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่อีก 14 รัฐและดี.ซี. ยังคงนับบัตรที่ประทับตราไปรษณีย์ภายในวันเลือกตั้งและมาถึงหลังจากนั้นได้ตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกา
ไมเคิล แมคโดนัลด์ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา ระบุว่า ยอดรวมผู้มาใช้สิทธิในปีนี้อาจสูงกว่าปี 2022 และใกล้เคียงกับปี 2018 ขณะที่ ชาร์ลส์ สจวร์ต จากสถาบัน MIT ให้มุมมองอย่างระมัดระวังว่า ตัวเลขที่พุ่งสูงอาจเป็นเพียงการที่ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมจากการรอไปลงคะแนนในวันจริง มาเป็นการลงคะแนนล่วงหน้าให้เสร็จสิ้นเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลขององค์กร CEIR ที่พบว่าสัดส่วนการลงคะแนนล่วงหน้าของชาวอเมริกันขยับสูงขึ้นต่อเนื่องในทุกรอบการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า ตัวเลขการลงทะเบียนสังกัดพรรคของผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้า (ซึ่งรายงานพบว่าเป็นสมาชิกเดโมแครต 43.9%, รีพับลิกัน 31.3% และไม่สังกัดพรรค 24.8%) เป็นเพียงการระบุตัวตนของผู้ที่ออกมาหย่อนบัตร แต่ไม่ได้สะท้อนว่าพวกเขาลงคะแนนให้กับผู้สมัครคนใด เนื่องจากพฤติกรรมของฐานเสียงรีพับลิกันส่วนใหญ่มักนิยมเดินทางไปลงคะแนนด้วยตนเองที่คูหาในวันเลือกตั้งจริง ดังนั้น ผลลัพธ์ที่แท้จริงของการช่วงชิงอำนาจในสภาคองเกรสจึงยังไม่สามารถสรุปได้จนกว่าการนับคะแนนอย่างเป็นทางการจะเสร็จสิ้น