เนชั่นทีวี

ข่าว

มิดเทอมสหรัฐฯ ทุบสถิติ ยอดโหวตล่วงหน้าทะลุ 46 ล้านเสียง จับตาผลจริง

03 พ.ย. 2569 | apirak_pra

มิดเทอมสหรัฐฯ ทุบสถิติ ยอดโหวตล่วงหน้าทะลุ 46 ล้านเสียง จับตาผลจริง

ชาวอเมริกันแห่ใช้สิทธิล่วงหน้าศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2026 ทะลุ 46 ล้านคน ทุบสถิติปี 2022 ชี้กลุ่มสูงวัย-ไม่สังกัดพรรคคึกคัก ผู้เชี่ยวชาญเตือนยังชี้ขาดผลไม่ได้

ชาวอเมริกันแห่ใช้สิทธิล่วงหน้าศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2026 ทะลุ 46 ล้านคน ทุบสถิติปี 2022 ชี้กลุ่มสูงวัย-ไม่สังกัดพรรคคึกคัก ผู้เชี่ยวชาญเตือนยังชี้ขาดผลไม่ได้

KEY

POINTS

  • การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ มีผู้ใช้สิทธิลงคะแนนล่วงหน้าทุบสถิติใหม่กว่า 46 ล้านคน แซงหน้ายอดรวมทั้งหมดของการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2022
  • กลุ่มผู้ลงคะแนนล่วงหน้าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) และนิยมเดินทางไปหย่อนบัตรด้วยตนเองมากกว่าส่งทางไปรษณีย์ โดยรัฐเท็กซัสมีผู้ใช้สิทธิสูงสุด
  • ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ายังไม่สามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ที่แท้จริงได้ เนื่องจากผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันจำนวนมากนิยมรอลงคะแนนในวันเลือกตั้งจริง

ข้อมูลจาก "Election Lab" แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดา (University of Florida Election Lab) ศูนย์วิจัยและรวบรวมข้อมูลสถิติการเลือกตั้งชั้นนำของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2569 มีชาวอเมริกันออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า (Early Voting) ทั้งในรูปแบบการส่งบัตรทางไปรษณีย์และการเดินทางไปหย่อนบัตรด้วยตนเองที่หน่วยเลือกตั้ง รวมแล้วมากกว่า 46 ล้านคน ตัวเลขดังกล่าวแซงหน้ายอดผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าทั้งหมดในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อปี 2022 ซึ่งอยู่ที่ 45.9 ล้านคน ส่งผลให้การเลือกตั้งกลางเทอม 2026 สร้างสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์

 

การเลือกตั้งกลางเทอมรอบนี้ มี 47 รัฐ และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่เปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนสามารถลงคะแนนล่วงหน้าได้ โดยรัฐคอนเนตทิคัต มิชิแกน และนิวยอร์ก ได้ขยายช่องทางการลงคะแนนล่วงหน้าเพิ่มเติมเป็นครั้งแรก
 

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์สถิติและการทำโพล "ออนพอยต์ โพลิติกส์" (OnPoint Politics) และสื่อการเมือง "แอ็กซิออส" (Axios) ชี้ให้เห็นมิติต่างๆ ของผู้ลงคะแนนล่วงหน้า ดังนี้

  • รูปแบบการลงคะแนน: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดินทางไปลงคะแนนด้วยตนเองที่คูหาล่วงหน้าประมาณ 24.1 ล้านคน มากกว่าการส่งบัตรทางไปรษณีย์ซึ่งอยู่ที่ 21.7 ล้านคน

  • รัฐใหญ่ครองแชมป์คนใช้สิทธิสูงสุด: รัฐเท็กซัสมีผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าสูงกว่า 6.3 ล้านคน (เพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ 4 ปีก่อน) รัฐฟลอริดามีราว 4.5 ล้านคน และรัฐนอร์ทแคโรไลนามีประมาณ 2.4 ล้านคน นอกจากนี้ รัฐเซาท์แคโรไลนายังมียอดผู้ใช้สิทธิพุ่งขึ้นถึง 83% และรัฐเมนเพิ่มขึ้น 44%

  • โครงสร้างทางประชากร: กลุ่มผู้สูงอายุกลายเป็นกลุ่มหลักในการลงคะแนน โดยผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าเกือบครึ่งหนึ่งมีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18–25 ปี ออกมาใช้สิทธิเพียง 4.5% เท่านั้น

  • กลุ่มไม่สังกัดพรรคตื่นตัว: ในหลายมลรัฐพบว่ากลุ่มผู้ที่ไม่ได้ระบุสังกัดพรรคการเมือง ตลอดจนชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันและฮิสแปนิก ออกมาใช้สิทธิล่วงหน้าในสัดส่วนที่สูงอย่างเห็นได้ชัด

 

ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการเลือกตั้งในปีนี้ คือการเปิดกว้างให้ประชาชนเข้าถึงระบบลงคะแนนล่วงหน้าได้ครอบคลุมมากขึ้น โดยปัจจุบันมีถึง 37 รัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่อนุญาตให้ประชาชนลงคะแนนทางไปรษณีย์ได้โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผลจำเป็น (No-Excuse Absentee Voting) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปี 2000 ที่มีเพียง 24 รัฐ

อย่างไรก็ตาม มี 4 รัฐ ได้แก่ แคนซัส นอร์ทดาโคตา โอไฮโอ และยูทาห์ ที่ได้ผ่านกฎหมายกำหนดเส้นตายเข้มงวด โดยยกเลิกระยะเวลาผ่อนผัน ทำให้บัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ต้องส่งถึงเจ้าหน้าที่ภายในวันเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่อีก 14 รัฐและดี.ซี. ยังคงนับบัตรที่ประทับตราไปรษณีย์ภายในวันเลือกตั้งและมาถึงหลังจากนั้นได้ตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกา

 

ไมเคิล แมคโดนัลด์ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา ระบุว่า ยอดรวมผู้มาใช้สิทธิในปีนี้อาจสูงกว่าปี 2022 และใกล้เคียงกับปี 2018 ขณะที่ ชาร์ลส์ สจวร์ต จากสถาบัน MIT ให้มุมมองอย่างระมัดระวังว่า ตัวเลขที่พุ่งสูงอาจเป็นเพียงการที่ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมจากการรอไปลงคะแนนในวันจริง มาเป็นการลงคะแนนล่วงหน้าให้เสร็จสิ้นเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลขององค์กร CEIR ที่พบว่าสัดส่วนการลงคะแนนล่วงหน้าของชาวอเมริกันขยับสูงขึ้นต่อเนื่องในทุกรอบการเลือกตั้ง

 

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า ตัวเลขการลงทะเบียนสังกัดพรรคของผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้า (ซึ่งรายงานพบว่าเป็นสมาชิกเดโมแครต 43.9%, รีพับลิกัน 31.3% และไม่สังกัดพรรค 24.8%) เป็นเพียงการระบุตัวตนของผู้ที่ออกมาหย่อนบัตร แต่ไม่ได้สะท้อนว่าพวกเขาลงคะแนนให้กับผู้สมัครคนใด เนื่องจากพฤติกรรมของฐานเสียงรีพับลิกันส่วนใหญ่มักนิยมเดินทางไปลงคะแนนด้วยตนเองที่คูหาในวันเลือกตั้งจริง ดังนั้น ผลลัพธ์ที่แท้จริงของการช่วงชิงอำนาจในสภาคองเกรสจึงยังไม่สามารถสรุปได้จนกว่าการนับคะแนนอย่างเป็นทางการจะเสร็จสิ้น

ข่าวล่าสุด