ครม.เงา จี้รัฐบาล แก้ส่วยศูนย์ CI แรงงานเมียนมา ภาษีซ้ำซ้อน
02 พ.ย. 2569 | titayu_pur

พรรคประชาชน และ ครม.เงา แถลงจี้รัฐบาลแก้ปัญหา ศูนย์ CI แรงงานเมียนมา หลังนายจ้างร้องค่าใช้จ่ายพุ่ง แฉเจอส่วยคิวผี คัดค้านรัฐบาลทหารเมียนมาเก็บภาษีซ้ำซ้อน
ข่าว
02 พ.ย. 2569 | titayu_pur

พรรคประชาชน และ ครม.เงา แถลงจี้รัฐบาลแก้ปัญหา ศูนย์ CI แรงงานเมียนมา หลังนายจ้างร้องค่าใช้จ่ายพุ่ง แฉเจอส่วยคิวผี คัดค้านรัฐบาลทหารเมียนมาเก็บภาษีซ้ำซ้อน
KEY
POINTS
2 พฤศจิกายน 2569 พรรคประชาชน ร่วมกับกลุ่มนายจ้างสีขาว แถลงผลการประชุม ครม.เงา เพื่อจี้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ศูนย์ CI สำหรับ แรงงานเมียนมา หลังพบการเรียกเก็บเงินนอกระบบและภาษีซ้ำซ้อน
ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม. เงา ครั้งที่ 18 โดยหนึ่งในวาระที่มีการแถลงคือกรณีปัญหาการดำเนินงานของศูนย์พิสูจน์สัญชาติ (CI) สำหรับแรงงานเมียนมาในประเทศไทย โดยนิลุบล พงษ์พยอม ตัวแทนกลุ่มนายจ้างสีขาว, สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี พรรคประชาชน และพิศาล มาณวพัฒน์ ทีม ครม. เงา พรรคประชาชน ร่วมแถลงข้อเสนอต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายที่ไม่โปร่งใส การเรียกเก็บเงินนอกระบบ และทบทวนแนวทางบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ รวมถึงยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมา เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย
สหัสวัต ระบุว่า แรงงานข้ามชาติหลายล้านคนมีบทบาทสำคัญในภาคเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคประมง เกษตร อุตสาหกรรม ก่อสร้าง และการแปรรูปสินค้า แต่ระบบขึ้นทะเบียนแรงงานของไทยกลับมีลักษณะตรงข้ามกับหลักการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งโดยหลักควรทำให้ง่าย รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ แต่ระบบปัจจุบันกลับมีความซับซ้อน ล่าช้า และมีต้นทุนสูง จนเปิดช่องให้เกิดการทุจริต และทำให้แรงงานเข้าถึงการขึ้นทะเบียนได้ยาก
ศูนย์ CI ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายเมียนมาในประเทศไทย ภายใต้การอนุญาตของกระทรวงแรงงานไทย มีข้อร้องเรียนจำนวนมาก ทั้งการเรียกเก็บเงินนอกระบบ ภาษีซ้ำซ้อน และค่าใช้จ่ายผ่านการโอนเงิน จนเกิดคำถามว่าการดำเนินงานดังกล่าวกำลังเปิดช่องให้รัฐบาลทหารเมียนมาแสวงหาผลประโยชน์จากแรงงานและนายจ้างในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งกระทรวงแรงงานไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบต่อปัญหานี้ได้
สหัสวัตกล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางแก้ไข เสนอให้ดำเนินการเป็น 3 ระยะ โดยระยะสั้น หากยังจำเป็นต้องมีศูนย์ CI จะต้องปฏิรูประบบการดำเนินงานให้รัฐบาลไทยสามารถกำกับดูแลได้ และป้องกันการเรียกเก็บภาษีหรือค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนจากแรงงาน
ระยะกลาง รัฐต้องพิจารณาความจำเป็นของศูนย์ CI และศึกษาการจัดทำระบบขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติโดยรัฐบาลไทยฝ่ายเดียว ทั้งการจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลและการออกเอกสาร ซึ่งประเทศไทยเคยดำเนินการมาแล้วในอดีต โดยเฉพาะระบบขึ้นทะเบียนแรงงานตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา เพื่อให้สามารถบริหารจัดการแรงงานได้โดยตรงและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไว้ในประเทศ
ส่วนระยะยาว รัฐต้องปฏิรูปการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติทั้งระบบ ทั้งการทบทวนอาชีพสงวนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. คนเข้าเมือง และ พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เนื่องจากรูปแบบการจัดการที่ใช้อยู่มีพื้นฐานจากแนวทางเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ขณะที่จำนวนแรงงานและความต้องการของภาคเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก