เนชั่นทีวี

ข่าว

ครม.เงา จี้รัฐบาล แก้ส่วยศูนย์ CI แรงงานเมียนมา ภาษีซ้ำซ้อน

02 พ.ย. 2569 | titayu_pur

ครม.เงา จี้รัฐบาล แก้ส่วยศูนย์ CI แรงงานเมียนมา ภาษีซ้ำซ้อน

พรรคประชาชน และ ครม.เงา แถลงจี้รัฐบาลแก้ปัญหา ศูนย์ CI แรงงานเมียนมา หลังนายจ้างร้องค่าใช้จ่ายพุ่ง แฉเจอส่วยคิวผี คัดค้านรัฐบาลทหารเมียนมาเก็บภาษีซ้ำซ้อน

พรรคประชาชน และ ครม.เงา แถลงจี้รัฐบาลแก้ปัญหา ศูนย์ CI แรงงานเมียนมา หลังนายจ้างร้องค่าใช้จ่ายพุ่ง แฉเจอส่วยคิวผี คัดค้านรัฐบาลทหารเมียนมาเก็บภาษีซ้ำซ้อน

KEY

POINTS

  • นายจ้างร้องค่าใช้จ่ายพุ่ง-ส่วยคิวผี: ค่าเอกสารศูนย์ CI พุ่งจาก 310 เป็น 2,670 บาท พร้อมแฉนายหน้าเรียกเก็บ "ส่วยคิวผี" อีก 1,350-1,500 บาทหากไม่จ่ายเข้าไม่ได้
  • ค้านทหารเมียนมารีดภาษีซ้ำซ้อน: ชี้การเก็บภาษีแรงงานร้อยละ 2 ขัดความตกลงเว้นการเก็บภาษีซ้อนปี 2545 จี้รัฐบาลไทยลงมาควบคุมดูแล
  • เสนอไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเอง: พรรคประชาชนเสนอให้รัฐบาลไทยจัดทำระบบขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติเองฝ่ายเดียว เพื่อความโปร่งใสและปกป้องเศรษฐกิจไทย

2 พฤศจิกายน 2569 พรรคประชาชน ร่วมกับกลุ่มนายจ้างสีขาว แถลงผลการประชุม ครม.เงา เพื่อจี้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ศูนย์ CI สำหรับ แรงงานเมียนมา หลังพบการเรียกเก็บเงินนอกระบบและภาษีซ้ำซ้อน การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดจากข้อร้องเรียนของนายจ้างและแรงงาน ที่ต้องแบกรับค่าธรรมเนียมพุ่งสูงและ "ส่วยคิวผี" บริเวณหน้าศูนย์ รวมถึงการที่รัฐบาลทหารเมียนมา เรียกเก็บภาษีรายได้ร้อยละ 2 ซ้ำซ้อนในไทย พรรคประชาชนจึงเสนอให้ปฏิรูประบบขึ้นทะเบียนแรงงานโดยไทยจัดทำเอง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและรักษาศักดิ์ศรีของประเทศ  

 

ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม. เงา ครั้งที่ 18 โดยหนึ่งในวาระที่มีการแถลงคือกรณีปัญหาการดำเนินงานของศูนย์พิสูจน์สัญชาติ (CI) สำหรับแรงงานเมียนมาในประเทศไทย โดยนิลุบล พงษ์พยอม ตัวแทนกลุ่มนายจ้างสีขาว, สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี พรรคประชาชน และพิศาล มาณวพัฒน์ ทีม ครม. เงา พรรคประชาชน ร่วมแถลงข้อเสนอต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายที่ไม่โปร่งใส การเรียกเก็บเงินนอกระบบ และทบทวนแนวทางบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ รวมถึงยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมา เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี พรรคประชาชน

 

สหัสวัต ระบุว่า แรงงานข้ามชาติหลายล้านคนมีบทบาทสำคัญในภาคเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคประมง เกษตร อุตสาหกรรม ก่อสร้าง และการแปรรูปสินค้า แต่ระบบขึ้นทะเบียนแรงงานของไทยกลับมีลักษณะตรงข้ามกับหลักการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งโดยหลักควรทำให้ง่าย รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ แต่ระบบปัจจุบันกลับมีความซับซ้อน ล่าช้า และมีต้นทุนสูง จนเปิดช่องให้เกิดการทุจริต และทำให้แรงงานเข้าถึงการขึ้นทะเบียนได้ยาก

ศูนย์ CI ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายเมียนมาในประเทศไทย ภายใต้การอนุญาตของกระทรวงแรงงานไทย มีข้อร้องเรียนจำนวนมาก ทั้งการเรียกเก็บเงินนอกระบบ ภาษีซ้ำซ้อน และค่าใช้จ่ายผ่านการโอนเงิน จนเกิดคำถามว่าการดำเนินงานดังกล่าวกำลังเปิดช่องให้รัฐบาลทหารเมียนมาแสวงหาผลประโยชน์จากแรงงานและนายจ้างในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งกระทรวงแรงงานไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบต่อปัญหานี้ได้

 

สหัสวัตกล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางแก้ไข เสนอให้ดำเนินการเป็น 3 ระยะ โดยระยะสั้น หากยังจำเป็นต้องมีศูนย์ CI จะต้องปฏิรูประบบการดำเนินงานให้รัฐบาลไทยสามารถกำกับดูแลได้ และป้องกันการเรียกเก็บภาษีหรือค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนจากแรงงาน

 

ระยะกลาง รัฐต้องพิจารณาความจำเป็นของศูนย์ CI และศึกษาการจัดทำระบบขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติโดยรัฐบาลไทยฝ่ายเดียว ทั้งการจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลและการออกเอกสาร ซึ่งประเทศไทยเคยดำเนินการมาแล้วในอดีต โดยเฉพาะระบบขึ้นทะเบียนแรงงานตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา เพื่อให้สามารถบริหารจัดการแรงงานได้โดยตรงและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไว้ในประเทศ

 

ส่วนระยะยาว รัฐต้องปฏิรูปการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติทั้งระบบ ทั้งการทบทวนอาชีพสงวนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. คนเข้าเมือง และ พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เนื่องจากรูปแบบการจัดการที่ใช้อยู่มีพื้นฐานจากแนวทางเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ขณะที่จำนวนแรงงานและความต้องการของภาคเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ข่าวล่าสุด