“โสภณ” เคาะกรอบ กมธ. 35 คณะ เบรกอำนาจเดี่ยว ห้ามสั่งคนเดียว
02 พ.ย. 2569 | titayu_pur

“ประธานสภา โสภณ ซารัมย์” เคาะกรอบอำนาจ กมธ. 35 คณะ ชี้เรียกบุคคล-เอกสาร ต้องใช้มติองค์คณะเท่านั้น หลัง “ศุภชัย” ร้องสอบ “รังสิมันต์ โรม” ใช้งานเดี่ยว
ข่าว
02 พ.ย. 2569 | titayu_pur

“ประธานสภา โสภณ ซารัมย์” เคาะกรอบอำนาจ กมธ. 35 คณะ ชี้เรียกบุคคล-เอกสาร ต้องใช้มติองค์คณะเท่านั้น หลัง “ศุภชัย” ร้องสอบ “รังสิมันต์ โรม” ใช้งานเดี่ยว
KEY
POINTS
เคาะกรอบ 35 คณะ: โสภณ ซารัมย์ ประธานสภา วางแนวทางปฏิบัติ กมธ. 35 คณะ ตามรัฐธรรมนูญ ม.129 ย้ำต้องดำเนินงานตามกรอบกฎหมาย
คุมเข้มห้ามลุยเดี่ยว: กำหนดชัดการบรรจุวาระ การเชิญบุคคล หรือเรียกเอกสาร ต้องเป็น "มติองค์คณะ" เท่านั้น ประธานไม่สามารถสั่งการโดยลำพัง
ชนวนจากข้อพิพาท: ข้อบังคับนี้เกิดขึ้นหลัง ศุภชัย ใจสมุทร ท้วงติง รังสิมันต์ โรม ใช้อำนาจประธาน กมธ. เรียกสอบคดีโดยไม่มีมติที่ประชุม
2 พฤศจิกายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา และประธาน กมธ. ประจำสภาผู้แทนราษฎร 35 คณะ วางแนวทางกรอบ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจตรงตามกฎหมาย
ความคืบหน้ากรณี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร 35 คณะ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณาขอบเขตหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 90 วรรคสี่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ และให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบที่กฎหมายกำหนด
ล่าสุด มีรายงานว่า นายโสภณ ประธานสภา ได้เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ สรุปได้ดังนี้
1. การนัดประชุมตามปกติ ให้กำหนดโดยมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการในการประชุมนัดแรก ตามข้อ 19 วรรคสอง ประกอบข้อ 93 วรรคหนึ่ง โดยอนุโลม
2. การนัดประชุมเป็นพิเศษ ประธานคณะกรรมาธิการมีอำนาจนัดได้เมื่อเห็นสมควร แต่แนวทางจำกัดลักษณะไว้สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ไม่ใช่การนัดประชุมประจำต่อเนื่อง
3. การบรรจุเรื่องพิจารณาเข้าสู่ระเบียบวาระ ต้องเป็นไปตามมติคณะกรรมาธิการ ประธานไม่อาจเปลี่ยนแปลงวาระที่กำหนดโดยมติได้
4. การเชิญบุคคลหรือหน่วยงานมาชี้แจง แนวทางระบุว่า ประธานไม่อาจกำหนดให้เชิญบุคคลหรือหน่วยงานมาชี้แจงโดยไม่มีมติคณะกรรมาธิการ
5. การเรียกบุคคลหรือเอกสาร เป็นอำนาจของคณะกรรมาธิการในฐานะองค์คณะ ประธานไม่สามารถใช้อำนาจโดยลำพัง
สำหรับการเรียกหารือ ประธาน กมธ. 35 คณะ ของนายโสภณ มีขึ้นหลังเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา นายศุภชัย ใจสมุทร สส. พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ. กฎหมาย ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายโสภณ เพื่อขอให้วินิจฉัยและวางแนวทางเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน หลังเกิดข้อพิพาทกับ นายรังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน ประธาน กมธ. กฎหมาย ในประเด็นที่มีการเชิญบุคคลต่าง ๆ มาให้ข้อมูลโดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการตรวจสอบรัฐบาล และคนของพรรคภูมิใจไทย
และการนำเรื่องเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม โดยการใช้อำนาจของประธาน ไม่มีการขอมติจากที่ประชุม เช่น วาระตรวจสอบข้อกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่น ที่มีเชิญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาให้ข้อมูล ซึ่งนายศุภชัย และ กมธ. ฝ่ายรัฐบาล 6 คน และ กมธ. ฝ่ายค้านบางส่วน ได้ตอบโต้ด้วยการไม่เข้าร่วมประชุม
โดยให้เหตุผลเพื่อทักท้วงเกี่ยวกับการดำเนินงานของประธานกรรมาธิการ โดยเห็นว่าต้องตรวจสอบขอบเขตอำนาจ การบรรจุวาระ และขั้นตอนการออกคำสั่งเรียกบุคคล ให้เป็นไปตามข้อบังคับ พร้อมเตรียมทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้วินิจฉัยข้อขัดแย้งดังกล่าว อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกต ถึงการพิจารณาประเด็นที่อาจซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการคณะอื่น รวมถึงปัญหาองค์ประชุมไม่ครบกึ่งหนึ่ง
หรือเมื่อไม่นานนี้ กรณี สส. ไอเดียร์ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส. ภูมิใจไทย ที่นายรังสิมันต์ ได้เชิญบุคคลภายนอก เช่น นายศิริโชค โสภา มาให้ข้อมูล ซึ่งนายศุภชัยได้ท้วงติงว่า การดำเนินการดังกล่าวขัดต่อข้อบังคับการประชุมและรัฐธรรมนูญ ก่อนที่นายศุภชัย และ สส. จากพรรคร่วมรัฐบาลรวม 7 คน จะวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม พร้อมเตรียมร้องต่อ ป.ป.ช. ให้วินิจฉัยว่าพฤติกรรมการกระทำของนายรังสิมันต์ ตั้งแต่ต้นมาจนถึงหลายครั้งหลายคราวนั้น เป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับ ผิดรัฐธรรมนูญ ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ และประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมประชุมกับกรรมาธิการในช่วงนี้
นอกจากนี้ ประเด็นที่ประธานสภาเรียกประธาน กมธ. 35 คณะ เกี่ยวกับปมอำนาจหน้าที่ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา ยังทำให้เกิดศึกระหว่าง นายศุภชัย กับ ไอซ์ รักชนก สส. พรรคประชาชน โดย น.ส. รักชนก ได้โพสต์ข้อความวิจารณ์ทำนองว่า นายศุภชัย ยื่นร้องต่อประธานสภาฯ ให้เรียกประชุมประธาน กมธ. ทั้ง 35 คณะ เพื่อปกป้อง “สส. ไอเดียร์”
โดย นายศุภชัย ได้โต้ว่า หนังสือดังกล่าวที่เคยยื่นถึงนายโสภณ ไม่ได้ร้องให้ประธานสภาฯ เชิญประธาน กมธ. ทั้ง 35 คณะมาประชุม แต่การประชุมที่เกิดขึ้นมาจากแนวดำริและการหารือของประธานสภาฯ เอง และยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องของ น.ส.สุชาดา ตามที่ถูกพาดพิง และส่งทนายความแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก สื่อมวลชน 4 สำนัก และชาวเน็ตที่แชร์หรือคอมเมนต์บิดเบือน รวมถึง 80 คน ในข้อหาทำให้เสียหาย