ลุย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ดันภาคเกษตรสู่ "ครัวโลก" - การค้าชายแดนงบสูงสุด
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพิจารณาโครงการได้เน้นตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ผ่าน 4 กรอบประเด็นสำคัญ ได้แก่ ด้านความมั่นคงอาหารและเกษตรกรรม, ด้านการค้าชายแดน, ด้านการท่องเที่ยว และด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะภาคการเกษตรได้เน้นย้ำให้เป็นวาระสำคัญตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อยกระดับประเทศไทยไปสู่การเป็น "ครัวโลก" เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่เกษตรกรรมที่โดดเด่น โดยเฉพาะเครื่องเทศและวัตถุดิบอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์ สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างดี แม้การแจ้งกำหนดการประชุมจะกระชั้นชิด แต่ทุกจังหวัดสามารถเตรียมข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน
ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การคัดเลือกโครงการจะพิจารณาจากความสอดคล้องกับศักยภาพทางเศรษฐกิจในพื้นที่เป็นหลัก โดยจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่เกษตรเดิม ควบคู่กับการยกระดับสู่เกษตรอาหารมูลค่าสูง ซึ่งต้องมีการจัดตั้งและใช้ประโยชน์จากห้องปฏิบัติการ (แล็ป) เพื่อทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นในสินค้าแปรรูป รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนผ่านโครงสร้างพื้นฐานและสะพานข้ามแดนเพื่อยกระดับรายได้ประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สศช. จะรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดเสนอ ครม.สัญจร ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานต่อไป
เปิดกรอบงบประมาณ 4 ด้าน พร้อมเจาะลึกโครงการไฮไลต์รายจังหวัด
สำหรับกรอบการพัฒนา 4 ด้านหลัก วงเงินรวมกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย
- ด้านการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร: จำนวน 38 โครงการ วงเงินกว่า 7,956 ล้านบาท
- ด้านการพัฒนาการค้าชายแดน: จำนวน 35 โครงการ วงเงินกว่า 57,578 ล้านบาท (วงเงินสูงสุด)
- ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว: จำนวน 66 โครงการ วงเงินกว่า 9,887 ล้านบาท
- ด้านการปราบปรามยาเสพติด: จำนวน 31 โครงการ วงเงินกว่า 3,039 ล้านบาท
ตัวอย่างโครงการสำคัญจำแนกรายจังหวัด
จังหวัดอุดรธานี: โครงการขยายแหล่งปลูกและยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบไผ่ซางหม่นอุดรธานี สู่อุตสาหกรรม (Udon Thani Bamboo Quick Win: Farm-to-Factory) วงเงิน 23,585,700 บาท, โครงการ UDONTHANI CITY BRANDING วงเงิน 15,000,000 บาท, โครงการยกระดับกลุ่มเกษตรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง (BCG) วงเงิน 16,680,000 บาท, โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำแก้ไขภัยแล้งนอกเขตชลประทาน วงเงิน 63,450,000 บาท และโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้เกษตรสุขภาวะและเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีอีสาน วงเงิน 4,070,000 บาท
จังหวัดบึงกาฬ: โครงการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ ระยะเร่งด่วน (เวนคืนอสังหาริมทรัพย์) วงเงิน 35,000,000 บาท และระยะยาว วงเงิน 9,711,000,000 บาท, โครงการประตูระบายน้ำห้วยผาคาง (ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ) วงเงิน 400,000,000 บาท, โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิต การแปรรูป การตลาดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง วงเงิน 12,000,000 บาท, โครงการ Amazing Bueng Kan (“ศรัทธานาคา สานสัมพันธ์สองฝั่งโขง”) วงเงิน 6,000,000 บาท และโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววงแหวนแห่งความรัก (Ring of Love Bueng Kan 2027) วงเงิน 6,000,000 บาท
จังหวัดเลย: โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเลย (BYPASS LOEI) ด้านทิศตะวันตก วงเงิน 5,200,000,000 บาท, โครงการพัฒนาเมืองเลย เมืองสุขภาพ (Wellness & Longevity) วงเงิน 82,171,600 บาท, โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรและแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแนวทาง BCG วงเงิน 11,765,500 บาท, โครงการส่งเสริมและพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ LOEI Creative City วงเงิน 6,500,000 บาท และโครงการพัฒนากาแฟพรีเมียมลุ่มน้ำโขง (Mekong Premium Coffee) วงเงิน 3,000,000 บาท
จังหวัดหนองคาย: โครงการศูนย์นาทา อัจฉริยะ และระบบนิเวศน์การส่งออก (Agro-Logistics Hub) วงเงิน 50,000,000 บาท, โครงการ Food Verse “จักรวาลอาหารมหกรรมความอร่อย” วงเงิน 25,000,000 บาท, โครงการยกระดับ “โคดำหนองคาย” สู่เกษตรแปรรูป (Sandbox โคขุนลุ่มน้ำโขง) วงเงิน 11,000,000 บาท, โครงการแพลตฟอร์มการค้าชายแดนอัจฉริยะ (Smart Border Trade O2O) วงเงิน 8,000,000 บาท และโครงการก่อสร้าง Landmark พระธาตุหล้าหนอง วงเงิน 85,000,000 บาท
จังหวัดหนองบัวลำภู: โครงการพัฒนาแหล่งน้ำฯ (กิจกรรมประตูระบายน้ำบ้านจอมทอง) วงเงิน 890,000,000 บาท, โครงการพัฒนาพื้นที่ตามผังเมืองรวมเมืองหนองบัวลำภู บริเวณหนองแซง วงเงิน 129,871,000 บาท, โครงการก่อสร้างทางเดินชมทัศนียภาพลอยฟ้า “ภูพานน้อย ฟ้าจรดภูสกายวอล์ก” วงเงิน 99,960,000 บาท, โครงการยกระดับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์เชื่อมโยงการท่องเที่ยววิถีชุมชน วงเงิน 27,953,000 บาท และโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำผาวังพร้อมซ่อมแซมอาคารประกอบ วงเงิน 23,080,000 บาท
ทั้งนี้ ข้อมูลความต้องการและโครงการทั้งหมดจะถูกรวบรวมโดย สศช. เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.สัญจร ณ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติและเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป