ส่วนคดีมาตรา 112 ที่อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ ต้องต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นข้อยกเว้นที่เขียนไว้ชัดเจนใน พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
มติที่ประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขนัดแรก เปิดให้ยื่นเรื่องได้ทั้งโดยตรงที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และส่งข้อมูลทางออนไลน์ ไม่ทราบว่ามีผู้ใดยื่นเรื่องผ่านช่องทางไหนบ้าง อาจมีบางรายหรือหลายรายที่กรรมการต้องพิจารณาโดยละเอียด ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ถึงที่สุดผลการพิจารณาก็ต้องปรากฏต่อสังคม ไม่ใช่เรื่องปิดลับ
ส่วนกระแสข่าวว่า ดร.ทักษิณเปิดดีลให้คณะกรรมการเห็นชอบ แลกกับเสียงโหวตของพรรคเพื่อไทย ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น่าจะเป็นทั้งเฟคนิวส์และเฟคดีล เพราะถ้าดูการเมืองจากสภาพที่เป็นจริง คะแนนเสียงสนับสนุนรัฐบาลไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หมิ่นเหม่ กดดัน
ปัญหาการทำงานในพรรคร่วมรัฐบาลไม่มี ขณะที่แกนนำฝ่ายค้านเพิ่งปรับบางพรรคออกจากวิปฝ่ายค้าน สมการแบบนี้ คะแนนเสียงหนุนรัฐบาลอาจเพิ่มขึ้น คะแนนฝ่ายค้านอาจลดลง ไม่น่าเป็นเงื่อนไขทางการเมืองอย่างที่ปล่อยข่าวกัน
ให้คณะกรรมการทำหน้าที่ตามกฎหมาย กรอบเวลามีการประกาศไว้ว่าจะให้แล้วเสร็จทุกขั้นตอนภายใน 6 เดือน สิทธิ์เป็นของผู้ยื่น อำนาจเป็นของกรรมการ อีกไม่นานก็จะมีข้อสรุป
สำหรับกรณี ดร.ทักษิณ ใครไม่เจอกับตัวคงไม่เข้าใจ
เมื่อคณะรัฐประหารนิรโทษกรรมตัวเองได้ตั้งแต่นาทีแรก นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ถูกยึดอำนาจ ย่อมมีสิทธิ์ต่อสู้ทุกช่องทางจนถึงนาทีสุดท้าย