“ดังนั้นการลดภาษีสรรพสามิตเฉพาะน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ย่อมไม่ได้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้น้ำมันส่วนใหญ่โดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่ยังจำเป็นต้องใช้แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 ประเด็นที่ผมตั้งคำถามจึงไม่ใช่ว่า E20 ดีหรือไม่ดี แต่เป็นเรื่องความครอบคลุมของมาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้ต่างหาก“ นายพีระพันธุ์ กล่าว
นายพีระพันธุ์ยังชี้แจงถึงประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าหากเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 แล้วเครื่องยนต์จะพัง โดยระบุว่า หากเติมแล้วเครื่องยนต์พังทุกคัน ใครจะกล้าใช้ และผู้ผลิตเครื่องยนต์ก็คงไม่สามารถผลิตออกมาจำหน่ายได้กันอยู่ทุกวันนี้ สิ่งที่ตนต้องการอธิบายคือ ไม่ใช่รถยนต์ทุกคันที่เคยเติมแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 จะสามารถเปลี่ยนมาใช้แก๊สโซฮอล์ E20 ได้ทันที
นายพีระพันธุ์ ย้ำว่า รถยนต์บางรุ่นได้รับการออกแบบให้รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่แล้วก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ได้โดยไม่ต้องดัดแปลงอะไร แต่รถยนต์บางรุ่นโดยเฉพาะรถยนต์รุ่นเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับน้ำมันที่มีเอทานอลในสัดส่วนสูงถึง 20% ก็อาจไม่สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม และมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหากับระบบเชื้อเพลิงหรือเครื่องยนต์ได้
นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตนคิดขึ้นมาเอง หากแต่เคยไปหารือกับช่างผู้มีประสบการณ์ และเคยนำรถยนต์เก่าบางคันไปปรับปรุงเพื่อให้สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ตามคำแนะนำมาแล้ว จึงพอทราบว่ามีข้อจำกัดและค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณา ดังนั้นคำถามของผมจึงอยู่ที่ว่า สำหรับประชาชนที่มีรถยนต์ซึ่งยังไม่รองรับ E20 หากต้องเสียเงินปรับปรุงระบบเชื้อเพลิงหรือเครื่องยนต์เพื่อเปลี่ยนมาใช้น้ำมันชนิดนี้จะคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อมาตรการลดภาษีสรรพสามิตของรัฐบาลมีระยะเวลาเบื้องต้นเพียง 3 เดือนเท่านั้น
“ผมไม่ได้คัดค้านการใช้น้ำมัน E20 และไม่ได้ปฏิเสธประโยชน์ของเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่เห็นว่าเมื่อรัฐบาลออกมาตรการเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนก็ควรพิจารณาด้วยว่ามาตรการนั้นช่วยประชาชนได้ครอบคลุมมากน้อยเพียงใด และมีข้อจำกัดในการเข้าถึงประโยชน์จากมาตรการหรือไม่” นายพีระพันธุ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ยังระบุว่า การตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความครอบคลุมของมาตรการ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการด้อยค่าคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และหากประชาชนคนไหนที่สงสัยว่ารถยนต์ของตัวเองสามารถเปลี่ยนจากแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 มาใช้ E20 ได้หรือไม่ ก็สามารถตรวจสอบจากคู่มือประจำรถหรือสอบถามผู้ผลิตและศูนย์บริการ เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง โดยไม่ต้องเข้าใจผิดหรือเสี่ยงทดลองกับเครื่องยนต์โดยที่ไม่จำเป็น