เนชั่นทีวี

ข่าว

"ศึกภาษีบาปหมื่นล้าน!" รัฐบาลจัดระเบียบงบ หรือ เอื้อทุนเหล้า-ยาสูบ?

04 ต.ค. 2569 | thamsathit_pol

"ศึกภาษีบาปหมื่นล้าน!"  รัฐบาลจัดระเบียบงบ หรือ เอื้อทุนเหล้า-ยาสูบ?

เกมนี้ใครได้ประโยชน์? "ศึกภาษีบาปหมื่นล้าน" เมื่อรัฐบาลเดินหน้ารื้อกฎหมายดึงเงิน สสส. - Thai PBS กลับเข้าคลัง ฝั่งการเมืองอ้าง "จัดระเบียบวินัยการคลัง" แต่ภาคสังคมสวนกลับ "นี่คือการรวบอำนาจและเปิดช่องเอื้อทุนใหญ่เหล้า-บุหรี่" จับตากระแสต้านถึง 14 ต.ค. นี้

4 ตุลาคม 2569 กลายเป็นชนวนร้อนการเมืองลูกใหม่! เมื่อรัฐบาลนำโดย "อนุทิน ชาญวีรกูล" เดินหน้าล้างไพ่รื้อกฎหมาย "สสส." - กองทุนตระกูล ส. และ "Thai PBS"  หวังดึงเงินหมื่นสี่พันล้านกลับเข้าคลัง อ้างเพื่อวินัยการเงินและแก้ปัญหา "รัฐซ้อนรัฐ" 

จากกระแสคัดค้านอย่างหนักของภาคประชาสังคม ต่อกรณีร่างแก้ไข พ.ร.บ. สสส. และกองทุนตระกูล ส. รวมไปถึง Thai PBS หากเราลองมองในมุมของรัฐบาลและฝ่ายการเมือง นำโดยคุณอนุทิน ชาญวีรกูล มีประเด็นเชิงนโยบายและการบริหารงบประมาณแผ่นดินที่น่าสนใจและต้องวิเคราะห์อย่างแยกส่วนอยู่ 4 ประเด็นหลัก

1. การจัดระเบียบ "วินัยการเงินการคลัง" และลดสภาวะ "รัฐซ้อนรัฐ"

หากมองจากเหตุผลที่ระบุไว้ในบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมาย ฝ่ายการเมืองและรัฐบาลกำลังชูเรื่อง "พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561" โดยมองว่า การล็อกเงินภาษีสุราและยาสูบส่งตรงเข้ากองทุนเฉพาะโดยไม่ผ่านการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน  ทำให้รัฐบาลขาดสภาพคล่องในการจัดสรรงบภาพรวมของประเทศ และขัดต่อหลักการงบประมาณรวบยอด การดึงเงินหมื่นสี่พันล้านบาทกลับเข้ามาผ่านระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี รัฐบาลมองว่าเป็นการจัดระเบียบให้ทุกหน่วยงานอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดินผ่านสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างรัดกุมขึ้น

ภาคประชาชน นำเสนอ อินโฟกราฟฟิค ค้าน การแก้กม. ตัดท่อน้ำเลี้ยงภาษีบาป ให้กองทุน ตระกูล ส.

2. เปิดหน้าเอกสาร ย้ำชัดรัฐบาล "ตั้งธง" ไว้แล้วในคำแถลงนโยบาย

สิ่งที่สะท้อนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาล "วางธง" ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้น สามารถเห็นได้จากเอกสารคำแถลงนโยบายของรัฐบาลใน ข้อ ๒๒.๓ ว่าด้วยการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนสมัยใหม่ ซึ่งในส่วนท้ายของข้อกำหนดได้ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงแนวทางการจัดการภาษีสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสังคม โดยระบุว่า "...และจัดทำกฎหมายเพื่อนำภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสังคมกลับเข้าสู่งบประมาณแผ่นดินเพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง"

ข้อความ ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อเดือนเมษายน 2569

ข้อความดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลมีทิศทางแน่วแน่ตั้งแต่เริ่มแรกในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีที่เคยจัดสรรโดยตรงให้แก่กองทุนเฉพาะกิจต่างๆ (Earmarked Tax) ให้กลับเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดินตามปกติ เพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถบริหารจัดการและจัดสรรงบประมาณได้อย่างที่รัฐบาลอ้างว่าจะเป็นไปเพื่อความเสมอภาค เหมาะสม และเป็นไปตามวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ

3. ข้อมูลอัปเดตจากโฆษกรัฐบาล: "ตระกูล ส." มีปัญหาหลายอย่าง จึงต้องรีเซ็ตงบใหม่

ประเด็นสำคัญที่ตอกย้ำฝั่งรัฐบาลในการเดินหน้าครั้งนี้ คือข้อมูลอัปเดตจาก "หมอเอก"  เอกภพ  เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐบาล  ที่ได้ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังและความจำเป็นในการจัดระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณใหม่ โดยระบุว่า ที่ผ่านมา กองทุนตระกูล ส. มีปัญหาภายในและข้อติดขัดหลายประการ ทั้งในแง่ของความโปร่งใส ประสิทธิภาพในการกระจายงบประมาณ และปัญหาการใช้เงินจัดสรรเฉพาะที่ไม่สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นายเอกภพ หรือ หมอเอก  เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 69

ดังนั้น ในเชิงการเมือง ฝ่ายบริหารมักมองว่าองค์กรอิสระหรือกองทุนตระกูล ส. ที่มีรายได้จัดสรรเฉพาะเหล่านี้ มีอิสระทางการเงินสูงมาก (รัฐซ้อนรัฐ) จนบางครั้งฝ่ายนโยบายหรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถเข้าไปควบคุมทิศทางหรือสั่งการโครงการต่างๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลได้ การปรับรูปแบบให้มา "ขอเบิกงบรายปี" และการยกเลิกมาตราการส่งเงินบำรุงกองทุนโดยตรงตามร่างกฎหมายใหม่นี้ จึงเป็นกลไกที่รัฐบาลต้องการเพิ่มอำนาจในการจัดสรรทรัพยากร ควบคุมทิศทาง และรีเซ็ตการใช้เงินให้เกิดการจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในกองทุนเหล่านี้

4. แต่รัฐบาลกำลังเปิดศึกรอบทิศ และเสี่ยงตกเป็นจำเลยสังคม

แม้รัฐบาลจะยกเหตุผลเรื่องวินัยการเงินการคลังและการแก้ปัญหาภายในของกองทุนขึ้นมาอ้าง รวมถึงอัปเดตข้อมูลความจำเป็นจากโฆษกรัฐบาล แต่ผลกระทบทางการเมืองกลับรุนแรงกว่าที่คิด เพราะการแตะ "ภาษีบาป" ทำให้เกิดแรงต้านจาก 3 ประสานหลัก

• ภาคประชาสังคมและเครือข่ายสุขภาพ มองว่ารัฐบาลกำลังทำลายกลไกสร้างสุขภาวะที่ยืดหยุ่น ย้อนกลับไปสู่ระบบราชการที่ล่าช้า

สื่อเสรีอย่าง Thai PBS: หวั่นเกรงการสูญเสียความเป็นอิสระในการนำเสนอข่าว และต้องกลายเป็น "สื่อของรัฐ" ที่ต้องคอยเอาใจฝ่ายการเมืองเพื่อแลกงบประมาณ

การพุ่งเป้าเรื่อง "เอื้อประโยชน์ทุนใหญ่" รัฐบาลกำลังถูกสังคมตั้งคำถามหนักว่า เหตุใดจึงยกเลิกการเก็บเงินบำรุงจากผู้ผลิตเหล้า-บุหรี่ ซึ่งทำให้ฝั่งธุรกิจประหยัดเงินได้กว่าหมื่นสี่พันล้านบาท ขณะที่รัฐบาลต้องเอางบกลางหรือภาษีประชาชนทั่วไปมาแบกรับแทน

"ศึกภาษีบาปหมื่นล้าน!"  รัฐบาลจัดระเบียบงบ หรือ เอื้อทุนเหล้า-ยาสูบ?

เปิดเนื้อหาหลักการและเหตุผล ขอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ...)

"ศึกภาษีบาปหมื่นล้าน!"  รัฐบาลจัดระเบียบงบ หรือ เอื้อทุนเหล้า-ยาสูบ?

งานนี้ต้องติดตามกันต่อว่า ทางรัฐบาลและคุณอนุทินจะใช้แนวทางใดในการชี้แจงคำถามเหล่านี้แก่สังคม เพราะในขณะที่รัฐบาลพยายามอ้างเรื่อง "วินัยการคลัง" และชี้ให้เห็นถึงปัญหาของกองทุนตระกูล ส. ผ่านกระบอกเสียงของโฆษกรัฐบาล แต่ภาพที่สะท้อนออกมาในสายตาประชาชนและเอกสารนโยบายที่ตั้งธงไว้ล่วงหน้า กลับถูกมองว่าเป็นการ "รวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ฮุบภาษีบาป และเปิดช่องเอื้อกลุ่มทุน" ซึ่งหากกระแสคัดค้านช่วงรับฟังความคิดเห็นไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคมนี้ยังคงแรงต่อเนื่อง อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการเมืองลูกใหม่ที่รัฐบาลต้องคิดหนักอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด