เนชั่นทีวี

ข่าว

อนุทิน ชาญวีรกูล ซัดผู้นำฝ่ายค้านเลื่อนซักฟอก ม.152 อ้างไม่พร้อม

29 ต.ค. 2569 | titayu_pur

อนุทิน ชาญวีรกูล ซัดผู้นำฝ่ายค้านเลื่อนซักฟอก ม.152 อ้างไม่พร้อม

อนุทิน ชาญวีรกูล ซัดผู้นำฝ่ายค้านเลื่อนซักฟอก ม.152 อ้างไม่พร้อม ลั่นรัฐบาลพร้อมแจงทุกข้อสงสัย ย้ำให้มีวุฒิภาวะ ชี้เป็นเรื่องบ้านเมือง

อนุทิน ชาญวีรกูล ซัดผู้นำฝ่ายค้านเลื่อนซักฟอก ม.152 อ้างไม่พร้อม ลั่นรัฐบาลพร้อมแจงทุกข้อสงสัย ย้ำให้มีวุฒิภาวะ ชี้เป็นเรื่องบ้านเมือง

KEY

POINTS

  • สวนฝ่ายค้านเลื่อนซักฟอก: นายกฯ อนุทิน ซัดผู้นำฝ่ายค้านอ้างไม่พร้อมทำชักพอกเลื่อนอภิปราย ม.152 ไปธันวาคม ยืนยันรัฐบาลพร้อมตอบทุกข้อสงสัย
  • จี้สร้างวุฒิภาวะทางการเมือง: ติงผู้นำฝ่ายค้านต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ เลิกพูดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วใส่คนอื่น และควรมุ่งเน้นเรื่องประโยชน์ของบ้านเมือง
  • รัฐบาลไร้เกมเตะถ่วง: ย้ำรัฐบาลไม่มีเกมซ่อนเร้น พร้อมให้ตรวจสอบทุกประเด็น และเปิดกว้างให้ซักฟอกได้ทันทีตามกรอบเวลาที่เหมาะสม

29 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกโรงสวนกระแสข่าวฝ่ายค้าน เตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 โดยระบุว่า รัฐบาลมีความพร้อมเต็มที่และไม่มีเกมเตะถ่วงใด ๆ กรณีที่ฝ่ายค้านขอเลื่อนการอภิปรายออกไปเป็นช่วงเดือนธันวาคม เนื่องจากอ้างว่ายังไม่พร้อมนั้น นายกฯ ตั้งคำถามถึงวุฒิภาวะของผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลพร้อมตอบทุกข้อสงสัยอย่างชัดเจน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ฝากข้อคิดถึงการทำหน้าที่ในสภาว่า ควรใช้ข้อมูลที่ครบถ้วนและสร้างสรรค์ คำนึงถึงประชาชนทั้งประเทศ ไม่ควรนำเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับการอภิปรายเรื่องบ้านเมือง

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมแก้เกมรัฐบาลโดยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ว่า รัฐบาลไม่มีเกมอะไร ตรงไปตรงมา และพร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอก รัฐบาลก็จะตอบข้อสงสัยต่าง ๆ อย่างชัดเจน ส่วนจะมีความจำเป็นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน รัฐบาลไม่ได้เป็นคนยื่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

 

ส่วนกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีความพร้อมจึงต้องเลื่อนการอภิปรายไปในช่วงเดือนธันวาคม นายกรัฐมนตรีหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า "คนไม่พร้อมคือใคร" นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะของคนที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน มอบหมายให้คนไปเจรจาเรื่องเวลา และไม่ได้ติดตามหรือให้นโยบายว่าควรจะมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ไม่อย่างนั้นขณะนี้เราคงได้นั่งฟังฝ่ายค้านอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจ อย่าลืมว่าเมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติมา รัฐบาลก็บอกว่าพร้อมตั้งแต่วันที่ 27-29 ตุลาคม รัฐบาลก็ตอบสนองโดยฉับพลันทันที นอกจากนี้ จากการที่ไปหารือกัน คนที่วอล์กเอาต์ก็คือฝ่ายค้าน

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ผู้สื่อข่าวก็เหมือนกัน ถามก็ถามแบบไม่กรองมาก่อน ใครพูดอะไรมาก็เอามาถาม ก็เห็นอยู่แล้วว่าคนที่วอล์กเอาต์และไม่ยอมจบก็คือฝ่ายค้าน รัฐบาลก็นั่งรอเก้ออยู่ เปลี่ยนทุกอย่าง รัฐมนตรีทั้ง 18 คน ครม. ที่เหลือก็อยู่ในประเทศ ก็รอการซักฟอก แล้วก็ไม่เกิดขึ้น แล้วทางฝ่ายค้านก็กลับมาบอกว่าจะอภิปราย ซึ่งตอนนี้เร็วที่สุดก็คือวันที่ 6 ธันวาคม รัฐบาลก็เร่งแจ้งประธานสภาไป ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลที่ไม่พร้อม

 

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ผู้นำฝ่ายค้านก็เป็นอย่างนี้ทุกที ข้อมูลไม่ครบ "พูดอะไรแต่ละเรื่องก็พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น" ก็เป็นนิสัยเขาอย่างนี้ เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ วุฒิภาวะต้องข่มจิตข่มใจ ไม่เอาความโกรธหรือความไม่พอใจส่วนตัวมาพูดในเรื่องของบ้านของเมือง เพราะผู้นำฝ่ายค้านเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก ถือว่าเป็นระดับเดียวกับตน ดังนั้น ต้องมีวุฒิภาวะให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เห็นไมโครโฟนแล้วอยากพูดอะไรก็พูด เพราะคนที่ฟังคือคนทั้งประเทศ ต่อให้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องนำความสงบสุข และทำความเข้าใจในสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติให้กับประชาชน

 

ส่วนเป็นห่วงรัฐมนตรีคนนอกยังไม่มีความเจนจัดด้านการเมือง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ต้องมีความเจนจัดอะไร รัฐมนตรีทุกคนทำงานด้วยความทุ่มเท ด้วยนโยบาย และเจตนารมณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน ดังนั้น การชี้แจงข้อกล่าวหาใด ๆ ก็ตาม หากเขาทำด้วยเจตนารมณ์ที่ดี เขาก็อธิบายตามที่ทุกอย่างได้ทำ 

 

นายกฯ มองเป็นสิทธิ์ มอบรัฐมนตรีตอบกระทู้แทน ย้อนถามใครด้อยค่าฝ่ายนิติบัญญัติ

 

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ด้วยตัวเองว่า ตนก็ใช้สิทธิ์ของตน มีรองนายกรัฐมนตรีถึง 6 คน มีรัฐมนตรีอีก 29 คน ดังนั้น เรื่องใดเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีคนใด เขาก็ไปตอบ เป็นเรื่องปกติที่ทำกันมาโดยทั่วไปอยู่แล้ว

 

ส่วนที่ถูกมองว่าเป็นการด้อยค่าฝ่ายนิติบัญญัตินั้น นายกรัฐมนตรีย้อนถามกลับทันทีว่า ใครด้อยค่า ทำให้ผู้สื่อข่าวบอกว่า ฝ่ายค้าน นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่า เวลาตนลงพื้นที่ พบเพื่อนข้าราชการ ก็ไม่เห็นมีใครมาด้อยค่า มีแต่มาชื่นชมว่ารัฐบาลทำงานหนักมาก มากกว่าพวกเขา เราเอางานไปส่งมอบให้กับประชาชน ทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ในเรื่องของกิจการงานสภาฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนดำเนินการในนามของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ไม่ได้มีอะไรเป็นการหลบ อย่างวันนี้ พอสัปดาห์นี้ตนเข้ามาบ่อย เพราะไม่มีภารกิจอื่น ๆ เพราะเราเตรียมตัวไว้แล้วว่าจะมารับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สัปดาห์นี้ผมก็เข้าสภา แต่ถ้าสัปดาห์อื่น ๆ สัปดาห์หน้า ก็ติดภารกิจต่างประเทศ ติดภารกิจประชุมอะไรต่าง ๆ มากมาย เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเวลา มีโอกาส ก็มาทำหน้าที่ สส. ไม่ได้มีหน้าที่มาทำตามคำวิพากษ์วิจารณ์หรือการเล่นเกมอะไรของคนอื่น

 

ส่วนได้มีการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่ เนื่องจากได้ขอเวลาในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นกัน นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุย

 

ส่วนเมื่อวานนี้ที่มีภาพการได้พบกับนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส. ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ทำให้สังคมจับตามองว่าจะมีการพูดคุยถึงคดีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เขาเป็นลูกพรรคตน แต่ไม่มีการคุยกันถึงเรื่องคดีแต่อย่างใด เพียงแต่สอบถามเรื่องการลงพื้นที่พบชาวบ้านเป็นอย่างไร ความเป็นหัวหน้าพรรคของตน สิ่งที่ตนต้องการเห็นมากที่สุดคือ สส. พรรคตน พรรคภูมิใจไทย ต้องลงพื้นที่พบปะอยู่ใกล้ชิดชาวบ้านตลอดเวลา

 

ภายหลังการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับนักเรียนโรงเรียนสวัสดิ์รัตนาภิมุข จังหวัดตรัง ที่เดินทางมาเยี่ยมชมอาคารรัฐสภา จากนั้นได้แวะซื้อเข็มกลัดติดสูทลายธงชาติไทย จำนวน 2 อัน จากร้านจำหน่ายเครื่องหมายบริเวณโถงทางเข้าห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าร่วมการประชุม

ข่าวล่าสุด