สรรเพชญ เร่งเชื่อมถนน Thailand Riviera ชุมพร ลัดทางอ้อม 15 กม.
22 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“สรรเพชญ” แจงกระทู้ Thailand Riviera เร่งแก้จุดขาดเชื่อมถนนชุมพร บูรณาการหน่วยงานคมนาคม-ท้องถิ่น ลดทางอ้อมกว่า 15 กม. หนุนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภาคใต้
ข่าว
22 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“สรรเพชญ” แจงกระทู้ Thailand Riviera เร่งแก้จุดขาดเชื่อมถนนชุมพร บูรณาการหน่วยงานคมนาคม-ท้องถิ่น ลดทางอ้อมกว่า 15 กม. หนุนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภาคใต้
KEY
POINTS
23 ตุลาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ชี้แจงกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎร ถึงการเร่งแก้ไขจุดขาดการเชื่อมต่อถนนในพื้นที่ จังหวัดชุมพร โดยมอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทบูรณาการร่วมกับท้องถิ่นและ รฟท. ปรับปรุงเส้นทางเพื่อลดการเดินทางอ้อมกว่า 15 กิโลเมตร ให้เหลือเพียง 4 กิโลเมตร พร้อมเร่งผลักดันโครงข่าย Thailand Riviera และโครงการ รถไฟทางคู่ เชื่อมโยงการเดินทางและระบบขนส่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภาคใต้
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ชี้แจงกระทู้ถามสดของนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการพัฒนาถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) ในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจุดขาดการเชื่อมต่อของโครงข่ายถนน เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภาคใต้ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายสรรเพชญ กล่าวว่า โครงการ Thailand Riviera เป็นโครงการสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยว ชุมชน และแหล่งเศรษฐกิจตลอดแนวชายฝั่ง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 5 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงสมุทรสงคราม-ชุมพร ระยะทางประมาณ 658 กิโลเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สงขลา ระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเตรียมจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการ ระยะที่ 3 ประกอบด้วยเส้นทางสามสมุทร ช่วงสมุทรปราการ-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม และเส้นทางตะนาวศรีคีรีพัฒน์ ช่วงเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจออกแบบและจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และอยู่ในแผนเตรียมการก่อสร้าง ส่วนระยะที่ 4 ช่วงสงขลา-นราธิวาส และระยะที่ 5 ฝั่งอันดามัน ช่วงระนอง-สตูล ได้ศึกษาความเหมาะสมแล้ว และเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนสำรวจออกแบบรายละเอียดต่อไป
สำหรับประเด็นปัญหาในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยเฉพาะช่วงบ้านจระเข้ ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร ถึงบ้านท้องเกร็ง ตำบลด่านสวี อำเภอสวี ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่าย Thailand Riviera ระยะที่ 1 นั้น พบว่ายังมีปัญหาการเชื่อมต่อระหว่างถนนสาย ชพ.2010 และ ชพ.2018 ส่งผลให้ประชาชนต้องเดินทางอ้อมไปกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 41 ถึง 2 ครั้ง รวมระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร ทั้งที่หากสามารถปรับปรุงถนนท้องถิ่นเพื่อเชื่อมต่อถนนทั้งสองสายเข้าด้วยกันโดยตรง จะช่วยลดระยะทางการเดินทางเหลือเพียงประมาณ 4 กิโลเมตร
กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งประสานองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคา และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อหาแนวทางปรับปรุงเส้นทางร่วมกัน เนื่องจากถนนดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ อบต.ทุ่งคา และมีบางส่วนทับซ้อนกับพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ โดยเมื่อได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการใช้พื้นที่และมีการส่งมอบพื้นที่ให้ ทช. รับผิดชอบแล้ว จะดำเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงเส้นทางให้สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยลดระยะทาง ลดเวลา และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน
นายสรรเพชญ ย้ำว่า แนวทางการพัฒนาโครงข่าย Thailand Riviera ในพื้นที่ดังกล่าว กระทรวงคมนาคมมุ่งใช้ประโยชน์จากถนนสายเดิมที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก โดยปรับปรุงให้สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภาคใต้ให้เชื่อมต่อกันทั้งระบบ โดยเฉพาะการแก้ไขจุดขาดการเชื่อมต่อ (Missing Link) ของระบบราง ผ่านโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ช่วงชุมพร-ท่าเรือระนอง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร ซึ่งได้ดำเนินการศึกษาและออกแบบรายละเอียดแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณารายงาน EIA และดำเนินการตามขั้นตอนอนุมัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟสายใต้เข้ากับท่าเรือฝั่งอันดามัน เพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจภาคใต้ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ได้เห็นชอบโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 จำนวน 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 36,892 ล้านบาท และช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ ระยะทาง 291 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 61,535 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทางถนน ทางราง และทางน้ำของภาคใต้ให้มีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น
“กระทรวงคมนาคมจะเร่งติดตามการแก้ไขปัญหาจุดขาดการเชื่อมต่อของถนนในจังหวัดชุมพร ควบคู่กับการผลักดันโครงการ Thailand Riviera ในระยะต่อไป และการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่เชื่อมต่อท่าเรือระนอง เพื่อให้การคมนาคมของภาคใต้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ประชาชนเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย ลดต้นทุนการเดินทางและขนส่งสินค้า รวมถึงเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้กับชุมชนตลอดแนวเส้นทาง โดยคำนึงถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป” นายสรรเพชญ กล่าวในตอนท้าย