เนชั่นทีวี

ข่าว

สส.พรรคกล้าธรรม ดันกฎหมายยกระดับสิทธิและสวัสดิการ ชรบ.

22 ต.ค. 2569 | katchatapong_lee

สส.พรรคกล้าธรรม ดันกฎหมายยกระดับสิทธิและสวัสดิการ ชรบ.

สส.พรรคกล้าธรรม ดันกฎหมายยกระดับสิทธิและสวัสดิการ ชรบ.ชี้เสียสละดูแลความสงบสุขให้สังคมมายาวนานควรได้รับหลักประกันชีวิต

นายชยานันท์ เกตุเมฆ สส.หนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยนายพรณรงค์ นิลนะมะ สส.หนองบัวลำภู  พรรคกล้าธรรม และตัวแทนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมยื่นเสนอ ร่างพระราชบัญญัติค่าป่วยการและการส่งเสริมสวัสดิการชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน พ.ศ. …. ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันการจัดระบบค่าป่วยการ สวัสดิการ และหลักประกันความคุ้มครองแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในระดับชุมชนทั่วประเทศ

 

นายชยานันท์ กล่าวถึงความสำคัญของการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านถือเป็นกำลังสำคัญของภาคประชาชนที่มีบทบาทสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเวรยาม ลาดตระเวนป้องกันอาชญากรรม เฝ้าระวังปัญหายาเสพติด การตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติต่าง ๆ โดยหลายภารกิจต้องเผชิญความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ที่ผ่านมา ผู้ปฏิบัติหน้าที่จำนวนมากยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง และขาดระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมอย่างเหมาะสม

ปัจจุบันประเทศไทยมีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านประมาณ 291,108 คน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2551 โดยยังไม่มีระบบค่าป่วยการรายเดือนรองรับเป็นการทั่วไป การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงมีเป้าหมายยกระดับการดูแลจากข้อกำหนดในระเบียบฝ่ายบริหาร ไปสู่การมีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติรองรับสิทธิประโยชน์ เพื่อให้การดูแลผู้เสียสละทำงานเพื่อส่วนรวมมีความชัดเจน ต่อเนื่อง และสอดคล้องกับภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

 

สาระสำคัญของร่างกฎหมาย คือการกำหนดให้ ชรบ. ที่ได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบมีสิทธิได้รับค่าป่วยการเป็นรายเดือน ตามอัตราและเงื่อนไขที่จะกำหนดในกฎกระทรวง โดยเงินดังกล่าวได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และไม่ถือเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน เพื่อรักษาสถานะการทำหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครของประชาชน ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดสรรงบประมาณสนับสนุนหรือสมทบค่าป่วยการและค่าตอบแทนพิเศษตามภารกิจในพื้นที่ได้

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังเสนอให้จัดตั้ง กองทุนส่งเสริมและสวัสดิการชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ภายใต้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดให้มีประกันอุบัติเหตุกลุ่ม ประกันชีวิต ทุนการศึกษาแก่บุตรของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนเงินชดเชยและการเยียวยาเพิ่มเติมในกรณีได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต เพื่อมิให้ภาระจากการเสียสละเพื่อส่วนรวมตกอยู่กับผู้ปฏิบัติหน้าที่และครอบครัวเพียงลำพัง

 

อีกหนึ่งสาระสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ผู้แทน ชรบ. จากทั้ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการจากผู้ปฏิบัติงานจริง รวมทั้งร่วมกำหนดแนวทางการบริหารสวัสดิการและสนับสนุนเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยของชุมชน

 

นายชยานันท์ให้ความสำคัญกับการผลักดันให้ร่างกฎหมายดังกล่าวสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะบทเฉพาะกาลที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณค่าป่วยการแก่ ชรบ. ที่ขึ้นทะเบียนและมีสถานะปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิม ภายใน 180 วันนับจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ การดำเนินการยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาและเห็นชอบตามขั้นตอนทางนิติบัญญัติก่อน

 

สำหรับการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคกล้าธรรม ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดหนองบัวลำภู และเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับผู้ปฏิบัติงานในระดับหมู่บ้าน และรับทราบถึงข้อจำกัด ปัญหา ตลอดจนความจำเป็นในการสร้างหลักประกันให้แก่ผู้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประชาชน

 

ทั้งนี้ นายชยานันท์และคณะผู้เสนอร่างกฎหมายมีแนวทางประสานความร่วมมือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมือง เพื่อร่วมกันพิจารณาและผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน โดยมุ่งให้การพิจารณาตั้งอยู่บนประโยชน์ของผู้ปฏิบัติหน้าที่และประชาชนทั่วประเทศเป็นสำคัญ

 

การผลักดันร่างกฎหมายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเสนอให้มีค่าป่วยการหรือสวัสดิการเพิ่มเติมเท่านั้น หากแต่เป็นการวางรากฐานระบบดูแลบุคลากรภาคประชาชนผู้มีส่วนสำคัญในการรักษาความสงบสุขของประเทศ เพื่อให้ผู้ที่อุทิศแรงกาย แรงใจ และยอมเสี่ยงภัยเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมกับภารกิจและความเสียสละของตน เพราะความมั่นคงของประเทศมิได้เริ่มต้นเพียงที่หน่วยงานส่วนกลาง หากแต่เริ่มจากความปลอดภัยของทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน และผู้คนที่ร่วมกันดูแลรักษาความสงบสุขในพื้นที่ การสร้างหลักประกันให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชนและสังคมไทยในระยะยาว

ข่าวล่าสุด