เนชั่นทีวี

ข่าว

"เท้ง ณัฐพงษ์" นำฝ่ายค้านซักฟอก 18 รมต. ล็อกเป้า 5 วัน เปิดแผลรัฐบาล

09 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"เท้ง ณัฐพงษ์" นำฝ่ายค้านซักฟอก 18 รมต. ล็อกเป้า 5 วัน เปิดแผลรัฐบาล

"เท้ง ณัฐพงษ์" โต้รัฐบาลรอดูเนื้อหาก่อนแซะ "บันเทิงธิปไตย" มั่นใจมีใบเสร็จ สอย 18 รัฐมนตรีตามพยานหลักฐาน ยืนยันคำในญัตติไม่ลิเก

"เท้ง ณัฐพงษ์" โต้รัฐบาลรอดูเนื้อหาก่อนแซะ "บันเทิงธิปไตย" มั่นใจมีใบเสร็จ สอย 18 รัฐมนตรีตามพยานหลักฐาน ยืนยันคำในญัตติไม่ลิเก

KEY

POINTS

  • ยื่นซักฟอกสิ้น ต.ค. ล็อกเป้า 18 รมต.: พรรคประชาชนเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 สิ้นเดือนนี้ โดยขอเวลาอย่างน้อย 5 วัน เพื่อซักฟอกรัฐมนตรี 18 ราย
  • ชี้ไม่มีใบเสร็จแต่มีหลักฐานเปิดแผล: ยืนยันการตรวจสอบมุ่งเปิดพฤติการณ์ทุจริตและความล้มเหลวให้ประชาชนตัดสิน แม้หลักฐานจะไม่ถึง 100% ในทางกฎหมาย
  • ตัดพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้าน: ชี้พรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมเซ็นยื่นญัตติจึงไม่อยู่ในองค์ประกอบฝ่ายค้าน และไม่มีหน้าที่จัดสรรเวลาอภิปรายให้

9 ตุลาคม 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เตรียมยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยตั้งเป้าขอเวลาซักฟอกอย่างน้อย 5 วัน เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐมนตรี 18 คน หลังพบเบาะแสและพฤติการณ์ทุจริตเชิงบริหารในหลายกระทรวง พร้อมย้ำมุ่งตีแผ่ข้อมูลให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินทางการเมือง แม้หลักฐานอาจไม่ถึงขั้นเอาผิดทางกฎหมาย 100% และชี้แจงเหตุผลที่ไม่จัดสรรเวลาให้พรรคกล้าธรรม  

 

ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ว่า รอประธานสภาพิจารณาบรรจุญัตติ ซึ่งตนคาดหวังว่าจะทันภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ และจะได้อภิปรายอย่างน้อย 5 วัน เพราะมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายเยอะ ถ้าเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แต่ครั้งนี้ 18 คน 5 วัน ถือว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล

 

เมื่อถามว่า หากฝ่ายรัฐบาลมีการต่อรองเหลือแค่ 3 วัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่การต่อรองเหมือนการเล่นขายของ แต่ดูตามข้อเท็จจริงว่าข้อกล่าวหาและจำนวนรัฐมนตรีที่เขียนไป เป็นข้อกล่าวหาที่เยอะ ดังนั้น ควรจัดสรรเวลาให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย

 

เมื่อถามว่า หากรัฐบาลยืนยันจะให้แค่ 3 วัน จะแบ่งสัดส่วนรัฐมนตรีในการอภิปรายอย่างไร นายณัฐพงษ์ขอรอฟังความเห็นจากรัฐบาลก่อน เพราะรัฐบาลยังไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะให้กี่วัน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

 

ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีหลายคนถูกอภิปราย แสดงความเห็นว่าญัตตินี้ เป็นเหมือนบันเทิงธิปไตย เหมือนอยู่คนละโลก นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า การยื่นญัตติครั้งนี้เป็นบันเทิงธิปไตย ขอให้รอดูญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คำชี้แจงจากรัฐมนตรีก่อน แล้วจะได้รู้ว่าเนื้อหามันบันเทิงแค่ไหน

 

ส่วนข้อความในญัตติ เช่น มือถือสากปากถือศีล จิตใจผุพัง ไม่ได้ดูเป็นลิเกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า นี่เป็นข้อกล่าวหา การอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้ง คือการตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาล หลายครั้งมีหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะมีหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะเอาผิดรัฐบาลได้ 100% แต่หลายครั้งการเอาผิดตามกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ในสภา

 

เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้จะมีใบเสร็จยื่นเอาผิดรัฐมนตรีแต่ละคนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวยืนยันว่า มีอยู่แล้ว ถ้ายึดตามมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะใช้คนละมาตรฐานกัน เพราะต้องใช้ความรับผิดรับชอบ เช่น กระบวนการเลือก สว. ถ้ายื่นตามกระบวนการปกติ ผลที่ออกมาอาจจะค้านสายตาประชาชน แต่เมื่อเอาข้อมูลที่เกิดขึ้นมาประกอบกัน ทำให้เชื่อได้ว่ามีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริง ดังนั้น จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะเอาเรื่องเหล่านี้มาซักฟอกรัฐบาล

รับเสียงในสภาสู้ไม่ไหว เลยเน้นแฉ-ตีแผ่ให้สังคมทราบ


ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าในญัตติมีการแบ่งรัฐมนตรีออกเป็น 3 กลุ่ม เช่น กลุ่มที่มีความผูกพันกับคดีฮั้ว สว. จะมีคำว่าอาชญากรรมทางประชาธิปไตย เป็นต้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แล้วแต่จะมีการวิเคราะห์ สามารถดูได้จากคำที่อยู่ในญัตติ เพราะจะต้องอภิปรายภายใต้กรอบญัตติที่เสนอ แต่หากตนรีบให้คำตอบในวันนี้ว่าใครโดนซักฟอกเรื่องอะไรบ้าง คงยังให้คำตอบอะไรไม่ได้

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายรัฐบาลดูไม่กลัวกับญัตติที่ยื่น และเยาะเย้ยด้วยซ้ำว่ามีของหรือไม่ นายณัฐพงษ์แสดงความเชื่อมั่นว่า สส. พรรคประชาชนทำการบ้านมา และเป็นเรื่องปกติที่ฝั่งรัฐบาลจะแสดงออกว่ามีความบริสุทธิ์ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าไม่ได้ทำผิดอะไร

 

นายณัฐพงษ์ยังมองว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสียงในสภาฝ่ายค้านจะหวังได้น้อย แต่สิ่งที่คาดหวังได้มากคือเอาข้อมูลมาตีแผ่ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินนักการเมือง 

 

แจงไม่แบ่งเวลาอภิปราย “กล้าธรรม” เหตุพ้นสภาพฝ่ายค้าน

 

เมื่อถามว่า หากพรรคกล้าธรรมจะขอเวลาอภิปราย จะสามารถแบ่งเวลาให้ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า ตอนนี้พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว เพราะตามกลไกปกติการแบ่งเวลาอภิปรายก็ต้องอยู่ในกลไกฝ่ายค้าน ต้องดูว่าองค์ประกอบของฝ่ายค้านมีพรรคการเมืองใดบ้าง

 

เมื่อถามย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่ได้เวลาในการอภิปรายใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ย้อนถามว่า ต้องกลับถามพรรคกล้าธรรม มีเจตนาอย่างไร ตนตอบแทนไม่ได้ แต่เชื่อว่าพรรคการเมืองที่มีความประสงค์จะมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องมาร่วมลงชื่อในญัตติด้วยกัน แต่เห็นได้ชัดว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้มาร่วมลงชื่อด้วย

 

ส่วนกรณีที่ นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ออกมาย้ำว่า จะไม่ร่วมสังฆกรรมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะเป็นการโจมตีทางการเมืองมากกว่าการบริหารราชการแผ่นดิน นายณัฐพงษ์กล่าวว่าขึ้นอยู่กับพรรคกล้าธรรมว่ามีความคิดอย่างไร ณ ตอนนี้ ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญด้วย ที่ระบุว่าฝ่ายค้านไม่ได้มีในองค์ประกอบของประธานสภา และการทำหน้าที่ในฐานะ สส. ก็ควรทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและจะลงมติอย่างไร ที่จะแสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านหรือไม่ ดังนั้น ก็รอดูว่าหลังจากนี้พรรคกล้าธรรมจะลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร

 

เมื่อถามย้ำว่า จะต้องพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว ดังนั้น การแบ่งเวลาก็ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคกล้าธรรม

 

นายณัฐพงษ์ยังเปิดเผยว่า ประธานสภายังไม่ได้นัดประชุมวิปสามฝ่าย เพื่อหารือกรอบเวลาในการอภิปราย คงต้องใช้เวลาหารือกับรัฐบาลก่อน

 

เมื่อถามว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่มีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยถูกอภิปรายเลย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านพิจารณาจากพยานหลักฐาน รายชื่อที่ออกมาเกิดจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอชื่อรัฐมนตรีและประเด็นเข้ามาพิจารณาร่วมกัน เมื่อรวบรวมมาจากทุกพรรคแล้ว ก็ไม่ปรากฏชื่อของรัฐมนตรีคนอื่นนอกจาก 18 คนนี้ เช่นเดียวกับกรณีของ น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ไม่มีชื่อเป็นผู้ถูกอภิปราย ทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพี่เลี้ยงนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.

 

นายณัฐพงษ์ยังย้ำว่า ทุกรายชื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานและชื่อที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอมา ส่วนตัวไม่อยากให้พุ่งเป้าตั้งคำถามว่าโฟกัสเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะถ้าหากมีกรอบก็จะไม่สามารถตอบได้ทุกรายชื่อ

 

ข่าวล่าสุด