เนชั่นทีวี

ข่าว

“ภราดร – เจเศรษฐ์” พร้อมสู้ศึกซักฟอก ชี้ยื่นอภิปรายถึง 18 รมต. เป็นบันเทิงธิปไตย

09 ต.ค. 2569 | prisana_tha

“ภราดร – เจเศรษฐ์” พร้อมสู้ศึกซักฟอก ชี้ยื่นอภิปรายถึง 18 รมต. เป็นบันเทิงธิปไตย

“ภราดร – เจเศรษฐ์” พร้อมสู้ศึกซักฟอก ชี้ยื่นอภิปรายถึง 18 รมต. เป็นบันเทิงธิปไตย ฝากปฏิบัติตามข้อบังคับเคร่งครัด มองเป็นยุทธศาสตร์ลดทอนความสามารถรัฐบาล

“ภราดร – เจเศรษฐ์” พร้อมสู้ศึกซักฟอก ชี้ยื่นอภิปรายถึง 18 รมต. เป็นบันเทิงธิปไตย ฝากปฏิบัติตามข้อบังคับเคร่งครัด มองเป็นยุทธศาสตร์ลดทอนความสามารถรัฐบาล

KEY

POINTS

  • “ภราดร” มองศึกซักฟอก 18 รัฐมนตรีเป็น “บันเทิงธิปไตย” เชื่อมั่นรัฐบาลสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ พร้อมเตือนฝ่ายค้านอภิปรายให้อยู่ในกรอบข้อบังคับสภา อย่าพาดพิงบุคคลภายนอกจนเกิดความเสียหาย
  • คาดใช้เวลาอภิปราย 3-4 วัน และมองว่าหลายประเด็นเป็น “หนังซ้ำ” ย้ำลงมติไม่ไว้วางใจเป็นเอกสิทธิ์ สส. ไม่ควรถูกครอบงำ
  • “เจเศรษฐ์” พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา โต้ปมไร้ภาวะผู้นำ รมช.มหาดไทย ยืนยันไม่กังวล ระบุมีวุฒิปริญญาตรีด้านภาวะผู้นำสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง พร้อมมองฝ่ายค้านวางยุทธศาสตร์ลดทอนความสามารถรัฐบาล 

9 ตุลาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวม 18 คน ว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนสามารถชี้แจงทุกข้อกล่าวหาได้อยู่แล้ว ถือเป็นอาวุธของฝ่ายค้านที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ สส.ได้เคร่งครัดคือ ขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา สิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติ ก็อย่าพูดถึงไปในทางที่จะทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย อย่างไรขอให้ทำตามข้อบังคับ

 

ศึกซักฟอก 18 รมต.มองเป็นบันเทิงธิปไตย

 

ส่วนข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านระบุว่า ต้องการกินรวบประเทศถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตามญัตติ และตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หน้าที่ของฝ่ายค้านคือ มีหน้าที่กล่าวหารัฐบาล ส่วนรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา รัฐมนตรีก็มีหน้าที่ที่จะชี้แจง สุดท้ายการลงมติเป็นเรื่องของ สส. แต่ละคน เมื่อฟังข้อกล่าวหาแล้ว จะเชื่อตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน หรือจะเชื่อคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาก็ลงมติกัน ถือเป็นเรื่องปกติ และตามปกติธรรมเนียมของมาตรา 151 ที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งไหนที่เบา เขาก็ต้องกล่าวหาอย่างรุนแรงไว้ก่อน แต่จะไปหาเหตุผลประกอบหรือหาหลักฐานประกอบข้อกล่าวหานั้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณากัน

ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

เมื่อถามว่า คำรุนแรงในญัตติของฝ่ายค้านเหมือนต้องการระบายและด่ารัฐบาลโดยตรง นายภราดร กล่าวว่า ก็ดี บันเทิงธิปไตย เป็นแบบไหนก็ลองถามนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าดู ก็ประมาณนั้น เมื่อถามว่า 18 คน ถือว่ามากเกินไปหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ถึงได้บอกว่ามันบันเทิงธิปไตย

 

ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวนมากแบบนี้ เหมือนเป็นการหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนใดคนหนึ่ง ทำให้มองได้ว่าอาจจะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา เมื่อถามว่า มั่นใจเสียงสนับสนุนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า อย่าไปพูดว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจเลย คิดว่าการตัดสินใจของ สส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ทุกคนต้องฟังข้อกล่าวหา และต้องฟังคำชี้แจงของรัฐบาล แล้วจึงจะใช้วิจารณญาณของตัวเอง ซึ่งการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่มีการครอบงำโดยพรรคการเมืองหรือมติวิปใดๆ ไปครอบงำหรือสั่งการ สส.ได้ ดังนั้น อยู่ที่ สส.เมื่อฟังสองฝ่ายแล้วจะตัดสินใจแบบไหนก็อยู่ที่ตัวเอง

 

ส่วนการยื่นญัตติของฝ่ายค้านครั้งนี้ ไม่มี สส.ของพรรคกล้าธรรม ลงชื่อด้วย รัฐบาลอาจอุ่นใจที่ได้เสียงของพรรคกล้าธรรมมาช่วยหนุนรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ถึงอย่างไรสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่การอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของรัฐบาล และต้องดูว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลหลักฐานเป็นไปตามข้อกล่าวหามากน้อยแค่ไหน ดังนั้น สส.ไม่ว่าพรรคไหนมีเอกสิทธิ์ที่จะลงมติด้วยตัวเองอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ครั้งนี้เป็นห่วงคนนอกที่จะถูกพาดพิง อย่างเช่น นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ทั้งหมดดำเนินตามข้อบังคับ

 

คาดใช้เวลาซักฟอก 3-4 วัน

 

ส่วนจำนวนวันที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะขอเวลา 5 วัน นายภราดร กล่าวว่า ดูไปตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมา ปกติอยู่ที่ 3-4 วัน เพราะเราจะต้องมีการแบ่งเวลาให้กับรัฐมนตรี 18 คนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงอย่างเพียงพอด้วย คุณอภิปรายเขา แน่นอนฝ่ายกล่าวหาต้องใช้เวลาเยอะกว่าอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีผู้ถูกอภิปรายถึง 18 คน ก็ต้องแบ่งเวลาให้อย่างเป็นธรรมให้กับผู้ถูกอภิปรายด้วย

 

ประเด็นอภิปรายเป็น “หนังซ้ำ”

 

ส่วนมีการเก็งข้อสอบหรือไม่ว่าจะถูกอภิปรายในประเด็นใด นายภราดร กล่าวว่า “หนังซ้ำนี่” เมื่อถามว่า มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ที่พุ่งเป้ามาที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด 18 คน โดยไม่มีพรรคร่วมอื่นเลย นายภราดร กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา มีนัยแบบใดก็ต้องถามผู้ยื่น อย่างไรก็ตาม เราพร้อมชี้แจง

 

เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย

 

“เจเศรษฐ์” พร้อมแจงทุกประเด็น ตอกกลับ “ไม่ทราบว่าไร้ภาวะผู้นำหรือไม่ แต่มีวุฒิ ป.ตรี ด้านภาวะผู้นำ“

 

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  กล่าวถึง กรณีมีชื่อถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็มีการอภิปรายและพาดพิงถึงตนในประเด็นต่างๆ อยู่แล้ว ตามที่ทุกคนทราบกัน พร้อมยินดีชี้แจงทุกประเด็นที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ขอให้เป็นประเด็นที่อยู่ในขอบเขตและรูปแบบของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง โดยยืนยันว่าทุกเรื่องสามารถตอบได้ทั้งหมด

 

เมื่อถามว่า มองว่าข้อกล่าวหาครั้งนี้มีความรุนแรงหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีความคิดเห็นของตัวเอง แต่สำหรับตนไม่ได้มองว่าข้อกล่าวหารุนแรงหรือไม่ เพราะการทำงานที่ผ่านมาอาจมีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกต้องการเสนอแนะเพิ่มเติม หรือมีส่วนใดที่ตกหล่นและบกพร่อง ซึ่งตนก็พร้อมรับฟัง

 

และหากเป็นประเด็นเกี่ยวกับการทำงานหรือการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของตน ก็จำเป็นต้องชี้แจงตามข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่า สิ่งที่อยากรับฟังจากการอภิปรายครั้งนี้ คือการชี้ให้เห็นว่าตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่ผิดพลาดตรงไหน และจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างไร โดยต้องการรับฟังข้อเสนอแนะในมุมนี้

 

ส่วนกรณีข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ไร้ภาวะผู้นำนั้น นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านคงพิจารณาจากประวัติของตนที่จบการศึกษาด้านภาวะผู้นำ จึงนำมาเป็นประเด็นกล่าวหาว่าไร้ภาวะผู้นำ

 

“ผมไม่ทราบว่าตัวเองไร้ภาวะผู้นำหรือไม่ แต่มีวุฒิปริญญาตรีด้านภาวะผู้นำสังคมเศรษฐกิจและการเมือง”

 

ส่วนมองว่าฝ่ายค้านมุ่งเป้าเรื่องใดเป็นพิเศษ นอกเหนือจากกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องการลดทอนความสามารถของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องที่ประชาชนชื่นชอบ ซึ่งในการกำหนดเป้าหมายบุคคลที่จะอภิปราย หากเรื่องใดเป็นสิ่งที่ประชาชนมองว่าเป็นเรื่องดี ฝ่ายค้านก็ต้องชี้ให้เห็นในมุมตรงข้าม เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยในตัวบุคคลนั้นๆ โดยมองว่านี่เป็นยุทธศาสตร์ของฝ่ายค้านในการอภิปรายครั้งนี้

 

ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ไม่มีรัฐมนตรีสังกัดพรรคเพื่อไทย อยู่ในรายชื่อ นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว ฝ่ายค้านคงไม่ดำเนินการอะไรโดยสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะทุกอย่างต้องมีการวางแผน แต่ไม่ขอก้าวล่วงในส่วนของพรรคเพื่อไทย

 

สำหรับความกังวลว่า ฝ่ายค้านจะหยิบยกกรณีคดีฮั้ว สว. ขึ้นมาอภิปรายด้วยนั้น นายเจเศรษฐ์ ยืนยันว่า หากถามในรูปแบบของตนแล้ว ไม่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าว

ข่าวล่าสุด