เมื่อถามว่า ครั้งนี้เป็นห่วงคนนอกที่จะถูกพาดพิง อย่างเช่น นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ทั้งหมดดำเนินตามข้อบังคับ
คาดใช้เวลาซักฟอก 3-4 วัน
ส่วนจำนวนวันที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะขอเวลา 5 วัน นายภราดร กล่าวว่า ดูไปตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมา ปกติอยู่ที่ 3-4 วัน เพราะเราจะต้องมีการแบ่งเวลาให้กับรัฐมนตรี 18 คนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงอย่างเพียงพอด้วย คุณอภิปรายเขา แน่นอนฝ่ายกล่าวหาต้องใช้เวลาเยอะกว่าอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีผู้ถูกอภิปรายถึง 18 คน ก็ต้องแบ่งเวลาให้อย่างเป็นธรรมให้กับผู้ถูกอภิปรายด้วย
ประเด็นอภิปรายเป็น “หนังซ้ำ”
ส่วนมีการเก็งข้อสอบหรือไม่ว่าจะถูกอภิปรายในประเด็นใด นายภราดร กล่าวว่า “หนังซ้ำนี่” เมื่อถามว่า มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ที่พุ่งเป้ามาที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด 18 คน โดยไม่มีพรรคร่วมอื่นเลย นายภราดร กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา มีนัยแบบใดก็ต้องถามผู้ยื่น อย่างไรก็ตาม เราพร้อมชี้แจง
“เจเศรษฐ์” พร้อมแจงทุกประเด็น ตอกกลับ “ไม่ทราบว่าไร้ภาวะผู้นำหรือไม่ แต่มีวุฒิ ป.ตรี ด้านภาวะผู้นำ“
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง กรณีมีชื่อถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็มีการอภิปรายและพาดพิงถึงตนในประเด็นต่างๆ อยู่แล้ว ตามที่ทุกคนทราบกัน พร้อมยินดีชี้แจงทุกประเด็นที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ขอให้เป็นประเด็นที่อยู่ในขอบเขตและรูปแบบของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง โดยยืนยันว่าทุกเรื่องสามารถตอบได้ทั้งหมด
เมื่อถามว่า มองว่าข้อกล่าวหาครั้งนี้มีความรุนแรงหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีความคิดเห็นของตัวเอง แต่สำหรับตนไม่ได้มองว่าข้อกล่าวหารุนแรงหรือไม่ เพราะการทำงานที่ผ่านมาอาจมีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกต้องการเสนอแนะเพิ่มเติม หรือมีส่วนใดที่ตกหล่นและบกพร่อง ซึ่งตนก็พร้อมรับฟัง
และหากเป็นประเด็นเกี่ยวกับการทำงานหรือการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของตน ก็จำเป็นต้องชี้แจงตามข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่า สิ่งที่อยากรับฟังจากการอภิปรายครั้งนี้ คือการชี้ให้เห็นว่าตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่ผิดพลาดตรงไหน และจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างไร โดยต้องการรับฟังข้อเสนอแนะในมุมนี้
ส่วนกรณีข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ไร้ภาวะผู้นำนั้น นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านคงพิจารณาจากประวัติของตนที่จบการศึกษาด้านภาวะผู้นำ จึงนำมาเป็นประเด็นกล่าวหาว่าไร้ภาวะผู้นำ
“ผมไม่ทราบว่าตัวเองไร้ภาวะผู้นำหรือไม่ แต่มีวุฒิปริญญาตรีด้านภาวะผู้นำสังคมเศรษฐกิจและการเมือง”
ส่วนมองว่าฝ่ายค้านมุ่งเป้าเรื่องใดเป็นพิเศษ นอกเหนือจากกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องการลดทอนความสามารถของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องที่ประชาชนชื่นชอบ ซึ่งในการกำหนดเป้าหมายบุคคลที่จะอภิปราย หากเรื่องใดเป็นสิ่งที่ประชาชนมองว่าเป็นเรื่องดี ฝ่ายค้านก็ต้องชี้ให้เห็นในมุมตรงข้าม เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยในตัวบุคคลนั้นๆ โดยมองว่านี่เป็นยุทธศาสตร์ของฝ่ายค้านในการอภิปรายครั้งนี้
ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ไม่มีรัฐมนตรีสังกัดพรรคเพื่อไทย อยู่ในรายชื่อ นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว ฝ่ายค้านคงไม่ดำเนินการอะไรโดยสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะทุกอย่างต้องมีการวางแผน แต่ไม่ขอก้าวล่วงในส่วนของพรรคเพื่อไทย
สำหรับความกังวลว่า ฝ่ายค้านจะหยิบยกกรณีคดีฮั้ว สว. ขึ้นมาอภิปรายด้วยนั้น นายเจเศรษฐ์ ยืนยันว่า หากถามในรูปแบบของตนแล้ว ไม่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าว