นั่นหมายถึง ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของญัตติการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า เนื้อหารายละเอียดในญัตติถูกต้องหรือไม่ และการเข้าชื่อของ ส.ส. ถูกต้องหรือไม่ ลายมือชื่อตรงกันหรือไม่
ทั้งนี้ จะต้องติดตามว่า ภายใน 7 วันนี้ หรือภายใน 14 ตุลาคม ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะตีกลับญัตติให้ฝ่ายค้านไปแก้ไขญัตติหรือไม่ โดยเฉพาะข้อกล่าวหารัฐมนตรีต่าง ๆ และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 ก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันเข้าบริหารประเทศเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา
หลังจากนั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะส่งญัตติดังกล่าวไปให้นายกรัฐมนตรี เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบ ในนัดการประชุมวันที่ 20 ตุลาคม (หากทัน) หลังจากนั้น ประธานหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะนัดหารือวิป 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดวันการอภิปราย และเวลาของแต่ละฝ่ายที่จะอภิปรายและชี้แจง
มีรายงานเบื้องต้นว่า การอภิปรายน่าจะเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งระยะเวลาว่าจะใช้เวลาในการอภิปรายกี่วันนั้น จะต้องรอการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่น่าจะก่อนกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ เพราะนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ที่มณฑลกวางโจว เมืองเซินเจิ้น ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน