เนชั่นทีวี

ข่าว

สว.สีน้ำเงิน ร้องสอบสวนกลาง ฟัน DSI-ยิ่งชีพ ไอลอว์ ปมรั่วสำนวน สว.

06 ต.ค. 2569 | titayu_pur

สว.สีน้ำเงิน ร้องสอบสวนกลาง ฟัน DSI-ยิ่งชีพ ไอลอว์ ปมรั่วสำนวน สว.

สว.สีน้ำเงิน ร้องสอบสวนกลาง ฟันชุดสอบสวน DSI-ยิ่งชีพ ไอลอว์ ผิด ม.157-164 ปมแฉเอกสารลับสำนวนฮั้ว สว. 9 หมื่นหน้า กลางเวทีเสวนา กดดัน กกต.

สว.สีน้ำเงิน ร้องสอบสวนกลาง ฟันชุดสอบสวน DSI-ยิ่งชีพ ไอลอว์ ผิด ม.157-164 ปมแฉเอกสารลับสำนวนฮั้ว สว. 9 หมื่นหน้า กลางเวทีเสวนา กดดัน กกต.

KEY

POINTS

  • สว.สีน้ำเงินยื่นร้อง ผบช.ก. เอาผิด DSI-ไอลอว์: ยื่นหนังสือ ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินคดีอาญา ม.157-164 และ ม.86 กับชุดสอบสวน DSI คดีพิเศษ 24/2568 และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์
  • ปมขนสำนวนลับ 9 หมื่นหน้าเปิดโชว์สื่อกดดัน กกต.: แฉพฤติการณ์ร่วมกันนำเอกสารลับในสำนวนคดีเลือก สว. ออกมาจัดเวทีเสวนาสาธารณะ เพื่อกดดัน กกต. ให้ชี้ความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 ราย
  • ยืนยันความบริสุทธิ์ ชี้กระทำขัดหลักนิติรัฐ: ระบุ กกต. มีมติยกคำร้องในส่วนของผู้ร้องแล้ว และชี้มูลความผิดเพียง 77 ราย การนำสำนวนหลุดมาดิสเครดิตจึงเข้าข่ายความผิดทางอาญาชัดเจน

6 ตุลาคม 2569 สว.สีน้ำเงิน ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ ผบช.ก. เพื่อดำเนินคดีกับคณะทำงานสอบสวนคดีพิเศษ DSI และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ (iLaw) ในข้อหาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตาม ม.157-164 และ ม.86 กรณีร่วมกันนำเอกสารลับในสำนวนคดีเลือก สว. กว่า 90,000 หน้า ไปเปิดเผยและจัดเสวนาสาธารณะ "ชนกำแพงให้บอบ ๆ ผ่าพิพาก สว." เพื่อหวังสร้างกระแสกดดันและดิสเครดิตการทำงานของ กกต. ให้ชี้ความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ทั้งที่ กกต. มีมติยกคำร้องในส่วนของผู้ร้องแล้ว ยืนยันเป็นการกระทำที่ไม่ยึดหลักนิติรัฐและนิติธรรม

 

มีรายงานว่า มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สายสีน้ำเงิน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เพื่อขอให้ดำเนินคดีอาญากับหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) ในข้อหาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และรั่วไหลความลับของทางราชการ

 

หนังสือคำร้องดังกล่าว ระบุรายละเอียดว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี พ.ศ. 2567 โดยก่อนหน้านี้เคยถูกคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน (ส่วนกลาง) ชุดที่ 26 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับผิดชอบคดีพิเศษที่ 24/2568 แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

 

 

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw)

 

อย่างไรก็ตาม ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 69 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติมิได้ชี้มูลความผิดผู้ร้องแต่อย่างใด โดย กกต. ได้วินิจฉัยชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาเพียง 77 คนเท่านั้น เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันความบริสุทธิ์ว่าผู้ร้องมิได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

เปิดเบื้องหลัง 'ยิ่งชีพ ไอลอว์' โชว์สำนวน 9 หมื่นหน้า ขู่กดดัน กกต.

 

คำร้องระบุต่อไปว่า ในระหว่างที่เรื่องอยู่ในการพิจารณาของ กกต. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLAW) ได้ออกมาเปิดโปงข้อมูลในสำนวนเลขสืบสวนที่ 151/2567 และคดีพิเศษที่ 24/2568 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อกดดันและดิสเครดิต กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ให้ทำงานโดยไม่มีอิสระ และเพื่อให้มีคำวินิจฉัยตามที่นายยิ่งชีพกับพวกต้องการ คือ ให้ชี้มูลความผิดบุคคลผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน เพื่อส่งศาลฎีกาทุกคน โดยไม่ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และพยานหลักฐาน

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายยิ่งชีพได้จัดเวทีพูดคุยภายใต้หัวข้อ "ชนกำแพงให้จบ ๆ ผ่าพิภพ สว." ขึ้นที่ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร โดยนายยิ่งชีพได้นำเอกสารที่อ้างว่าเป็นสำนวนคดีพิเศษจำนวนมากถึง 90,000 หน้า พร้อมรายงานการสอบสวนคดีพิเศษที่ 28/2569 มาเปิดเผยและโชว์ต่อสื่อสาธารณะโดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย รวมถึงปรากฏรายงานข่าวว่า นายยิ่งชีพได้โชว์เอกสารสำนวนคดีฮั้ว สว. พร้อมขู่ กกต. ว่า หากไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน จะเปิดข้อมูลทั้งหมดให้ประชาชนรับรู้ และหากยกฟ้องใคร ก็จะเปิดข้อมูลของบุคคลนั้น

 

ชี้ความผิด DSI ฝ่าฝืนระเบียบความลับราชการ-กฎหมายหลายฉบับ

 

ผู้ร้องได้ประมวลข้อกฎหมายเสนอต่อ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยชี้ว่า สำนวนการสอบสวนคดีพิเศษของ DSI ที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษมีคำสั่งที่ 67/2562 เรื่อง มาตรการรักษาความลับข้อมูลในสำนวน ข้อ 3 กำหนดไว้ชัดเจนว่า "ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนเปิดเผยข้อมูลในสำนวนที่ตนรับผิดชอบ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล"

 

นอกจากนี้ การนำข้อมูลความลับในสำนวนออกมาเปิดเผย ยังเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบของทางราชการอีกหลายฉบับ ประกอบด้วย:

 

  1. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
  2. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
  3. ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  4. ข้อบังคับ กคพ. ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่กับคดีพิเศษ พ.ศ. 2565
  5. ระเบียบกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการบริหารงานคดีพิเศษ พ.ศ. 2567

 

ข้อหาหนัก! DSI เจอ ม.157-164 ส่วน 'ยิ่งชีพ' เข้าข่ายผู้สนับสนุน ม.86

 

ในหนังสือร้องทุกข์เน้นย้ำว่า การเปิดเผยความลับในสำนวนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถือเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่รู้ความลับและเปิดเผยข้อมูล อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัยของบุคคล และมีพฤติการณ์ทำไปเพื่อหวังผลประโยชน์ให้นำไปใช้เป็นเครื่องมือกดดันองค์กรอิสระ หรือเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

 

จึงมีเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตว่า หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ได้ร่วมกันกระทำความผิดฐาน "เจ้าพนักงานของรัฐได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานรู้หรืออาจรู้ความลับในราชการกระทำโดยประการใดๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนั้น" ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 164 ประกอบมาตรา 83

 

ขณะที่ในส่วนของ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ซึ่งได้ความลับในสำนวนไปเปิดเผยนั้น คำร้องระบุว่า ย่อมมีการติดต่อประสานงานร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันทำในการนำความลับในสำนวนออกมา และให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน จึงเข้าข่ายเป็น ผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

 

จี้ 'สอบสวนกลาง' รวบรวมหลักฐานฟันคดีอาญาแผ่นดิน

 

ผู้ร้องระบุช่วงท้ายว่า เนื่องจากความผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน จึงขอร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อมอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน, คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องตามข้อกล่าวหาและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด 

 

อ่านคำร้อง สว.ยื่น บช.ก.เอาผิด DSI และ ยิ่งชีพ อย่างละเอียดคลิกที่นี่ >>

 

 

ข่าวล่าสุด