เนชั่นทีวี

ข่าว

คดีฮั้ว สว.บานปลาย 5 สว.ยื่นคำร้อง ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน กกต.สิทธิโชติ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

05 ต.ค. 2569 | prisana_tha

คดีฮั้ว สว.บานปลาย 5 สว.ยื่นคำร้อง ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน กกต.สิทธิโชติ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

คดีฮั้ว สว.บานปลาย 5 สว.เข้าชื่อยื่นคำร้อง ต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน “สิทธิโชติ” กกต.เสียงข้างน้อย ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ปมให้สัมภาษณ์สื่อ-ขึ้นเวทีเสวนา เปิดข้อมูล

คดีฮั้ว สว.บานปลาย 5 สว.เข้าชื่อยื่นคำร้อง ต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน “สิทธิโชติ” กกต.เสียงข้างน้อย ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ปมให้สัมภาษณ์สื่อ-ขึ้นเวทีเสวนา เปิดข้อมูล

KEY

POINTS

  • พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ พร้อม  5 สว. ยื่น ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” กกต.เสียงข้างน้อย กรณีเปิดเผยรายละเอียดการพิจารณาคดีฮั้ว สว. เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่
  • ตั้งข้อสงสัยเปิดข้อมูลเกินขอบเขต ทั้งคะแนนลงมติ รายชื่อ กกต.เสียงข้างน้อย เหตุผลการวินิจฉัย การประเมินพยานหลักฐาน และข้อมูลเส้นทางการเงิน ว่าได้รับอนุญาตให้เปิดเผยหรือไม่
  • หวั่นกระทบความลับ-ความเป็นธรรมคดี คำร้องขอให้ตรวจสอบว่า การให้สัมภาษณ์กระทบความเป็นกลาง ความไว้วางใจต่อ กกต. สิทธิของผู้ถูกพาดพิง และกระบวนการที่เชื่อมโยงกับศาลฎีกาหรือไม่ พร้อมขอให้ ป.ป.ช.เสนอศาลฎีกาวินิจฉัย

5 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อม สว.รวม 5 คน ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ไต่สวนกรณี นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ การประชุมการพิจารณาวินิจฉัยมติและเหตุผลในสำนวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (คดีฮั้ว สว.) ว่า เป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ และขอให้ ป.ป.ช.เสนอให้ศาลฎีกาวินิจฉัย

 

สืบเนื่องจากการลงมติคดีเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. ของ กกต. โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 นายสิทธิโชติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในฐานะ กกต.เสียงข้างน้อย โดยยอมรับว่าตนเอง และนายชาย นครชัย เป็น กกต.เสียงข้างน้อย และเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ คะแนนลงมติเป็นรายกลุ่มหรือรายกรณี เช่น มติ 5 ต่อ 2 และ 6 ต่อ 1 รวมทั้งลักษณะบุคคล ซึ่งถูกยกคำร้อง

สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อยคดีฮั้ว สว.

 

จากนั้น เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 นายสิทธิโชติ ได้ร่วม เสวนา “คดีฮั้ว สว. เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” โดยราชบัณฑิตยสภา ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคาร C โดยกล่าวว่า กกต. ออกเอกสารข่าวชี้แจงพาดพิงถึงตนเอง กรณีที่อ้างว่า กกต. มีมติ 4:3 เสียง ไม่รับสำนวน และเอกสารหลักฐานเส้นทางการเงินจาก DSI โดยระบุว่า ระหว่างที่พิจารณาอยู่ DSI มีหนังสือแจ้งว่า มีหลักฐานในคดีฟอกเงิน หาก กกต. ต้องการพยานหลักฐาน ให้มีมติมา โดยในการให้สัมภาษณ์ผู้ถูกกล่าวหาได้กล่าวถึงเหตุผลและการชั่งน้ำหนัก พยานหลักฐานของฝ่ายเสียงข้างน้อย เช่น ความเชื่อมโยงกับบุคคลในพรรคการเมือง การจัดทำโพย ในหลายพื้นที่ ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ พยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงิน การกลับคำให้การของพยาน ตลอดจนความเห็นว่าการสืบสวนเกี่ยวกับเส้นทางการเงินบางส่วน ถูกยุติหรือตัดตอน

รายงานข่าวหลายสำนักระบุสาระสอดคล้องกันว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้กล่าวว่า ก่อนการแถลงผล เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ที่ประชุมได้พูดคุยกันให้ชี้แจงจำนวนเสียงฝ่ายข้างมากและฝ่ายข้างน้อย เป็นรายข้อกล่าวหา โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยรายชื่อกรรมการแต่ละฝ่าย อย่างไรก็ดี แม้อาจมีข้อตกลงให้เปิดเผยเพียงจำนวนเสียงรายข้อกล่าวหา แต่คำให้สัมภาษณ์ภายหลังปรากฏรายละเอียดที่กว้างกว่าการบอกจำนวนเสียง ได้แก่ การระบุตัวกรรมการ ฝ่ายข้างน้อย เหตุผลในการลงมติ การประเมินความน่าเชื่อถือและน้ำหนักของพยาน หลักฐาน ในสำนวน และรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน จึงมีเหตุอันควรให้ตรวจสอบว่าเป็นข้อมูล ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยทั้งหมดหรือไม่ และอยู่ในขอบเขตการชี้แจงตามหน้าที่ขององค์กรหรือไม่

 

คำร้องขอให้ไต่สวน ระบุด้วยว่า แม้ผู้ถูกกล่าวหาอาจเห็นว่าสำนวนในชั้น กกต.ยุติลงแล้ว แต่ผลการลงมติยังเชื่อมโยงกับกระบวนการต่อหน้าศาลฎีกา การดำเนินคดีอาญา หรือการสืบสวน ตามกฎหมายอื่น และคำให้สัมภาษณ์ของ กกต.ผู้ร่วมพิจารณาสำนวน ย่อมอาจกระทบต่อความไว้วางใจในความเป็นกลาง ความลับของการพิจารณา และความเป็นธรรมต่อบุคคลที่ถูก พาดพิง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบสถานะของกระบวนการในวันที่ให้สัมภาษณ์ด้วย

 

จึงขอให้ไต่สวน การเปิดเผยรายละเอียดการลงมติเป็นรายประเด็น รวมถึงการระบุตัว กกต.ฝ่ายข้างน้อย เหตุผลของฝ่ายข้างน้อย การวิเคราะห์พยาน และข้อมูลในสำนวน เป็นการเปิดเผยความลับในการประชุม หรือการพิจารณาวินิจฉัย และเป็นการไม่เคารพมติฝ่ายข้างมากหรือเหตุผลของทุกฝ่ายหรือไม่ มติหรือข้อตกลงก่อนการแถลงข่าวอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลเพียงใด โดยเฉพาะอนุญาตเฉพาะจำนวนเสียงรายข้อกล่าวหา หรือครอบคลุมถึงรายชื่อฝ่ายข้างน้อย เหตุผลในการลงมติ และพยานหลักฐานในสำนวนด้วยหรือไม่

 

ผู้ถูกกล่าวหาได้รับมอบหมาย หรือได้รับอนุญาตจาก กกต.ให้ชี้แจง ต่อสื่อมวลชนในวันที่ 15 ก.ย. 2569 หรือไม่ และถ้าได้รับอนุญาต ขอบเขตของการมอบหมายเป็นอย่างไร เนื้อหาที่เปิดเผยอาจสร้างความเสียหายหรือเสียความเป็นธรรมต่อผู้ถูกร้อง กรรมการฝ่ายข้างมาก พยาน หรือกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ตลอดจนข้อความที่ให้แก่สื่อถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือนหรือไม่ โดยเฉพาะข้อความเกี่ยวกับคะแนนลงมติ เหตุผลของฝ่ายข้างมากและฝ่ายข้างน้อย ขอบเขต การสืบสวน เส้นทางการเงิน และสถานะของพยาน

 

การให้สัมภาษณ์สัมพันธ์กับกระแสสังคม การติดต่อจากบุคคลภายนอก หรือแรงกดดันใดหรือไม่ และมีพฤติการณ์ที่กระทบต่อความเป็นอิสระ เป็นกลาง หรือปราศจากอคติหรือไม่

 

อ่านคำร้อง ที่ สว.ยื่นต่อ ป.ป.ช.ฉบับเต็ม คลิกที่นี่

 

คดีฮั้ว สว.บานปลาย 5 สว.ยื่นคำร้อง ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน กกต.สิทธิโชติ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

คดีฮั้ว สว.บานปลาย 5 สว.ยื่นคำร้อง ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน กกต.สิทธิโชติ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

ข่าวล่าสุด