เนชั่นทีวี

ข่าว

ลุ้นศาลปกครองวันนี้ ชี้ชะตาสถานะ “นพ.สรณ” ขาดคุณสมบัติหรือไม่

25 ก.ย. 2569 | prisana_tha

ลุ้นศาลปกครองวันนี้ ชี้ชะตาสถานะ “นพ.สรณ” ขาดคุณสมบัติหรือไม่

ลุ้นศาลปกครองวันนี้ ชี้ชะตาสถานะของ “นพ.สรณ” ขาดคุณสมบัติการเป็น ประธานและกรรมการ กสทช.หรือไม่ กับมุมมองจากตุลาการและอัยการ

ลุ้นศาลปกครองวันนี้ ชี้ชะตาสถานะของ “นพ.สรณ” ขาดคุณสมบัติการเป็น ประธานและกรรมการ กสทช.หรือไม่ กับมุมมองจากตุลาการและอัยการ

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองกลาง นัดชี้ชะตาเก้าอี้ประธาน กสทช. วันนี้ (25 ก.ย. 69) ในคดีที่ นพ.สรณ ฟ้องขอเพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ชี้ว่าขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น
  • ปมหลักอยู่ที่การรับค่าตอบแทนแพทย์รายชั่วโมง หลังเข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช. ซึ่งคณะกรรมการสรรหาฯ เห็นว่าอาจเข้าข่ายการประกอบวิชาชีพอิสระที่มีรายได้และขัดต่อกฎหมาย ขณะที่ นพ.สรณ ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด
  • มุมมองนักกฎหมาย ชี้ว่าคดียังไม่สิ้นสุด แม้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เพราะทั้งสองฝ่ายสามารถอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดและยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวได้ ขณะที่ข้อพิพาทส่งผลให้การประชุม กสทช. ล่มแล้ว 12 ครั้ง

25 กันยายน 2569 ที่ศาลปกครองกลาง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาชี้ชะตากรรมเก้าอี้ ประธาน กสทช. ในคดีที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. หลังมีคำวินิจฉัย ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. มาตั้งแต่ต้น โดยกรณีดังกล่าวส่งผลให้การประชุมคณะกรรมการ กสทช. ล่มมาแล้วรวม 12 ครั้ง เนื่องจากมี กรรมการ กสทช.ส่วนหนึ่ง เห็นว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ และไม่สามารถทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมได้

 

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากขัดแย้งทางการเมืองในองค์กรอย่างเดียว แต่เป็นข้อกฎหมายเฉพาะตัวตาม  พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 8 (3) ที่กำหนดให้กรรมการและประธาน กสทช. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามเรื่องการดำรงตำแหน่งหรือการประกอบวิชาชีพอิสระที่ได้รับค่าตอบแทน 

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

 

จนเมื่อ คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติและออกคำวินิจฉัย ชี้ขาดว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากมีการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่า แม้ นพ.สรณ จะลาออกจากตำแหน่งพนักงานมหาวิทยาลัย (คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี) แล้ว แต่ในช่วงหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช. เจ้าตัวยังคงปรากฏหลักฐานการรับ "ค่าตอบแทนจากการปฏิบัติงานแพทย์แบบรายชั่วโมง" ฝ่ายคณะกรรมการสรรหาจึงมองว่ายังถือเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระที่มีรายได้และขัดต่อกฎหมายจัดตั้งองค์กรอิสระ 

 

เมื่อคำวินิจฉัยออกมาว่าขาดคุณสมบัติ แต่ตัว นพ.สรณ ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรขัดต่อกฎหมายและยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อ ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศ รวมทั้งกระบวนการพิจารณาทางปกครองเพื่อส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และมีขั้นตอนการเตรียมนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งตามผลของคำวินิจฉัยโดยยังอยู่ในกระบวนการดำเนินการ

ขณะเดียวกัน นพ.สรณ ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และกระบวนการถอดถอนหรือวินิจฉัยนี้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าว แม้ในศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ โดยมองว่าไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง

 

แต่ต่อมาศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่ง "กลับคำสั่ง" ให้ศาลปกครองกลาง รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณา โดยมองว่าคำวินิจฉัยดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสถานะทางกฎหมายโดยตรง จนนำมาสู่กระบวนการไต่สวน ข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น ทั้งในประเด็นข้อกฎหมาย ขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหา และสถานะความเป็นประธาน กสทช. จนนำมาสู่การนัดอ่านคำพิพากษาในวันนี้(25 ก.ย. 69)

 

ตุลาการ ชี้แนวการตัดสินพรุ่งนี้ ต้องดูว่า “นพ.สรณ” ทำอะไรที่กฎหมายห้ามไว้หรือไม่

 

โดย เเหล่งข่าวจากตุลาการจากศาลปกครองสูงสุด กล่าวสั้นๆว่า หลักเกณฑ์ใหญ่ในการพิจารณาจะดูเเค่ว่า นพ.สรณ จะขาดคุณสมบัติ เเละได้ทำอะไรที่กฎหมายห้ามไว้หรือไม่ ก็ขอให้รอดูผลคำตัดสิน

 

อัยการ ชี้ คดียังอีกยาว มีการปกครองสูงสุดอีก

 

เเหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นว่า พรุ่งนี้ศาลจะตัดสินในประเด็นที่ว่า มติคณะกรรมการสรรหา ที่ให้ นพ.สรณ พ้นจากตำเเหน่ง จะชอบหรือไม่ ศาลก็จะดูว่ากระบวนการพิจารณาถูกต้องหรือไม่ นพ.สรณ ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่

 

เเนวทางเเรก ถ้ากระบวนการชอบ นพ.สรณ ก็จะเป็นฝ่ายเเพ้คดี แต่ยังสามารถอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุดต่อได้ ซึ่งเป็นไปได้สูงว่า นพ.สรณ จะยื่นอุทธรณ์แน่นอน จะต้องมีการขอคุ้มครองชั่วคราว ให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ ในส่วนนี้ก็ต้องดูว่า ศาลปกครองสูงสุด จะพิจารณาอย่างไร หลักเกณฑ์คือได้รับผลกระทบเสียหายหรือไม่ ก็ต้องดูว่า นพ.สรณ จะตั้งเรื่องอย่างไร มองว่าคดีนี้ค่อนข้างชัดเจน ว่า มติคณะกรรมการสรรหาน่าจะชอบ แต่คงต้องรอผลคดีนี้อีกยาวในชั้นศาลปกครองสูงสุด

 

เเนวทางที่สอง หากเรื่องพลิกกลายเป็นมติคณะคณะกรรมการสรรหาไม่ชอบ และเป็นฝ่ายแพ้คดี เชื่อว่า คณะกรรมการสรรหาจะยื่นอุทธรณ์ เเละขอคุ้มครองชั่วคราว ต่อศาลปกครองสูงสุดเช่นกัน เพื่อไม่ให้ นพ.สรณ ทำหน้าที่เนื่องจากอาจเกิดความเสียหาย แต่เรื่องนี้มีประเด็นอยู่ว่าตัวกรรมการสรรหาอาจไม่ใช่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมองว่าเป็นตัวกรรมการ กสทช.มากกว่า

 

แต่ไม่ใช่ว่าพอศาลชั้นต้นตัดสินเช่นนี้แล้ว นพ.สรณ จะได้กลับไปนั่งตำแหน่งเลย เนื่องจากคดียังไม่สิ้นสุด มติของกรรมการสรรหา ถือว่ามีผลแล้ว หากจะกลับไปนั่งตำแหน่งเดิมได้เลย ก็ต้องยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองเช่นกัน เรียกว่าหากมติพลิกทั้งสองฝ่าย ถ้าศาลไม่คุ้มครอง ก็ต้องรอคดีสิ้นสุดคดี ชนะจนถึงศาลปกครองสูงสุด ถึงจะได้กลับนั่งตำแหน่งเดิม

 

และไม่ว่าคำพิพากษาในวันนี้จะออกมาในทิศทางใด แต่จะเป็นทิศทางสำคัญ ที่ชี้ชะตาอนาคตของ กสทช. เเละเป็นบรรทัดฐานการตีความคุณสมบัติในองค์กรอิสระที่สังคมต้องจับตา

ข่าวล่าสุด