ทนายตั้ม เปิดเผยว่า การเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนกับกองปราบปรามในครั้งนี้ มาในฐานะ “สว.สำรอง” กลุ่ม 17 ลำดับที่ 4 ซึ่งถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากที่ผ่านมามีกระบวนการฮั้วและโกงการเลือกตั้ง สว. เกิดขึ้นทั่วประเทศ แต่ กกต. ฝ่ายเสียงข้างมาก กลับมีมติและความเห็น “ไม่ส่งฟ้อง” ทั้งที่มีพยานหลักฐานและสำนวนจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง รวมถึงความเห็นของ กกต. เสียงข้างน้อย ที่ชี้ชัดว่าควรส่งฟ้องผู้สมัครจำนวนมากถึง 229 คน
“ในเมื่อ กกต. ไม่ดำเนินการจัดระเบียบและปล่อยให้ขบวนการฮั้วลอยนวล ทั้งที่เรามีพยานหลักฐานแน่นหนา ผมจึงต้องใช้สิทธิในฐานะผู้เสียหายโดยตรง เดินทางมาพึ่งพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบการใช้ดุลพินิจและการลงมติของ กกต. เสียงข้างมาก ว่าเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่” ทนายตั้ม ระบุ
"ทนายตั้ม" สวมบท "สว.สีน้ำเงิน" บุกกองปราบแจ้งเอาผิด กกต. เสียงข้างมาก ปมลงมติ "ไม่ส่งฟ้อง" คดีฮั้ว สว. ใช้พยานปากเอกคนสำคัญ
🔵เตรียมอ้างอิงรายชื่อพยานบุคคลระดับสำคัญ
สำหรับการยื่นดำเนินคดีในครั้งนี้ ทนายตั้มได้เตรียมเอกสารและเตรียมอ้างอิงพยานบุคคลสำคัญเพื่อใช้ประกอบสำนวน ประกอบด้วย
- 1.นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ (อดีตผู้พิพากษา และ กกต. เสียงข้างน้อย)
- 2.นายชาย นครชัย (กกต. เสียงข้างน้อย และประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ผู้เสนอความเห็นให้ฟ้องผู้สมัคร 229 รายชื่อ)
- 3.ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก (รองเลขาธิการ กกต.)
- 4.นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ในฐานะผู้รวบรวมพยานหลักฐาน
ทนายตั้ม ระบุด้วยว่า เหตุผลที่ไม่เลือกเข้ายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เนื่องจากองค์ประกอบและโครงสร้างอาจมีความเกี่ยวโยงกัน จึงเลือกเข้าพบตำรวจกองปราบ บช.ก. ให้เป็นตัวกลางในการรวบรวมสำนวนและสอบปากคำพยานบุคคลทั้งหมดให้รอบด้าน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป