🔵ฝากความหวังสุดท้ายที่ศาลฎีกาและ สว.สำรอง
เมื่อถูกถามว่าหาก กกต. ยังคงยืนยันตามมติเดิม ทางภาคประชาชนจะดำเนินการอย่างไร นพ.ตุลย์ เผยว่า ตนไม่สามารถฟ้องตรงต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ เนื่องจากกฎหมายปิดกั้นไว้ พร้อมแสดงความเห็นว่าในอนาคตควรมีการแก้ไขกฎหมายให้ช่องทางฟ้องตรงเปิดกว้างขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดลอยนวล อย่างไรก็ตาม หาก กกต. ยืนมติเดิม ความหวังสุดท้ายจะอยู่ที่ศาลฎีกาในการพิจารณาคำร้องของ "สว.สำรอง" ตามมาตรา 44 เพื่อเพิกถอนสำนวนและมติที่ไม่สมบูรณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ นพ.ตุลย์ ยังได้ฝากไปถึง กกต. เสียงข้างน้อยอย่าง นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และ นายชาย นครชัย ขอให้นำประเด็นคำร้องนี้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาตามข้อกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
"หมอตุลย์" บุกจี้ "กกต." ทบทวนมติ "ฮั้ว สว." ฟัน 229 ราย พร้อมเอาผิด "3 พยานกลับคำให้การ"
🔵แนะปมฟ้อง ม.157 และชี้แนะแนวทางพยานปากสำคัญ
สำหรับกรณีที่พรรคการเมืองต่างๆ เตรียมประกาศฟ้องร้อง กกต. ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นพ.ตุลย์ มองว่า ควรยกเว้นการฟ้อง กกต. เสียงข้างน้อยทั้ง 2 ท่าน เนื่องจากบุคคลทั้งสอง พร้อมด้วยประธานอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 สมควรถูกวางตัว ให้อยู่ใน "บัญชีพยาน" ที่ดีที่สุด ในการนำหลักฐานสำนวนข้อเท็จจริงกว่า 400 หน้า ไปแสดงต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณาคดีอย่างรอบด้าน
"ถ้าไม่มีใครไปใช้สิทธิ์ ผมจะพยายามไปเอง เพื่อชี้ให้ศาลเห็นว่าหากมัวแต่รอขั้นตอนที่ยาวนาน การเลือก สว. รอบหน้า คงมาถึงเสียก่อน ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องดำเนินการโดยเร็วเพราะเป็นเรื่องใหญ่ สะเทือนกระบวนการยุติธรรมของประเทศ" นพ.ตุลย์ กล่าวทิ้งท้าย