เนชั่นทีวี

ข่าว

"อ.ปริญญา" ถาม "มีชัย" รู้สึกอะไรหรือไม่ สร้างระบบ "เลือก สว." ที่ร้ายกาจที่สุด! ชี้ "กกต." อาจโดน ม.157

22 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

"อ.ปริญญา" ถาม "มีชัย" รู้สึกอะไรหรือไม่ สร้างระบบ "เลือก สว." ที่ร้ายกาจที่สุด! ชี้ "กกต." อาจโดน ม.157

"อ.ปริญญา" ถาม "มีชัย" รู้สึกอะไรหรือไม่ สร้างระบบ "เลือก สว." ที่ร้ายกาจที่สุด! ชี้ "กกต." อาจโดน ม.157 หลัง ใช้คดีอาญาตั้งข้อหา ปัดตกเรื่อง "โพยฮั้ว สว." โดนส่งศาลฎีกาน้อย

"อ.ปริญญา" ถาม "มีชัย" รู้สึกอะไรหรือไม่ สร้างระบบ "เลือก สว." ที่ร้ายกาจที่สุด! ชี้ "กกต." อาจโดน ม.157 หลัง ใช้คดีอาญาตั้งข้อหา ปัดตกเรื่อง "โพยฮั้ว สว." โดนส่งศาลฎีกาน้อย

KEY

POINTS

  • ซัดระบบ สว. ร้ายกาจ: ชี้ระบบเลือก สว. ตามรัฐธรรมนูญ 60 ผิดพลาดและสร้างเครือข่ายตรวจสอบที่พังทลาย   
  • จี้ กกต. ใช้เกณฑ์ผิด: เตือน กกต. นำคดีอาญามาตั้งเกณฑ์ส่งศาลฎีกาน้อยเกินไป เมินหลักการฮั้วและโพย   
  • เสี่ยงโดนมาตรา 69: เตือน 7 เสือ กกต. อาจมีความผิดตาม พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ  

22 กันยายน 2569 ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมเสวนาการตรวจสอบคดี "ฮั้ว สว." ปราการด่านสุดท้ายของนิติธรรมไทย โดย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เกือบ 2 ปี 3 เดือน กว่า กกต. จะมีคำตัดสินออกมาในคดีฮั้ว สว. และมี สว.ที่ถูกส่งศาลฎีกา เพียงแค่ 26 คน ระบบของเรามีปัญหาอยู่แล้วเพราะการเลือกกันเอง ยังไงต้องเกิดการแลกคะแนน ตนไม่แน่ใจว่า ประธานร่างรัฐธรรมนูญ 2560 คือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ มีความรู้สึกอย่างไร

 

"อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่า อาจารย์มีชัยบอกว่าเสียใจที่สุด แต่ว่าท่านก็ปฏิเสธ แต่ไม่ทราบว่าท่านรู้สึกอย่างไรกับผลงานของท่านเพราะเรื่องที่ร้ายกาจที่สุดของรัฐธรรมนูญ 60 คือระบบการได้มาซึ่ง สว. เพราะ สว.นั้นจะไปเลือก องค์กรอิสระ และก็เลือก ศาลรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญคือเลือก กกต. และ ปปช. ถ้าหากเป็นระบบที่เป็นกลุ่มเดียวกัน หรือเป็นเครือข่ายเดียวกัน ระบบการตรวจสอบจะพังไปทั้งหมด" นายปริญญา กล่าว 

 

นายปริญญา ยังกล่าวต่อว่า เรื่องโพยไม่ต้องพูดถึงว่ามีจริงหรือไม่ เพราะพยานที่กลับคำให้การคือ "นายเอกราช ช่างเหลา" บอกว่าโพยทำขึ้นหลังจากเลือกเสร็จ แต่โพยเหล่านี้คือเก็บได้จากวันเลือกระดับประเทศ ไม่ใช่กันลืมหรือกลัวจำไม่ได้ นี่คือเป็นสิ่งที่การเลือก สว.โดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือ ซึ่งในกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าจะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้มีการเลือกที่เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม 

"ถ้าหาก กกต.หรือ ผอ.ระดับประเทศ เพียงแค่เริ่มต้นนับเบอร์ใหม่ เรียงเบอร์กันใหม่ เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ทุกคนมีหมายเลขใหม่ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 โพยใบนี้ก็ไม่มีความหมายแล้ว คำถามง่ายๆว่าทำไม ผอ.ระดับประเทศ คือ เลขาธิการ กกต. นายแสวง บุญมี ถึงไม่ยอมเปลี่ยนเลขทั้งๆที่มีการเตือนกันแล้วว่าจะมีการทำแบบนี้ มีข่าวหลุดมาแล้วแต่กลับไม่มีการเปลี่ยน หมายเลขใช้หมายเลขเดิม ฉะนั้นจึงทำโพยได้ ซึ่งนายแสวงก็บอกว่าประกาศก่อนใส่ทีหลัง" นายปริญญา กล่าว

นายปริญญา ยังกล่าวต่อว่า อีกปัญหาคือ สว. เป็นคนเลือก กกต. และถ้าหาก สว.มาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม แล้วเขาจะเลือกใครเพื่อมาตัดสินเขาให้ส่งศาลฎีกาหรือไม่ 

"อาจารย์มีชัยตอนร่างไม่ทราบว่าได้คิดถึงเรื่องนี้หรือไม่ในเมื่อ กกต.เป็นคนส่งเรื่อง สว.ไปให้ศาลฎีกาแต่ สว.นั้นเป็นคนเลือก กกต.นี่คือจุดที่ผิดพลาดที่สุดและที่สำคัญกว่านั้นคือดันไปเขียนว่ามีแต่ กกต.เท่านั้นที่จะส่งให้ศาลฎีกาได้ นี่ก็ผิดกับหลักของกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง" นายปริญญา กล่าว 

 

🔵ชี้พิรุธเรื่องโพยและการตั้งข้อหาทางอาญาของ กกต.

 

นายปริญญา ยังกล่าวต่อว่า ตนมองว่าจุดตัดเรื่องนี้คือเรื่องโพย หากมีการกล่าวหาเรื่องโพย เชื่อว่าจะมี สว.โดนส่งศาลฎีกากว่าร้อยคน แต่ถ้าหากไม่มีเรื่องโพย จะมีเพียงแค่หลักสิบ จึงรอติดตามเหตุผลการไม่ส่งข้อกล่าวหาเรื่องโพย และการไม่ส่งข้อกล่าวหาเรื่องโพยถือว่าไม่ผิดคาด 
เมื่อดูรายละเอียดรายงานของ คณะอนุไต่สวนชุดที่ 26 หลักฐาน 80% เป็นพยานบุคคล แต่มีหลักฐาน สภาพแวดล้อมอื่นอีกมาก หลักฐานการรวมกลุ่มกันที่โรงแรม หลักฐานแชทไลน์ หลักฐานการพูดคุยโทรศัพท์ บุคคลไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน แต่ให้การสอดคล้องกัน มีเส้นทางการเงินที่มาเกี่ยวข้อง นี่คือหลักฐาน 20% ที่สามารถรับฟังได้ แต่สิ่งต่างๆเหล่านี้ คณะวินิจฉัย ชุดที่ 36 ไม่รับฟังเลย 

"ทั้งนี้ กกต.อ้างว่า การนำเอกสารเข้าไปในสถานที่เลือกกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ แต่ กกต.ไม่ได้นำการจัดทำโพยและหลักฐานอื่นๆ  มาประกอบด้วย ดังนั้นเรื่องของโพย กกต.ไม่ได้สู้ในเรื่องของข้อเท็จจริงเลย แต่ต้องการที่จะดำเนินการเฉพาะความผิดที่เข้าข่ายคดีอาญาเพื่อสั่งฟ้องศาลฎีกา ซึ่งเรื่องโพยไม่ผิดในคดีอาญา จึงไม่มีการสั่งฟ้องเรื่องโพยเลยสักคน  ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมีปัญหาจนทำให้กกต.อาจจะโดนคดี ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหรือไม่" นายปริญญา ระบุ

นายปริญญา ยังกล่าวต่อว่า บรรทัดฐานที่ กกต.ควรจะนำมาใช้คือ บรรทัดฐานของศาลฎีกา คือถ้าหากมีการแลกคะแนนกัน หรือฮั้วกันหรือเลือกซึ่งกันและกัน ศาลฎีกาถือว่า เป็นการเลือกที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรมทุกราย ไม่ใช่เอาคดีอาญามาตั้ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหามาก กกต. คดีอาญามาตั้ง โดยไม่สนใจแนวทางของศาลฎีกา และต่อให้คำพิพากษาของศาลอาญาบอกว่า อนุญาตให้เอาเอกสารเข้า แต่ไม่ใช่การอนุญาตให้ทำการฮั้วกันได้คนละประเด็นกัน สิ่งที่เป็นปัญหาคือการฮั้วกันทำไม่ได้ แต่ กกต.ไม่ได้พูดถึงการฮั้วกัน พูดแค่ว่าเอกสารเอาเข้าได้

"ไม่ทราบว่าตรงนี้เป็นฝ่ายกฎหมายโดยสำนักงานตั้งกรอบแบบนี้คือเอาอาญามาตั้งในการส่งคดีไปศาลฎีกาหรือ กกต. 7 คนเป็นคนคิดขึ้นมาเอง " นายปริญญา กล่าว 

 

"อ.ปริญญา" ถาม "มีชัย" รู้สึกอะไรหรือไม่ สร้างระบบ "เลือก สว." ที่ร้ายกาจที่สุด! ชี้ "กกต." อาจโดน ม.157

"อ.ปริญญา" ถาม "มีชัย" รู้สึกอะไรหรือไม่ สร้างระบบ "เลือก สว." ที่ร้ายกาจที่สุด! ชี้ "กกต." อาจโดน ม.157

 

"อ.ปริญญา" ถาม "มีชัย" รู้สึกอะไรหรือไม่ สร้างระบบ "เลือก สว." ที่ร้ายกาจที่สุด! ชี้ "กกต." อาจโดน ม.157

 

นายปริญญา ยังกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่จบ แต่จะสามารถแบ่งแนวทางได้ดังนี้ คือ

  • 1. ศาลฎีกาจะพิพากษา ตามคำร้อง ก็จะพิจารณา ตามบุคคลที่ส่งไป แต่ก็จะมีการไต่สวนที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น สว.คนอื่นหรืออาจจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองบางคน ถึงตอนพิพากษาก็จะพิพากษาแค่ 77 คน ที่ส่งฟ้องไป และถ้าหากศาลฎีกาเขียนคำพิพากษาว่าเกี่ยวข้องกับใครอีกบ้าง กกต.จะถูกกดดันทางกฎหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.คือการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และจะถูกบีบให้ส่ง รอบ 2
  • 2. หากศาลฎีกาพบหลักฐานอันควรเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นใด ศาลฎีกาอาจจะมีคำสั่งหรือคำแนะนำ กกต.ว่าควรจะส่งใครมาให้ศาลฎีกาพิจารณาอีกบ้าง 
  • 3.กลุ่ม สว.สำรอง สามารถยื่นฟ้องศาลเองได้ภายใน 3 วันหลังจากที่ กกต.มีคำสั่งไม่ส่งฟ้องศาลฎีกา ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องอยู่ดุลพินิจของศาลฎีกาด้วยว่าจะประทับรับรองหรือไม่

 

🔵เตือน กกต. ระวังเจอโทษหนักตาม พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69

 

นายปริญญา ยังกล่าวต่อว่า การเอาผิดตาม มาตรา 157 ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องมุ่งให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดและจะต้องมีการทุจริต มีเส้นเงิน แต่เนื่องจาก กกต.เป็นคนคุมประตูว่าใครจะเข้าไปสู่สภาผู้แทนได้บ้าง ใครจะเป็น สว.ได้บ้าง ดังนั้น กกต.จึงมีหน้าที่สำคัญยิ่งกว่าพนักงานของรัฐทุกคนในประเทศนี้ ต้องเที่ยงธรรมและสุจริต ความรับผิดทางกฎหมาย กกต.จึงสูงกว่าพนักงานของรัฐทุกคน จึงมีมาตรา 69 ใน พ.ร.ป.กกต.เป็นการเฉพาะ ระบุว่าไม่ต้องมีเจตนาพิเศษ คือทำให้เกิดความเสียหายหรือการทุจริตแค่มิชอบด้วยหน้าที่ เพียงแค่กระทำการหรืองดเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ก็ผิดแล้ว 

"หน้าที่ กกต.คือหากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อ ว่าการเลือก สว.เป็นไปโดยไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมต้องส่งศาลฎีกา ผมจึงเข้าใจว่า กกต. จะลำบากหน่อยเพราะความรับผิดของ กกต.ไม่ใช่แค่ 157 แต่ยังมีมาตรา 69 ของ พ.ร.ป.กกต.ด้วย ไม่ได้บอกว่าท่านไม่ชอบด้วยหน้าที่แล้วแต่ข้อสงสัยได้เกิดขึ้นแล้วเพราะว่าท่านเอาข้อหาทางอาญามาตั้งก่อนได้อย่างไรเพราะนี่คือคดีเลือกตั้ง คดีเลือก สว. ดูแค่สุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้นไม่ต้องดูว่าเป็นคดีอาญาหรือไม่" นายปริญญา กล่าว

 

 

 

ข่าวล่าสุด