นายราเชน ยังกล่าวถึงข้ออ้างที่ว่าความยากจนเกิดจากความไม่สงบในพื้นที่ โดยยอมรับว่าความไม่สงบกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนจริง แต่รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้เป็นสาเหตุที่ทำให้การพัฒนาต้องหยุดชะงัก หรือต้องรอให้สงบก่อนจึงจะพัฒนาเศรษฐกิจได้ แต่ควรเดินหน้า "สร้างสันติสุขไปพร้อมกับสร้างเศรษฐกิจ"
ทั้งนี้ นายราเชน ได้เตรียมเสนอแนวทาง 3 ข้อ ไปยังรัฐบาลเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ ประกอบด้วย
- กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ต้องตั้งเป้าให้จังหวัดชายแดนใต้หลุดพ้นจากกลุ่มจังหวัดที่มีความยากจนสูงที่สุดของประเทศ และบูรณาการให้ทุกหน่วยงานใช้เป้าหมายนี้ร่วมกัน
- เปลี่ยน “การสร้างอาชีพ” เป็น “การสร้างรายได้” การอบรมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ รัฐต้องจัดหาตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และช่องทางการขาย โดยดึงศักยภาพพื้นที่ เช่น อาหารฮาลาล การเกษตร ประมง การค้าชายแดน โลจิสติกส์ และความเชื่อมโยงกับมาเลเซีย มาแปลงเป็นรายได้จริงให้ประชาชน
- สร้างอนาคตให้คนรุ่นใหม่ในบ้านเกิด ต้องสร้างระบบที่ทำให้เยาวชนเรียนจบแล้วมีงานทำ มีรายได้ เพื่อไม่ให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าที่อื่น
นายราเชน ย้ำทิ้งท้ายว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง "ความมั่นคง" กับ "การพัฒนา" เพราะประชาชนชายแดนใต้สมควรได้รับทั้งสองอย่างควบคู่กัน
"ความสงบ ไม่ได้หมายถึงเพียงไม่มีเสียงปืน แต่ความสงบคือ การเปิดร้านแล้วมีลูกค้า ทำสวนแล้วขายผลผลิตได้ราคา ลูกเรียนจบแล้วมีงานทำ ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวกล้าเข้ามา และประชาชนกลับบ้านหาครอบครัวได้อย่างปลอดภัย" รองประธาน กมธ.ทหาร ระบุ