เข้าสู่วันที่ 10 ลุยขุด 7 จุด ตามหารอยรั่วท่อน้ำมันพระราม 3
17 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

"ทีมสุดซอยพลังงาน" นำวิศวกรขุดเจาะดิน เร่งตรวจหารอยรั่วท่อน้ำมันใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 - ถนนเชื้อเพลิง หลังยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 10
ข่าว
17 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

"ทีมสุดซอยพลังงาน" นำวิศวกรขุดเจาะดิน เร่งตรวจหารอยรั่วท่อน้ำมันใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 - ถนนเชื้อเพลิง หลังยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 10
KEY
POINTS
17 กันยายน 2569 ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำ บริเวณถนนเชื้อเพลิงและใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน และบริษัทน้ำมัน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบเพื่อหารอยรั่ว หลังเข้าสู่วันที่ 10 แล้ว โดยได้นำวิศวกรเข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ รวมถึงกรมมลพิษ เข้ามาตรวจความปลอดภัยของอากาศ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับชุมชน และยังพบว่ามีกลิ่นของน้ำมันเชื้อเพลิงลอยมาตามลมอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่มีการปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน
โดยในวันนี้ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้า "ทีมสุดซอยพลังงาน" ลงพื้นที่ร่วมกับรองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อตรวจความคืบหน้าดังกล่าว
พร้อมเปิดเผยว่า วิศวกรได้เข้าตรวจสอบ และกำลังวางแผนที่จะเลื่อนตัวสลิปครอบท่อออกจากจุดบริเวณที่มีการรั่วซึม คาดว่ามีระยะประมาณ 2 เมตร หลังจากนั้นจะมีการดูสาเหตุของแผล ว่าเกิดจากสนิมหรือแรงกระแทก และจะมีการดำเนินการซ่อมท่อก่อน
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่มีการขุดดิน เพื่อตรวจสอบจุดรอยรั่วของท่อประมาณ 6-7 จุด ลึกมากกว่า 2.5 เมตร ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลปรากฏว่าในเจ็ดจุดที่มีการขุด ระดับท่อจุดไหนมีความสูงต่ำมากน้อยเพียงใด ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วของเหลวจะไหลลงสู่ที่ต่ำ อนุมานได้ว่า จุด 7-8 ที่ตรวจพบเมื่อคืน คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับท่อที่ต่ำกว่าจุดอื่น
หลังจากนั้นจะใช้เทคโนโลยีในการเทสต์(pigging test) ซึ่งเป็นการเทสการรั่วซึมในระยะ 32 กิโลเมตร ตั้งแต่โรงกลั่นยาวไปจนถึงพื้นที่ดอนเมือง เพื่อตรวจเช็กว่ามีจุดไหนเสี่ยงบ้าง โดยกระทรวงพลังงานจะมีการเรียกขอดูประวัติการตรวจสอบ ซ่อมบำรุง บริษัทเอกชนที่ดูแลท่อส่งน้ำมัน ว่ามีการดูแลบำรุงรักษา หรือมีจุดเสี่ยงตรงไหนบ้าง คาดว่าค่ำนี้น่าจะพบจุดรั่ว และหากพบเจอ ก็จะมีการซ่อมทันที
ส่วนหลังจากนี้มีความจำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแนวท่อหรือไม่นั้น นางสาวฐิติภัสร์ ระบุว่า ต้องพิจารณาเพิ่มเติมถึงหลายองค์ประกอบและหลายปัจจัย นอกจากนี้ ต้องเพิ่มมาตรการความแข็งแรงเกี่ยวกับตัวสลิปครอบท่อ เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต หากชำรุดก็จะมีการวางแนวท่อใหม่ แล้วต้องไปตรวจสอบความถูกต้องว่าวางแนวถูกต้องหรือไม่
เบื้องต้น ตรวจสอบทราบว่าได้รับการอนุญาตการวางท่อ แต่ต้องตรวจสอบว่า บริเวณตอม่อสะพานจุดนี้ อาจจะได้รับผลกระทบจากรถวิ่งกระแทก ซึ่งถ้าหากต้องมีการเปลี่ยนแนวท่อใหม่ ก็ต้องมีการหารือกันหลายหน่วยงาน ต้องดูในเรื่องของความปลอดภัยและความเสียหาย
ขณะที่ เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ที่มาร่วมตรวจการปนเปื้อน ระบุว่า ได้มีการลงพื้นที่มาตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ มีการตรวจค่า voc ค่าการระเหย พบว่าสูงถึง 300 กว่า ไมโครกรัม/ลบ.ม. มีผลกระทบต่อสุขภาพเล็กน้อย แต่ในส่วนค่าความเสี่ยงในการลงติดไฟ หรือ Lel บริเวณจุดที่มีการรั่วไหล มีแนวโน้มลดลง แต่ก็ประมาทไม่ได้ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณต้องสงสัย ต้องควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟ โดยบริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบ ซึ่งมีการติดตั้งเครื่องดูดสารระเหยเคมี เพื่อกรองค่า การระเหย voc ในรัศมีพื้นที่การปฏิบัติงาน
อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษมีการเก็บตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบ 5 ครั้ง หลังจากเกิดเหตุ เพื่อที่จะนำผลการตรวจสอบชนิดของน้ำมันไปเทียบเคียงได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงประเภทไหนที่รั่วไหลออกมา
ล่าสุด จากการตรวจสอบพบจุดที่มีน้ำมันรั่วซึมจากแนวท่อขนส่งน้ำมันบริเวณพระราม 3 โดยระบบท่อดังกล่าวมี บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT เป็นเจ้าของใบอนุญาต ขณะที่ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL ในกลุ่มบริษัทบางจาก เป็นผู้ดำเนินการระบบท่อ
น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุว่า ทั้ง 2 บริษัทจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และต้องดำเนินการตามข้อสั่งการของกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเป็นระบบ รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
สำหรับแนวทางดำเนินการ กรมธุรกิจพลังงานได้กำหนดขั้นตอนสำคัญไว้ 3 ส่วน ได้แก่