ศาลฎีกาฯ พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางไต่สวนและสำนวนของ ป.ป.ช. องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากเห็นว่า บัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์มีภาพถ่าย ชื่อ และนามสกุลชัดเจน ยากที่ผู้อื่นจะนำไปใช้โดยผิดหลง การลงคะแนนต้องทำหลายขั้นตอน แต่กลับมี สส. รายอื่นนำบัตรของจำเลยไปใช้ลงคะแนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แสดงว่าต้องรู้ว่าจำเลยไม่อยู่ และต้องได้รับความยินยอมพร้อมมอบบัตรให้ ทั้งผลการลงมติยังสอดคล้องกับแนวทางของจำเลยและมติพรรคก่อนหน้า การกล่าวอ้างเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐสภาเก็บรักษาบัตรแทนหรือเรื่องถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ฟังไม่ขึ้นและมีพิรุธ
ศาลระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนหลักการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุม เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายตกไป และบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรนิติบัญญัติ ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอการลงโทษ
พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ลงโทษจำคุก 1 ปี คำรับของจำเลยในชั้นตรวจพยานหลักฐานเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน และไม่รอลงอาญา
ทั้งนี้ ภายหลังมีคำพิพากษา จำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์
โดยศาลให้ประกันตัว ตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ศาลฎีกาสั่งจำคุก "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ" 8 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีเสียบบัตรแทนกัน ชี้พฤติการณ์ร้ายแรง