สภาบี้งบ สตช.ครุภัณฑ์แพงเกินจริง หั่นงบ 10% ซ้ำรีดไถประชาชน
10 ก.ย. 2569 | titayu_pur

สส.แฉงบตำรวจจัดซื้อชุด EOD แพงเกินจริง 4 เท่า ชุดละ 6 แสนบาท พร้อมเสนอหั่นงบ 10% จี้ยกเลิกตั้งด่าน-ส่วนแบ่งค่าปรับ แก้ปัญหาตำรวจรีดไถประชาชน
ข่าว
10 ก.ย. 2569 | titayu_pur

สส.แฉงบตำรวจจัดซื้อชุด EOD แพงเกินจริง 4 เท่า ชุดละ 6 แสนบาท พร้อมเสนอหั่นงบ 10% จี้ยกเลิกตั้งด่าน-ส่วนแบ่งค่าปรับ แก้ปัญหาตำรวจรีดไถประชาชน
KEY
POINTS
10 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรเปิดศึกอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 โดย สส.ผนึกกำลังแฉการใชัจ่ายงบตำรวจที่ไม่โปร่งใส พบการจัดซื้อชุด EOD แพงเกินราคาตลาดถึง 4 เท่า พร้อมชี้เบาะแสพฤติกรรมตำรวจรีดไถประชาชนผ่านการตั้งด่านลอยเพื่อเอาส่วนแบ่งค่าปรับ จึงเสนอปรับลดงบประมาณลง 10% พร้อมเร่งดันใช้เทคโนโลยีกล้อง CCTV จับความเร็ว และหุ่นยนต์กู้ระเบิดมาปฏิบัติงานแทนเพื่อสร้างความปลอดภัย
ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ในมาตรา 27 ส่วนราชการไม่จำกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง หรือหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี
โดย นาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.พรรคประชาชน อภิปรายขอปรับลดงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า มีบางรายการที่ราคาสูงผิดปกติและต้องการคำอธิบาย คือ อุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิด จำนวน 50 ชุด ราคาชุดละ 600,000 บาท ในชุดอุปกรณ์นี้ไม่ได้เป็นเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีซับซ้อน แต่ความพิเศษของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์ราคาแพง แต่อยู่ที่ความรู้ ประสบการณ์ และขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ฉะนั้นความเสี่ยงของภารกิจจึงไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้ตั้งคำถามกับกระบวนการจัดซื้อและการตั้งราคา
ขณะที่ชุดอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิดของต่างประเทศราคาอยู่ที่ 40,000 - 140,000 บาท ซึ่งราคาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ตั้งไว้สูงกว่าราคาตลาดถึง 4 เท่า เราไม่จำเป็นต้องซื้อชุดสำเร็จจากต่างประเทศ เพราะบางชิ้นสามารถจัดหาภายในประเทศได้ในราคาประมาณ 40,000 - 60,000 บาทต่อชุด
"ผมไม่ได้เสนอให้ตำรวจเลือกซื้อของที่ถูกที่สุด เพราะชีวิตเจ้าหน้าที่ไม่ใช่พื้นที่สำหรับการลดต้นทุนแบบผิดที่ผิดทาง แต่ผมเสนอว่าของที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพต้องเป็นของที่สามารถซื้อในราคาที่อธิบายได้ เรื่องนี้ไม่ได้ขัดกัน แต่เรื่องที่สำคัญกว่าราคาของอุปกรณ์ คือเรากำลังใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่มากพอหรือยัง ในการเก็บกู้วัตถุระเบิด สิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดไม่ใช่อุปกรณ์ในกระเป๋า แต่คือชีวิตของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเป้าหมายควรเป็นการลดเวลาที่มนุษย์เข้าไปอยู่ใกล้วัตถุระเบิดให้เหลือน้อยที่สุด พูดง่ายๆ คือภารกิจใดที่หุ่นยนต์เข้าไปเสี่ยงแทนคนได้ ควรให้หุ่นยนต์เข้าไปก่อน" นาวาโทกิตติพงษ์ กล่าว
นาวาโทกิตติพงษ์ ยังกล่าวต่อว่า ในพื้นที่ชายแดนยังมีเจ้าหน้าที่ของเราต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดโดยตรง หากประเทศไทยสามารถพัฒนาหุ่นยนต์และระบบสนับสนุน EOD ที่มีประสิทธิภาพได้ เราสามารถนำไปใช้ได้ทั้งงานตำรวจและงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา และหากเราพัฒนาหุ่นยนต์จนใช้ได้จริง เราก็จะสามารถพัฒนาไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ นี่คืองบประมาณด้านความมั่นคงที่สามารถสร้างทั้งความปลอดภัยและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้ในเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้ ตนไม่ได้เสนอให้ยุบทุกหน่วยงานมาเป็นหน่วยงานเดียว เพราะภารกิจตำรวจกับทหารไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่เราควรถามว่าอะไรจำเป็นต้องแยก อะไรสามารถใช้ร่วมกันได้ หรือสามารถใช้มาตรฐานอุปกรณ์ร่วมกันได้หรือไม่ เรื่องนี้เริ่มต้นแค่อุปกรณ์ชุดละ 600,000 บาท แต่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือเราจะใช้งบประมาณก้อนนี้สร้างขีดความสามารถอะไรให้กับประเทศไทย ของพื้นฐานที่สามารถหาได้ทั่วไปควรซื้อในราคาที่สมเหตุสมผล ของที่สามารถผลิตและทำได้ในประเทศต้องเปิดพื้นที่ให้อุตสาหกรรมไทย งานที่เจ้าหน้าที่ต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงต้องนำเทคโนโลยีเข้าไปเสี่ยงแทน และเทคโนโลยีที่ตำรวจและกองทัพมีความต้องการร่วมกันต้องเลิกต่างคนต่างวิจัย ต่างคนต่างซื้อ ต่างคนต่างซ่อม เพราะเป้าหมายสุดท้ายของงบประมาณนี้ไม่ควรเป็นเพียงประเทศไทยที่มีชุด EOD เพิ่มขึ้นอีก 50 ชุด แต่ควรเป็นประเทศไทยที่มีขีดความสามารถ EOD ที่ดีขึ้น เจ้าหน้าที่ปลอดภัยขึ้น อุตสาหกรรมไทยแข็งแรงขึ้น และประเทศพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ถ้าทำได้เงินที่รัฐใช้ไปจะไม่ได้จบลงแค่รับมอบอุปกรณ์ แต่จะทิ้งทั้งเทคโนโลยี ความรู้ อุตสาหกรรม และขีดความสามารถไว้กับประเทศไทย
ด้าน นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พรรคไทยภักดี อภิปรายขอตัดงบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 10% เนื่องจากพฤติกรรมของตำรวจที่ประชาชนมองว่าแย่ โดยตำรวจบางส่วนมีการรีดไถประชาชน ตั้งแต่ระดับปฏิบัติจนถึงผู้บริหารระดับสูง จึงเกิดคำถามว่าวันนี้ยังมีการตั้งด่านรีดไถประชาชนอยู่หรือไม่ และจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เช่น ด่านลอย ด่านสุ่มตรวจ ด่านที่ตั้งโดยไม่มีเหตุผล แล้วเมื่อไหร่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ตนไม่ได้ต้องการปกป้องประชาชนที่ทำผิดวินัยจราจร แต่ต้องการให้ตำรวจยึดกฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ใช่เอาช่องโหว่นี้มาสู่การรีดไถเพื่อการส่งส่วย และสุดท้ายไปซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งรูปแบบการรีดไถก็จะใช้เงินสด หากไม่มีเงินสดก็จะใช้บัญชี
ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องกรรมาธิการทุกยุคทุกสมัย เรื่องนี้เกิดมานานแล้วแต่ไม่มีใครแก้ไขได้เลย เผื่อจะได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติยกเลิกนโยบายตั้งด่านได้สักที เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีไปไกลมาก สามารถใช้กล้องวงจรปิดในการจับความเร็วและดำเนินการได้ตามขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ต้องตากแดดตากฝนลำบากอยู่กลางแดดเปรี้ยงๆ เพราะมีแรงบันดาลใจในการรีดไถหรือไม่ ซึ่งทราบมาว่าถ้ามีการปรับประชาชนที่ผิดกฎหมายจราจร ตำรวจจะได้ส่วนแบ่ง แต่ถ้าตำรวจปรับเองบนทางหลวง ตำรวจจะได้ส่วนแบ่ง
จึงอยากเรียกร้องกรรมาธิการให้ยกเลิกส่วนแบ่งจราจร อย่างน้อยจะผ่อนหนักเป็นเบาในความตั้งใจรีดไถประชาชน ย้ำว่าต้องการให้ตำรวจเป็นตำรวจของประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ได้เป็นตำรวจของนายหรือตำรวจของนักการเมือง และย้ำว่านักการเมืองก็ควรจะยกเลิกให้ตำรวจมารับใช้นักการเมือง เราต้องให้ตำรวจไปรับใช้ประชาชน นี่จะเป็นเหตุผลที่ขอตัดงบเพราะพฤติกรรมของตำรวจ
นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน อภิปรายถึงงบประมาณของกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เสนอโครงการปรับปรุงการระบายน้ำกองบินตำรวจแห่งชาติ จำนวน 50 ล้านบาท โดยพบว่าบริเวณกองบินตำรวจแห่งชาติมีประชาชนเข้าออกจำนวนมาก จึงได้ของบประมาณในการปรับปรุงกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบการเข้าออกและจัดเก็บข้อมูลทะเบียนยานพาหนะ จึงตั้งข้อสังเกตถึงการขอติดตั้งระบบเดินสายและระบบซอฟต์แวร์ว่า ราคาที่ทางสำนักงานเสนอมากับราคาตลาดต่างกันมาก และสูงกว่าราคาตลาดเป็นเท่าตัว
และยังมีการเสนอโครงการปรับปรุงสนามยิงปืนอีก 75.8 ล้านบาท ซึ่งรายการครุภัณฑ์ที่อยู่ในโครงการดังกล่าวมีราคาที่สูงเกินกว่าราคาตลาด โครงการนี้เรื่องของโยธาอาจจะดูสมเหตุสมผล แต่ครุภัณฑ์ภายในนั้นแพงเกินไปมาก จึงอยากให้กลับไปคิดทบทวนในโครงการสนามซ้อมยิงปืน จึงขอให้ตัดออกไปทั้งโครงการ
ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ในมาตรา 27 ส่วนราชการไม่จำกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง หรือหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี
นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ งบตำรวจชายแดนใต้ ว่า โครงการต่ออายุสิทธิ์และปรับปรุงพัฒนาระบบสืบค้นข้อมูลจากโทรศัพท์แบบเคลื่อนที่และคอมพิวเตอร์พร้อมประมวลผลการเชื่อมโยงเพื่อการสืบสวนเชิงลึก วงเงิน 57.42 ล้านบาท เป็นการซื้อใบอนุญาตระบบจัดการข้อมูลของโทรศัพท์จากบริษัทเทคโนโลยีอิสราเอล ซึ่งสามารถเจาะเข้าไปในโทรศัพท์มือถือ ทะลุทะลวงพาสเวิร์ดได้ เป็นประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่อผู้ต้องหาอาชญากรเทคโนโลยี แต่ถ้าจะมาใช้กับประชาชนและพลเรือน โดยเฉพาะในเขตที่มีการใช้กฎหมายพิเศษ กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่มีการจับกุมโดยไม่ต้องตั้งข้อหา เครื่องมือพิเศษนี้สุ่มเสี่ยงมาก เหมือนที่สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่าเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีเลือด เพราะมีการรายงานว่าถูกใช้อย่างกว้างขวางในปฏิบัติการทหารต่อพลเรือนในฉนวนกาซาและปาเลสไตน์
"ผมไม่ได้เรียกร้องให้เลิกใช้เครื่องมือในลักษณะนี้ แต่อยากให้ใคร่ครวญถึงความจำเป็น โดยเฉพาะขณะนี้มีหลักการสากลของสหประชาชาติให้ความสำคัญกับธุรกิจและสิทธิมนุษยชนที่ระบุว่า รัฐในฐานะผู้ซื้อเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศ ต้องมีหน้าที่ตรวจสอบประวัติสิทธิมนุษยชนของเทคโนโลยีก่อนจะซื้อ ไม่ใช่ดูแค่ราคาและสเปกทางเทคนิคเท่านั้น ดังนั้นการจะเข้าร่วม OECD ของไทย การปกป้องสิทธิมนุษยชนจากเทคโนโลยี จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก" นายรอมฎอน กล่าว
นายรอมฎอน ยังกล่าวถึงโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและด้านความมั่นคง วงเงิน 50 ล้านบาท ในวงการเรียกว่า “ระบบรวงผึ้ง” คือการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์และตั้งงบไว้เพื่อจัดการกับฐานข้อมูล มีการจัดตั้งฐานที่จังหวัดยะลาและสงขลา ประเด็นคือเราเพิ่งพบจากการสอบสวนในคดีลอบสังหารนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า ตำรวจอาศัยอำนาจ กอ.รมน. ให้บริษัทเครือข่ายมือถือส่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์ 2 ล้านเลขหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเก็บเอาไว้ ซึ่งสุ่มเสี่ยงกับการขัดรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ยังมีศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ชายแดนใต้ วงเงิน 53 ล้านบาท ที่มีการร้องเรียนว่ามีการเก็บสารทางพันธุกรรมโดยไม่สมัครใจ เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าหากอนุมัติงบประมาณไปแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่กระทำสิ่งที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย ขณะที่งบประมาณเบี้ยเลี้ยงของกำลังพลในจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 1,125 ล้านบาท ก็ถูกแบ่งออกเป็น 3 กระเป๋า จึงตั้งคำถามว่ามีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงซ้ำซ้อนหรือไม่
โดยในช่วงท้าย นายรอมฎอน ได้อภิปรายพร้อมขึ้นสไลด์ตัวเลข “229” ระบุว่า ขอตัดงบประมาณเชิงสัญลักษณ์ 229 บาท เพื่อให้มั่นใจว่าการพิจารณางบในครั้งถัดไป จะมีการใส่ใจต่อสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และประวัติของเทคโนโลยีที่ใช้