ส่งผลให้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของกองทัพเรือเกิดกระแสข่าวฮือฮาว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) คนใหม่ น่าจะตกเป็นของ พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต และเป็นผู้ลงนามประกาศผู้ได้รับการคัดเลือกด้วยตนเอง
เดิมทีในช่วงโค้งสุดท้าย คู่ชิงเก้าอี้ ผบ.ทร. เหลือเพียง 2 คน ได้แก่ พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล (ตท.26) และ พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี (ตท.26)
"พลเรือเอก กรวิทย์" เต็ง 1 ผบ.ทร. คนใหม่ หลังคุมโปรเจกต์ใหญ่ และลงนาม ปิดจ๊อบ "เรือฟริเกต" มูลค่า 1.6 หมื่นล้าน! ด้วยตัวเอง
โดยมีข่าวออกมา 2 กระแส บ้างก็ว่า พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. คนปัจจุบัน ได้ส่งชื่อ พลเรือเอก นเรศ ไปตั้งแต่ศุกร์ที่แล้ว ขณะที่บางกระแสระบุว่าส่งชื่อ พลเรือเอก กรวิทย์
แต่ล่าสุดเมื่อฝุ่นตลบ เรื่องโครงการเรือฟริเกตจบลง ทำให้โอกาสของ พลเรือเอก กรวิทย์ โดดเด่นเหนือกว่า เนื่องจากรับผิดชอบโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น จึงมีความเหมาะสมที่จะขึ้นมากุมบังเหียนกองทัพเรือเพื่อเดินหน้าทำสัญญาและบริหารจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยต่อไป
คำถามที่หลายคนยังคงข้องใจคือ เคยมีประวัติศาสตร์ที่ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ขึ้นเป็น ผบ.ทร. มาก่อนหรือไม่ เพราะแม้จะนับเป็น 1 ใน 5 ฉลาม (เทียบเท่า 5 เสือ ทบ.) ที่สามารถขึ้นเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ แต่ก็มีกระแสตั้งข้อสังเกตว่าควรจะต้องผ่านตำแหน่งรองผู้ช่วยฯ หรือเสนาธิการทหารเรือมาก่อนหรือไม่
จากการตรวจสอบประวัติศาสตร์ในกองทัพเรือโดย "ข่าวข้นคนข่าว" ได้รับการยืนยันว่า เคยมีผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ผงาดขึ้นเป็น ผบ.ทร. มาแล้วอย่างน้อย 2 คน แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ก็เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น จึงไม่ใช่การแหกประเพณีแต่อย่างใด