เนชั่นทีวี

ข่าว

ไอซ์ รักชนก ชำแหละงบ DSI แฉภาพต้อนรับอนุทิน ภท.ประท้วงวุ่น

09 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ไอซ์ รักชนก ชำแหละงบ DSI แฉภาพต้อนรับอนุทิน ภท.ประท้วงวุ่น

"ไอซ์ รักชนก" สงวนคำแปรญัตติชำแหละงบ DSI 27 ล้าน แฉภาพว่าที่อธิบดีต้อนรับ "อนุทิน" ที่บุรีรัมย์ เตือน ขรก. อย่ารับใช้ระบอบสีน้ำเงิน ด้าน ภท. ลุกประท้วงเดือดกลางสภา

"ไอซ์ รักชนก" สงวนคำแปรญัตติชำแหละงบ DSI 27 ล้าน แฉภาพว่าที่อธิบดีต้อนรับ "อนุทิน" ที่บุรีรัมย์ เตือน ขรก. อย่ารับใช้ระบอบสีน้ำเงิน ด้าน ภท. ลุกประท้วงเดือดกลางสภา

KEY

POINTS

  • ชำแหละงบ DSI 27 ล้าน: "ไอซ์ รักชนก" ขอตัดงบ DSI พร้อมตั้งคำถามการจัดซื้อซอฟต์แวร์วิเคราะห์เส้นเงิน หวั่นใช้อย่างไม่ตรงไปตรงมาในคดีสำคัญ
  • แฉภาพบุรีรัมย์กลางสภา: โชว์ภาพว่าที่อธิบดี DSI ต้อนรับ "อนุทิน" เตือนข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยอย่าขายตัวรับใช้ระบอบสีน้ำเงิน
  • ภูมิใจไทยประท้วงวุ่น: สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกโต้ทันควัน ชี้เป็นการกล่าวหา คาดคะเนไปเอง และดูถูกองค์กรข้าราชการ พร้อมฉะกลับเรื่องมารยาทในการอภิปราย

9 กันยายน 2569 "ไอซ์" รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ในสภาผู้แทนราษฎร ขอปรับลดงบประมาณ DSI ชี้ปมขาดบุคลากรเชี่ยวชาญเส้นเงิน พร้อมโชว์ภาพว่าที่อธิบดีคนใหม่ต้อนรับนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่สนามบินบุรีรัมย์ พร้อมเตือนข้าราชการอย่าขายตัวรับใช้ ระบอบสีน้ำเงิน จนทำเอา สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกประท้วงวุ่น ชี้เป็นการดูถูกองค์กรและไร้มารยาท

 

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้สงวนคำแปรญัตติ อภิปรายในการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2-3 ของสภาผู้แทนราษฎร โดยได้เสนอคำแปรญัตติเพื่อขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ลงอีก เนื่องจากมองว่า DSI ตั้งโครงการมายังไม่ตอบโจทย์ แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ระบุว่า บุคลากรทั้งหมด 165 ราย ร้อยละ 70 ขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการวิเคราะห์เส้นทางการเงิน ซึ่งจัดอยู่ในลำดับความเสี่ยงที่ 3 ที่ดีเอสไอเห็นว่ามีความเสี่ยง


 

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

 

นางสาวรักชนก กล่าวอีกว่า ตนกังวลว่าดีเอสไอจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เส้นทางการเงินและคดีหรือไม่ เพราะในคดีอั้งยี่-ฟอกเงินจากการโกง สว.ที่ดีเอสไอเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เมื่อดูผลงานของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ชี้มูลว่าเห็นควรให้มีการสั่งฟ้อง 229 คน เมื่อดูในงบประมาณโครงการพัฒนาระบบแสดงความสัมพันธ์การทำธุรกรรมทางการเงิน และวิเคราะห์เส้นทางการเงินเพื่อสนับสนุนการสืบสวนคดีพิเศษ วงเงิน 27 ล้านบาท ตนรู้สึกดีใจที่มีการตั้งงบประมาณในสิ่งที่กำลังขาด เดาว่าหนีไม่พ้นซอฟต์แวร์ของ i2 ที่องค์กรดีเอสไอน่าจะมีความคุ้นเคยเพราะเคยจัดซื้อมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน

สิ่งที่ตนกังวลคือ คนที่จะมากุมบังเหียนดีเอสไอใช้ซอฟต์แวร์สืบเส้นทางการเงินตัวนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ใช่คนที่ไปยืนกุมเป้าที่สนามบินบุรีรัมย์ และรอไหว้รับคณะบุคคลที่ถูกกล่าวหา ในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต. ที่สรุปว่าบางคนในนั้นมีมูลความผิดเรื่องคดีโกง สว.


 

นางสาวรักชนก ยังได้นำภาพคณะบุคคลที่ไปต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งถูกเซ็นเซอร์หน้าของคณะบุคคล ก่อนจะโชว์ภาพเดียวกันที่ได้มีการพิมพ์ออกมาทั้งใบใหญ่และใบเล็ก โดยระบุว่าไม่ได้จะโชว์อะไร เพียงแต่จะนำมาติดหน้าคอมพิวเตอร์เท่านั้น

 

จากนั้น นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ได้ประท้วงว่านางสาวรักชนกกำลังออกนอกประเด็น จึงขอให้ประธานในที่ประชุมควบคุมการประชุม ก่อนที่นางสาวรักชนกจะอภิปรายต่อว่า ตนโดนเซ็นเซอร์สไลด์อีกแล้ว ทั้งที่ในสไลด์ได้มีการเซ็นเซอร์หน้ามาให้แล้ว ดูไม่รู้ว่าเป็นใคร หรือหากดูแล้วว่าเป็นนายอนุทิน ซึ่งก็เป็น สส. สามารถมาชี้แจงได้ในสภาฯ ว่าใครที่ยืนไหว้ท่าน โดย ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ มีชื่อลือหึ่งว่าจะขึ้นเป็นอธิบดี DSI กังวลว่าซอฟต์แวร์ที่ได้มีการของบประมาณจะได้ใช้อย่างตรงไปตรงมาในสิ่งที่ขาดแคลนหรือไม่

 

ก่อนที่นายเลิศศักดิ์จะเตือนให้ระมัดระวังการกล่าวถึงบุคคลภายนอก นางสาวรักชนกจึงโต้แย้งว่าไม่ได้เสียหายอะไร เพราะทราบอยู่แล้วว่า ร.ต.อ.ปิยะจะขึ้นมาเป็นอธิบดี แต่สิ่งที่ไม่รู้จะเสียหายหรือไม่คือ ร.ต.อ.ปิยะ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ทำให้นายเลิศศักดิ์ขอให้ระมัดระวัง ไม่เอ่ยชื่อบุคคลภายนอกอีกครั้งหนึ่ง

 

นางสาวรักชนก กล่าวว่า หากอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ได้ดำรงตำแหน่ง สิ่งที่กังวลอย่างมากคือข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย หากใครที่ไม่ได้ขายตัวขายวิญญาณรับใช้ระบอบสีน้ำเงินกำลังโดนไล่ล่าอย่างหนัก ทำให้นายร่มธรรมลุกขึ้นประท้วงขอให้ประธานควบคุมการประชุม

 

ด้าน นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้ประท้วงประธานการประชุมขอให้ควบคุมการประชุม ขณะที่ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ได้ประท้วงด้วยว่า ตนเข้าใจผู้อภิปรายถึงความกังวลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่วันนี้สิ่งที่พูดเป็นความคิดของนางสาวรักชนก และสภาฯ กำลังพิจารณางบประมาณ ขอให้อยู่ในประเด็นนี้ อย่าไปพาดพิงบุคคลอื่น และขณะนี้หมดเวลาอภิปรายแล้ว

 

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าในฐานะที่อภิปรายเสียดสี ไม่สุภาพ กำลังดูถูก DSI ตัวเล็กตัวน้อย ถ้าไม่ขายตัวถือเป็นการดูถูกองค์กร คาดคะเนไปเอง เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ตนชื่นชมนางสาวรักชนก คนพูดเองว่าให้ทุกคนมีมารยาท แต่วันนี้ถ้าจะให้ทุกคนมีมารยาท ต้องสะกดคำว่า มารยาทของตนให้สภาฯ เห็นก่อน

 

ก่อนที่นายยศวัฒน์ได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า มารยาทที่ผู้อภิปรายได้พูดมา ยังมาใส่ร้ายส่อเสียดหาว่าคนในครอบครัว หรือ DSI ขายตัว ถือไม่ถูกต้อง ตนเองไม่รู้ว่าผู้อภิปรายชินกับคำว่าขายตัว หรือรู้รายละเอียดคำว่าขายตัวอย่างไร

 

โดยระหว่างนั้น สส.พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายอาสพลธ์ และนายสนอง ได้ลุกประท้วงโดยระบุว่าเวลานี้ท่านกําลังดูถูกองค์กรดีเอสไอ ซึ่งตัวเล็กตัวน้อยถ้าไม่ยอมขายตัว นี่คือการคาดคะเนไปเอง ทั้งที่เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา น.ส.รักชนกพูดเองว่าขอให้ทุกคนมีมารยาท แต่ถ้าจะให้ทุกคนมีมารยาท ท่านต้องสะกดคําว่า มารยาทของตนให้สภาฯ ได้เห็นก่อน ซึ่งนายเลิศศักดิ์ได้พยายามปรามน.ส.รักชนกแล้วว่าขอให้เข้าเนื้อหาอย่าพาดพิง และวินิจฉัยให้จบ ไม่ต้องพูดต่อ

 

นางสาวรักชนกได้ขอใช้สิทธิ์พาดพิงชี้แจงว่า ตนรักษามารยาทมาก ๆ แล้ว แต่ถ้าวันนี้ตนจะพูดคําหยาบขึ้นมา ก็อาจจะพูดกับนายสนองรายแรก


 

ข่าวล่าสุด