เนชั่นทีวี

ข่าว

"ไอติม พริษฐ์" เสนอตัดงบ กกต. แฉหลักฐานฮั้ว สว. ฟ้อง 229 คน

10 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"ไอติม พริษฐ์" เสนอตัดงบ กกต. แฉหลักฐานฮั้ว สว. ฟ้อง 229 คน

"ไอติม พริษฐ์" เสนอตัดงบ กกต. ทั้งหมด แฉขบวนการฮั้วเลือก สว. สอบพยาน 700 ปาก เอกสาร 9 หมื่นหน้า ชี้มติสั่งฟ้อง 229 ราย โยง สว. 138 คน และภูมิใจไทย

"ไอติม พริษฐ์" เสนอตัดงบ กกต. ทั้งหมด แฉขบวนการฮั้วเลือก สว. สอบพยาน 700 ปาก เอกสาร 9 หมื่นหน้า ชี้มติสั่งฟ้อง 229 ราย โยง สว. 138 คน และภูมิใจไทย

KEY

POINTS

  • 'พริษฐ์ วัชรสินธุ' อภิปรายเสนอตัดงบสืบสวน กกต. ทั้งหมด ชี้หมดความน่าเชื่อถือ หลังพบข้อพิรุธเอื้อประโยชน์กระบวนการฮั้วเลือก สว.
  • เปิดผลสอบชุดพิเศษ กกต.-DSI สอบพยาน 700 ปาก เอกสาร 9 หมื่นหน้า มีมติสั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยรวม 229 ราย ส่งศาลดำเนินการแล้ว
  • เผยผู้ถูกสั่งฟ้องพบเป็น สว. ถึง 138 คน และมี สส.-กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน ขณะที่ฝั่งภูมิใจไทยประท้วงวุ่นกลางสภาฯ

10 กันยายน 2569 ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 'พริษฐ์ วัชรสินธุ' สส.พรรคประชาชน อภิปรายเสนอ ตัดงบ กกต. สืบสวนสอบสวนทั้งหมด หลังพบข้อพิรุธปล่อยละเลยเอื้อกระบวนการ โกง สว. ตั้งแต่ระดับพื้นที่จนถึงระดับประเทศ โดยไร้การตรวจสอบอย่างจริงจัง พร้อมเปิดหลักฐานชุดสอบพิเศษฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 229 ราย โยง สว. 138 คน และ สส.พรรคภูมิใจไทย 21 คน

 

ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว มาตรา 32 หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ

 

โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส. พรรคประชาชน อภิปรายว่า สภาแห่งนี้จะอนุมัติงบประมาณกี่บาทให้กับหน่วยงานไหน ขึ้นอยู่กับคำถามที่ว่า สภาแห่งนี้เชื่อมั่นมากน้อยแค่ไหนว่า หน่วยงานนั้นจะนำงบประมาณที่ได้รับอนุมัติไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อวัตถุประสงค์ของหน่วยงานดังกล่าว โดยเน้นไปที่งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีการของบประมาณ 2,700 ล้านบาท ใช้เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งมีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในความสุจริตที่ต้องทำ

แต่จากการสังเกตการทำหน้าที่ของ กกต. ที่ผ่านมา ตนไม่แน่ใจเลยว่า งบประมาณที่สภาแห่งนี้กำลังจะอนุมัติให้ กกต. นั้น จะถูกใช้ไปเพื่อปกป้องประชาธิปไตย หรือจะถูกใช้ไปเพื่อสนับสนุนอาชญากรรมทางประชาธิปไตย

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส. พรรคประชาชน

 

พร้อมยกตัวอย่างกรณีการโกง สว. ซึ่งเป็นกระบวนการโกงที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา กกต. อย่างโจ่งแจ้งและเป็นประเด็นที่สังคมกำลังกังวลใจ ว่าในอีก 4 วันข้างหน้า กกต. จะลงมติตัดตอนให้เรื่องดังกล่าวไปไม่ถึงศาล รับรู้ข้อมูลหลักฐานกับกระบวนการนี้ สมมติฐานระหว่างตนกับ กกต. ก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่ตั้งคำถามว่า กกต. ปล่อยปละละเลยเรื่องของกระบวนการโกง สว. หรือไม่ มาถึงวันนี้ กลับมีความกังวลใจว่า กกต. หรือ กกต. บางส่วนรู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการโกง สว. ตั้งแต่แรก

 

นายพริษฐ์ ได้ลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่กระบวนการเริ่มการเลือก สว. การวางแผนยึดสมาชิกวุฒิสภา มีการแบ่งทีม แบ่งงบในห้องประชุมของพรรคการเมืองหนึ่ง ในห้วงเวลานั้นสิ่งที่ กกต. ทำคือการออกระเบียบเกี่ยวกับการเลือก สว. ที่เอื้อต่อแผนดังกล่าว เช่น การออกระเบียบให้ผู้สมัคร สว. แต่ละคนนั้นใช้หมายเลขผู้สมัครเดียวกันระหว่างช่วงเช้าและช่วงบ่าย เป็นการอำนวยความสะดวกให้โพยที่เราเห็นอยู่นั้นสามารถจัดทำได้ง่ายขึ้น เมื่อกระบวนการเดินทางมาสู่การรับสมัคร กระบวนการโกง สว. ก็มีการจัดตั้งจ้างคนมาลงสมัครจำนวนมากเพื่อพลีชีพและลงมติโหวตให้กับคนที่ต้องการให้เป็น สว. และห้วงเวลานั้น กกต. ก็ทำเป็นมองไม่เห็น ปล่อยให้ผู้สมัครจำนวนมากสามารถผ่านเข้าไปได้ และเข้าไปลงคะแนนในหลายรอบได้ทั้งที่ขาดคุณสมบัติ รวมไปถึงคุณสมบัติบางประการ เช่น ความเป็นพ่อแม่ลูก ความเป็นสามีภรรยาที่สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว

แล้วเมื่อเดินทางมาถึงระดับประเทศ กระบวนการโกง สว. มีการเอาโพยใบสั่ง ที่จัดทำตามโรงแรมต่างๆ ที่จะทำในช่วง 1-2 วันก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ ในขณะที่ กกต. ปล่อยผ่าน ปล่อยให้ใช้กันเต็มที่ เริ่มมาเตือนกันช่วงบ่าย ถึงขั้นจะต้องเดินไปริบโพย แต่ก็ไม่ดำเนินการอะไรต่อ จนถึงตอนนี้คนที่ถูกริบโพยจาก กกต. นั้นกลายมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือแม้กระทั่งประธานวุฒิสภา เมื่อเอาเส้นทางการโกง สว. และเส้นทางการทำหน้าที่ของ กกต. มาเทียบกัน หลักฐานมันฟ้องว่าทั้ง 2 เส้นทางนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อจนน่าสนใจ

 

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงคำพูดในคลิปเสียง ที่พูดกับผู้สมัคร สว. และมีการออกมายืนยันว่าเป็นเสียงของตนเอง แต่ที่ประธานไม่อนุญาตให้เปิดในห้องประชุมว่า "อะไรต่างๆ ที่ท่านคิดว่าจะเป็นปัญหาสำหรับท่าน เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างในเขาจะดูแลพวกเรา เพราะสิ่งที่เราทำนี้เราไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ แต่เราทำเพื่อข้างบน เป็นภารกิจเพื่อข้างบน เข้าใจนะฮะ"

 

เพื่อความเป็นธรรมของ กกต. ตนไม่เชื่อว่าข้างบนที่หมายถึงคือ กกต. แต่ประโยคที่บอกว่าเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างในเขาจะดูแลพวกเรา ตนคิดไม่ออกว่าถ้าไม่ได้หมายถึง กกต. แล้วเจ้าของเสียงในคลิปนี้หมายถึงใคร

 

นายพริษฐ์ ยังกล่าวต่อว่าการทำหน้าที่ของ กกต. หลังจากการประกาศผลรับรอง สว. ไปแล้วก็พบข้อพิรุธด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นต้องตั้งคำถามว่าสภาแห่งนี้ควรจะต้องอนุมัติงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทุจริตหรือไม่

 

โดยในระหว่างที่นายพริษฐ์ กำลังอภิปรายอยู่ ได้มี นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ลุกขึ้นประท้วงผู้อภิปรายว่า อภิปรายไม่ได้เกี่ยวกับงบประมาณที่กำลังพิจารณาอยู่

 

จากนั้นนายพริษฐ์ อภิปรายต่อว่า ในคดีการโกง สว. มีขั้นตอนการตรวจสอบ 3 ขั้นตอน คือ 1. ถูกตรวจสอบด้วยคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 เป็นคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเป็นคณะพิเศษทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ กกต. และ DSI ซึ่งประเมินแล้วว่าค่อนข้างมีประสิทธิภาพและสัมผัสได้ถึงความละเอียดรอบคอบ มีการฟังทั้งผู้ร้องและผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองด้าน มีการสอบพยานกว่า 700 ปาก และมีการสอบสวนโดยละเอียด จนกลายมาเป็นเอกสาร 9 หมื่นกว่าหน้า และคณะนี้ก็มีการลงมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คนไปที่ศาล โดยมี 138 คนเป็นสมาชิกวุฒิสภา และมีอีก 21 คนเป็นรัฐมนตรี ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย

"ระบุไว้ชัดว่าเมื่อข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ การกระทำของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และองคาพยพของพรรคภูมิใจไทย ดังได้ที่วินิจฉัยไว้ข้างต้นรับฟังได้ว่าเป็นกระบวนการ เพื่อให้ผู้มีสิทธิ์เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ได้มีหมายเลขประจำตัวผู้สมัครอยู่ในโพยฮั้วสมาชิกวุฒิสภา การกระทำดังกล่าวจึงถือว่า เป็นกรณีที่กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แล้วก็ไล่เรียงรายชื่อมารวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วย และ สส.ภูมิใจไทยบางคนรวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบางคนได้กระทำการโดยวิธีใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครหรือผู้ใดได้รับเลือกเป็น สว.หรือทำให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 76 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561" นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส. พรรคประชาชน

 

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่าขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนของเลขาธิการ ซึ่งการประเมินในขั้นตอนนี้ยังไม่แน่ชัดเพราะยังไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วการทำงานของเลขาธิการ กกต. เป็นเช่นไร สุดท้ายจะมีการสั่งฟ้องกี่คน แต่เท่าที่ทราบ หลังจากเลขาธิการหรือรองเลขาธิการชั่งน้ำหนักจากทั้งสองฝั่งแล้วก็มีความเห็นสั่งฟ้องเป็นหลักร้อยคน อย่างน้อยสมาชิกวุฒิสภา 136 คน ที่ปรากฏในโพย และรัฐมนตรีและ สส. จากพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อยอีก 3 คนที่มีหลักฐานโดยตรง

 

ระหว่างอภิปรายได้มี นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส. พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง แล้วมองว่าสิ่งที่อภิปรายอยู่เป็นเพียงข้อกล่าวหาไม่มีหลักฐานและให้รอวันที่ 14 กันยายน ที่ กกต. จะแจ้งข้อกล่าวหาว่าใครมีความผิดบ้าง นั่นคือกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย วันนี้ในเรื่องกระบวนการโกงกระบวนการฮั้วมีแก๊งหนึ่งเช้า สาย บ่ายเย็น ก็โกงก็ฮั้ว แต่ในขณะเดียวกันก่อนที่จะมีการเลือกตั้งก็มีแก๊งหนึ่งเหมือนกันที่ไปเดินสายทั่วประเทศ แบบนั้นไม่ฮั้วไม่โกงหรืออย่างไร และมีการกล่าวพาดพิงพรรคภูมิใจไทยทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย ก็รอให้ชี้ชัด ให้ชัดเจนไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย

 

ซึ่งประธานในที่ประชุม คือ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้วินิจฉัยให้นายพริษฐ์ อภิปรายเฉพาะวาระที่ 2 งบประมาณปี 2570

 

นายพริษฐ์ จึงกล่าวว่า สิ่งที่ตนกล่าวมาเป็นข้อกล่าวหา แต่ถ้าหากอยากรู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ทำไมไม่เปิดประชุมวันศุกร์เพื่อรับฟังรายงานของ กกต. ด้วย และซักถาม กกต. ด้วยตัวเอง

 

จากนั้นนายสนอง จึงลุกขึ้นประท้วงว่าไม่ได้มีการขัดขวางการประชุมสภา แต่ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบวาระและขั้นตอนจากมติของสภา ไม่ได้เป็นมติของบุคคลคนเดียว

 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่าขัดขวาง แต่บอกว่าให้มาร่วมกันเรียกร้อง ก่อนที่จะอภิปรายต่อว่า ส่วนขั้นตอนที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด ชุดที่ 36 ที่มีการใช้งบประมาณแผ่นดิน เพราะมีเบี้ยประชุมที่เกี่ยวข้องหลักหมื่นบาทต่อครั้ง ซึ่งเมื่อวิเคราะห์การทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ก็เห็นว่ามีปัญหา เพราะสภาแห่งนี้จะอนุมัติงบประมาณให้กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยที่มีลักษณะคล้ายกัน ตนก็ไม่สามารถเห็นด้วยได้ ถามว่าทำไมคณะชุดที่ 26 มีปัญหาคือ 1. เหตุผลในการมีอยู่ของคณะที่ 36 เพราะเป็นคณะพิเศษที่ตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อพิจารณาเรื่องคดีโกง ส.ว. เมื่อไปดูคุณสมบัติและการทำงานของคณะอนุกรรมการ ก็พบว่าต้องการได้คนที่พร้อมจะเข้ามาช่วยนำเงินด้วย และแม้ กกต. จะชี้แจงในกรรมาธิการถึงความจำเป็นของการตั้งอนุชุดที่ 36 ขึ้นมาแล้วใช้งบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติม เพราะพนักงานของอนุทั้ง 35 ชุดมากอยู่แล้ว และในบรรดาบุคคลคณะชุดที่ 36 ที่ กกต. ตั้งขึ้นมา 4 ใน 7 นั่งอยู่ในอนุทั้ง 35 ชุดอยู่แล้ว

 

2. การทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยที่สอดรับกับธงการเมืองของบางฝ่าย ไม่แน่ใจว่าโดยบังเอิญหรือไม่ พอชุดที่ 36 เขี่ยหลักฐานที่เขารวบรวมมา ก็พยายามทำตัวเป็นศาลเสียเอง ตีตกหลักฐานโดยอ้างว่าไม่สามารถพิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัยได้ ทั้ง ๆ ที่กรอบอำนาจหน้าที่ของ กกต. นั้นไม่ได้มีหน้าที่เป็นศาล ไม่ได้มีหน้าที่มาพิพากษาว่าใครผิดหรือใครไม่ผิด แต่กฎหมายกำหนดชัดว่า กกต. มีหน้าที่ส่งฟ้องไปที่ศาลหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า...

 

ระหว่างนั้นได้มีนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าสิ่งที่ผู้อภิปรายกระทำอยู่เป็นการพูดในเนื้อหาของสำนวน จากนั้นประธานในที่ประชุมได้วินิจฉัยว่าให้นายพริษฐ์ อภิปรายอยู่ในวาระที่ 2

 

นายพริษฐ์ จึงขอใช้สิทธิ์พาดพิงสิ่งที่ตนพูดไม่ได้อยู่ในสำนวน แต่เป็นสิ่งที่ปรากฏต่อสาธารณะ และมีสมาชิกคนหนึ่งไปปล่อยข่าวว่าตนเผยแพร่เอกสารบางอย่าง แต่ตนยืนยันว่าไม่มี ปล่อยข่าวเท็จกลางสภามาถึงวันนี้ยังไม่แก้ข่าวเลย

 

นายศุภชัย จึงลุกขึ้นกล่าวว่านายพริษฐ์ พูดว่ากล่าวเท็จ ทราบได้อย่างไรว่าตนกล่าวเท็จ ท่านบอกว่าเอกสารนั้นไม่ได้อยู่ในมือท่าน แต่จริง ๆ ทีมงานท่านอาจจะส่งให้ผมก็ได้ จึงอยากให้นายพริษฐ์ ถอนคำพูดว่ากล่าวเท็จ

 

นายพริษฐ์ ไม่ถอนคำพูดและยืนยันว่าในวันนั้นมีการแถลงข่าวจริงและบอกว่า ผมเผยแพร่ ผมไม่ได้เผยแพร่ ผมพร้อมจะข้ามประเด็นนี้ แต่ไม่ขอถอนคำพูด

 

นายศุภชัย จึงได้ชี้แจงข้อมูลที่ได้แถลงข่าววันนั้นอีกครั้ง และยืนยันว่าไม่ได้กล่าวเท็จ แต่ฝั่งท่านก็มีการกล่าวเท็จเช่นกัน แต่ตนขี้เกียจเถียงกับเด็ก ไม่อยากตอบโต้ แต่อย่าฮึกเหิมมาก

 

นายพริษฐ์ จึงเปิดคลิปวันที่นายศุภชัยได้ลงมาแถลงข่าว เพื่อยืนยันคำพูดว่านายศุภชัย กล่าวเท็จจริง จากนั้นประธานในที่ประชุมจึงขอให้เดินหน้าการพิจารณาต่อ โดยให้นายพริษฐ์ พูดให้อยู่ในวาระที่ 2 ของการพิจารณางบประมาณ

 

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส. พรรคประชาชน

 

นายพริษฐ์ จึงอภิปรายต่อว่า ที่ตั้งคำถามถึงคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 พร้อม กกต. มีการตั้งงบประมาณอบรมหลักสูตรการสอบสวน ตนจึงตั้งคำถามว่าถ้าเรามี กกต. ที่ทำหน้าที่สอบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่สอบสวนไปแล้วดันไปเจออนุกรรมการวินิจฉัยที่ยกคำร้องหรือปัดตกหลักฐานที่ไม่มีเหตุผลรองรับ เท่ากับว่างบประมาณเราก็สูญเปล่า และเมื่อไปดูการทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เมื่อหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงนักการเมือง ไม่ว่าจะในสภาหรือ ครม. ก็จะเห็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ออกโรงมาปกป้องพยายามตีกรอบกฎหมายแบบพิสดาร เพื่อไม่ให้สาวไปถึงนักการเมืองที่ใกล้ชิดกับศูนย์อำนาจ แล้วพอหลักฐานบ่งชี้ในความคล้ายคลึงกัน เราเห็นการทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่พยายามหลอกตัวเองว่า เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ปฏิเสธข้อเท็จจริงว่าการโกง สว. ที่เกิดขึ้นนั้นทำงานกันเป็นกระบวนการ

 

และ 3. ผลลัพธ์ของการทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 สิ่งที่ตอกย้ำชัดเจนว่าการทำงานของชุดนี้ไม่มีประสิทธิภาพและไม่ควรจัดสรรงบให้กับคณะอนุฯ แบบนี้ เพราะว่าหลังจากเห็นหลักฐานทั้งหมด คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 มีข้อสรุปว่าขบวนการโกง สว. ไม่มีอยู่จริง ไม่มีผู้ถูกกล่าวหาคนไหนที่ควรจะสั่งฟ้องไปที่ศาลแม้แต่คนเดียว

"คณะอนุฯ ชุดนี้รับเบี้ยประชุมรวมกันหลักแสนบาท แล้วเขาก็เห็นว่าตัวเลขที่อยู่ในโพยก็ไปปรากฏในลำดับเดียวกันเป๊ะ ๆ ในบัตรเลือกตั้ง สว. แต่เขาเชื่อจริง ๆ ว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องบังเอิญโดยสุจริต คณะชุดที่ 36 ที่รับเบี้ยประชุมหลักแสนบาท เขาทำงานไปใช้งบประมาณภาษีไป เขาเห็นว่ามีผู้ช่วย สส. จากสุราษฎร์ธานีคนหนึ่ง มีการโอนเงินให้กับผู้สมัคร สว. 10 คนในอำเภอเดียวกัน 1 วันก่อนการเลือกระดับจังหวัด แต่อนุวินิจฉัยชุดที่ 36 เชื่อว่าผู้ช่วย ส.ส. คนนี้บังเอิญต้องใช้หนี้ บังเอิญต้องเช่าพระ บังเอิญซื้อหวยจากผู้สมัคร สว. วันเดียวกันเป๊ะ ๆ" นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ ยังอภิปรายต่อว่า มีการขออบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวนระดับต้น งบประมาณ 11.9 ล้านบาท ภายใต้การพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งให้เป็นมืออาชีพ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การสืบสวนไต่สวนและการดำเนินคดีในศาล 4.8 ล้านบาท

"ถ้า กกต. ยังทำงานแบบนี้ ตนเสนอให้ตัดงบทั้งหมดที่เกี่ยวกับการสอบสวน เพราะไม่ว่าจะไปสอบสวนได้หลักฐานอะไรมา ท้ายที่สุดก็เจอคณะอนุกรรมการวินิจฉัยยกคำร้องให้ตรงกับความต้องการทางการเมือง หรือแม้กระทั่งเบี้ยประชุมของคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ถ้าหากต้องการผลลัพธ์แบบนี้ ตั้งแค่งบค่าโทรศัพท์ไปที่บุรีรัมย์ไม่กี่สายก็อาจจะได้คำตอบ ผมไม่รู้ว่าในวันที่ 14 กันยายนนี้ ทาง กกต. ทั้ง 7 คนจะตัดสินใจตามการทำงานของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 หรือไม่ แต่ย้ำว่าหาก กกต. ดำเนินการที่ผ่านมาเป็นแบบนี้แล้วยังมีมติที่สวนทางกับพยานหลักฐานที่สังคมนั้นเห็น ผมก็คิดว่า กกต. ไม่สามารถทำให้สภาแห่งนี้มีความมั่นใจได้ว่างบประมาณที่เรากำลังจะอนุมัติให้ กกต. นั้นจะไม่กลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับองค์กรที่ปกป้องเครือข่ายอาชญากรทางประชาธิปไตย" นายพริษฐ์ กล่าว

จากนั้น นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ในฐานะกรรมาธิการ ลุกขึ้นชี้แจงนายพริษฐ์ว่า ดีใจที่วันนี้นายพริษฐ์ได้พูดในสิ่งที่ได้เห็นมาว่า กกต. ไม่ควรได้รับงบประมาณ และชี้แจงว่ากระบวนการเลือก สว. ไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นองค์กรที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่าสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นรัฐสภาด้วยกัน และที่มาที่ไปนั้นมั่นใจว่าอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เหมือนสภาฯ ที่เรียกตัวเองว่าผู้ทรงเกียรติ

 

และชี้แจงว่าการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และมีการอภิปรายถึงสำนวนคดีคณะอนุกรรมการที่ 26 และสำนวนคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ไม่ขอก้าวล่วง ซึ่งขณะนี้ตำรวจสอบสวนหรือมีพยานหลักฐานก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรมจะนานเท่าไหร่ 3 เดือน 8 เดือน โดยเป็นกระบวนการสอบของ กกต. ทำได้คือการรอผลงานหรือผลสรุป

“ผมจะไม่กล่าวว่าเขาโกง เขาฮั้ว ผมไม่พูดหรอก เพราะทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย อยู่ในระเบียบ วันนี้หากบุคคลเหล่านี้ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่พ้นหรอก ม. 157 มีวิธีการทำอะไรไว้ กฎหมายมีติดตามตรวจสอบ ตอบง่าย ๆ ว่างบประมาณฝึกอบรมด้านการสอบสวนอย่างมีคุณภาพ แล้วมั่นใจว่าเมื่อให้งบประมาณเขาไปแล้ว จะต้องนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็ติดตามต่อไป ที่สำคัญที่สุดกรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันตามเสียงข้างมาก” นายบุญจง กล่าว

โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านใช้สิทธิ์พาดพิง ยืนยันการอภิปรายของนายพริษฐ์ เป็นไปตามกฎหมายที่พิจารณาในวาระที่ 2 ซึ่งเป็นการตั้งคำถามต่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก นอกจากการเสนอตัดลดแล้ว ยังสามารถเสนอความเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ ของกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ และไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องระบุโครงการในการตัดงบ แต่ต้องพิจารณาว่างบประมาณที่ให้ไปนั้น หน่วยงานสามารถทำได้ตามตัวชี้วัด (KPI) หรือไม่


 

ข่าวล่าสุด