นายกฯ-กลาโหม เคาะอนุมัติเรือฟริเกตลำใหม่ ทร.จ่อแถลง 18 ก.ย.
08 ก.ย. 2569 | titayu_pur

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และกลาโหม ไฟเขียวผลคัดเลือกเรือฟริเกตลำใหม่ กองทัพเรือย้ำประเทศต้องได้ประโยชน์สูงสุด เตรียมเปิดตัวผู้ชนะและชี้แจงเกณฑ์ 18 ก.ย.นี้
ข่าว
08 ก.ย. 2569 | titayu_pur

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และกลาโหม ไฟเขียวผลคัดเลือกเรือฟริเกตลำใหม่ กองทัพเรือย้ำประเทศต้องได้ประโยชน์สูงสุด เตรียมเปิดตัวผู้ชนะและชี้แจงเกณฑ์ 18 ก.ย.นี้
KEY
POINTS
8 กันยายน 2569 กองทัพเรือ ขยับก้าวสำคัญในโครงการ จัดซื้อเรือฟริเกต หลัง นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และปลัดกระทรวงกลาโหม ลงนามอนุมัติผลการคัดเลือก เรือฟริเกต ลำใหม่เป็นที่เรียบร้อย การตัดสินใจครั้งนี้ยึดหลักความโปร่งใส คุ้มค่า และผลประโยชน์ชาติ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในให้เติบโตควบคู่กัน ทั้งนี้ กองทัพเรือเตรียมจัดแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดข้อเสนอและเปิดเผยผู้ชนะอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายนนี้ หลังสิ้นสุดระยะเวลาการรับเรื่องอุทธรณ์ตามกฎหมาย
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือว่า ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามรับทราบเอกสารสรุปผลการพิจารณาคัดเลือกตามที่กระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือเสนอเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ปลัดกระทรวงกลาโหมได้ลงนามอนุมัติผลการพิจารณาคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว
กองทัพเรือตระหนักดีว่า โครงการจัดหาเรือฟริเกตเป็นโครงการที่ประชาชนและสังคมให้ความสนใจ เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งกับความมั่นคงของประเทศ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการใช้งบประมาณแผ่นดิน จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความถูกต้อง ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการดำเนินการที่สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
การพิจารณาคัดเลือกได้ดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งในด้านขีดความสามารถทางยุทธการ ความเหมาะสมต่อภารกิจ ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ตลอดจนประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับในระยะยาว ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การสร้างองค์ความรู้ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ
แนวคิดสำคัญของโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียง “กองทัพเรือได้เรือ” แต่ “ประเทศต้องได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน” การลงทุนด้านความมั่นคงครั้งนี้ต้องสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาศักยภาพของคนไทย อุตสาหกรรมไทย และขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ เพื่อให้ประโยชน์จากงบประมาณที่ใช้ไม่ได้จบลงเพียงวันที่ส่งมอบเรือ แต่เกิดคุณค่าต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ทั้งนี้ แม้ผลการคัดเลือกจะได้รับอนุมัติแล้ว แต่เนื่องจากยังอยู่ในระยะเวลาการรับเรื่องอุทธรณ์ตามที่กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เข้าร่วมการคัดเลือกทุกราย และให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม กองทัพเรือจึงกำหนดจัดการแถลงผลการพิจารณาคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกตในวันที่ 18 กันยายน 2569 ภายหลังครบกำหนดระยะเวลาการรับเรื่องอุทธรณ์ตามกฎหมาย โดยจะเปิดเผยผลการพิจารณาคัดเลือกอย่างเป็นทางการ พร้อมชี้แจงหลักเกณฑ์ เหตุผล และสาระสำคัญของข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือก รวมถึงประโยชน์ที่กองทัพเรือและประเทศไทยจะได้รับ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา
“เรือฟริเกตลำนี้สร้างขึ้นจากงบประมาณของประชาชน ดังนั้น เป้าหมายของเราจึงไม่ใช่เพียงการได้เรือที่ดีที่สุดสำหรับกองทัพเรือ แต่ต้องทำให้การลงทุนครั้งนี้สร้างประโยชน์กลับคืนสู่ประเทศด้วย กองทัพเรือได้เรือ ประเทศก็ต้องได้ขีดความสามารถ คนไทยต้องได้องค์ความรู้ และอุตสาหกรรมไทยต้องมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน” โฆษกกองทัพเรือกล่าว
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต ได้ลงนาม ประกาศกองทัพเรือ ผู้ได้รับการคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกต จำนวน 1 ลำ พร้อมทั้งระบบและอุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบทดลอง น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น การฝึกอบรม การตรวจรับ การรับประกัน และพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd
โดยเสนอราคา 16,730 ล้านบาท เป็นราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นๆ ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นๆทั้งปวงไว้แล้ว ซึ่งราคานี้เป็นราคาคงที่และตายตัว (Firm & Fixed Price) ในราคา DAP (INCOTERMS 2020) รวมการขนส่งและประกันภัย จนกระทั่งส่งมอบงาน ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หรือพื้นที่ที่กองทัพเรือจะกำหนด