เนชั่นทีวี

ข่าว

"นักวิชาการ มธ." มองแผนรัฐบาล 8 ปี "ลด ขรก.3 หมื่นอัตรา" ค่าใช้จ่ายบุคลากรพุ่งสูงถึง 40% ควรปฏิรูปโครงสร้างข้าราชการทั้งระบบ

04 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

"นักวิชาการ มธ." มองแผนรัฐบาล 8 ปี "ลด ขรก.3 หมื่นอัตรา" ค่าใช้จ่ายบุคลากรพุ่งสูงถึง 40% ควรปฏิรูปโครงสร้างข้าราชการทั้งระบบ

"นักวิชาการ มธ." มองแผนรัฐบาล 8 ปี "ลด ขรก.3 หมื่นอัตรา" ค่าใช้จ่ายบุคลากรพุ่งสูงถึง 40% ควรปฏิรูปโครงสร้างข้าราชการทั้งระบบ ยกระดับเทคโนโลยี และออกแบบสวัสดิการที่ยั่งยืน

"นักวิชาการ มธ." มองแผนรัฐบาล 8 ปี "ลด ขรก.3 หมื่นอัตรา" ค่าใช้จ่ายบุคลากรพุ่งสูงถึง 40% ควรปฏิรูปโครงสร้างข้าราชการทั้งระบบ ยกระดับเทคโนโลยี และออกแบบสวัสดิการที่ยั่งยืน

KEY

POINTS

  • ผ่าตัดข้าราชการไทย: นักวิชาการ มธ. ชี้แผนรัฐบาลลดคน 15% ภายในปี 75 ต้องมีกลยุทธ์เชิงลึก ห้ามเหวี่ยงแห  
  • แก้ปมคลังตึงตัว: ค่าใช้จ่ายบุคลากรพุ่งสูงถึง 40% รัฐต้องทบทวนโครงสร้างภารกิจใหม่ทั้งหมด
  • แนะทางรอดระยะยาว: ปรับระบบจัดซื้อ ยกระดับเทคโนโลยี และออกแบบสวัสดิการที่ยั่งยืน

กรณี ครม. พิจารณาข้อเสนอของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เรื่อง แนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนและโครงสร้างภาครัฐ โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยมีเป้าหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน สนับสนุนให้ภาครัฐใช้จ่ายงบประมาณด้านบุคลากรอย่างคุ้มค่า และทบทวนบทบาทภารกิจ และการจัดโครงสร้างหน่วยงาน ลดภารกิจซ้ำซ้อนของส่วนราชการ บนหลักการว่าต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการประชาชน เป้าหมายลดอัตรากำลังข้าราชการลงร้อยละ 15 ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2575 โดยมีมาตรการประกอบด้วย 1.มาตรการตรึงอัตรากำลังโดยชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี และ 2.มาตรการลดขนาดกำลังคนภาครัฐ โดยยุบเลิกกรอบอัตรากำลังที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ตามที่เสนอข่าวก่อนหน้านี้

 

4 กันยายน 2569 ล่าสุด ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ( มธ.ท่าพระจันทร์) เปิดเวทีเสวนา “ปฏิรูปข้าราชการ Firming Thailand?” ระดมความเห็นนักวิชาการหลากหลายสาขา หาทางออกให้ประเทศไทย ท่ามกลางความตึงตัวทางการคลังและภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ โครงสร้างกำลังคนภาครัฐ ปัจจุบันประเทศไทยมีบุคลากรภาครัฐราว 3 ล้านคน เป็นข้าราชการประมาณ 1 ล้านคน ขณะที่ต้นทุนการจ้างข้าราชการหนึ่งคน ตั้งแต่เริ่มรับราชการไปจนถึงหลังเกษียณ อาจสูงถึงราว 40 ล้านบาทต่อคน

 

โดยมี รศ.ดร.สุนิสา ช่อแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย หัวหน้าหน่วยวิจัยด้านการวิเคราะห์ทางปัญญาประดิษฐ์เชิงลึกและเศรษฐมิติขั้นสูง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รศ.ดร.ธนาธร ทะนานทอง หัวหน้าหน่วยงานวิจัยด้านนวัตกรรมข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเสวนา

 

"นักวิชาการ มธ." มองแผนรัฐบาล 8 ปี "ลด ขรก.3 หมื่นอัตรา" ค่าใช้จ่ายบุคลากรพุ่งสูงถึง 40% ควรปฏิรูปโครงสร้างข้าราชการทั้งระบบ

วิกฤตการคลังไทย! มธ. ผ่าตัดแผนลดข้าราชการ 3 หมื่นอัตรา ชี้ลดคนอย่างเดียวไม่พอ

 

"นักวิชาการ มธ." มองแผนรัฐบาล 8 ปี "ลด ขรก.3 หมื่นอัตรา" ค่าใช้จ่ายบุคลากรพุ่งสูงถึง 40% ควรปฏิรูปโครงสร้างข้าราชการทั้งระบบ

 

โดย รศ.ดร.สุนิสา ระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 40% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ทางการคลังของประเทศ และทำให้รัฐบาลมีงบประมาณเหลือสำหรับการพัฒนาด้านอื่นน้อยลง

"แม้รัฐบาลตั้งเป้าลดกำลังข้าราชการ 15% ภายในปี 2575 หรือประมาณ 30,000 อัตรา แต่การปฏิรูปไม่ควรมองเพียงตัวเลขการลดคน เพราะบางหน่วยงานมีบุคลากรมากเกินความจำเป็น ขณะที่บางหน่วยงานกลับขาดแคลนกำลังคนอย่างหนัก จึงต้องมีการวางแผนกำลังคนใหม่ทั้งระบบ รวมถึงเปิดทางให้เกิดการโยกย้ายข้ามหน่วยงาน และเตรียมโครงการเปลี่ยนผ่านอาชีพรองรับผู้ที่จะออกจากระบบราชการ" รศ.ดร.สุนิสา เผย

ด้าน รศ.ดร.สามชาย มองว่า เป้าหมายของการปฏิรูปไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการลดงบประมาณหรือลดจำนวนข้าราชการ แต่ต้องตอบคำถามสำคัญว่า ภารกิจและโครงสร้างของแต่ละกระทรวงยังเหมาะสมกับโลกยุคใหม่หรือไม่ พร้อมเสนอให้ทบทวนตำแหน่งบริหารและที่ปรึกษา ซึ่งอาจเป็นแนวทางลดต้นทุนได้มากกว่าการตัดตำแหน่งระดับปฏิบัติการ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภารกิจบริการประชาชนและตรวจสอบภาครัฐ

 

ขณะที่ รศ.ดร.ทีปกร ชี้ว่า แรงกดดันสำคัญของการคลังไทยยังมาจากภาระบำเหน็จบำนาญและค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นตามสังคมสูงวัย โดยการเปลี่ยนไปใช้ระบบประกันสุขภาพเอกชนอาจไม่ใช่คำตอบในการลดค่าใช้จ่าย แนวทางสำคัญจึงอยู่ที่การปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้การจัดซื้อเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและลดความซ้ำซ้อนของระบบ ขณะเดียวกัน ประเทศยังจำเป็นต้องมองหาแหล่งรายได้ใหม่ ผ่านการขยายฐานภาษีและการออกแบบระบบสวัสดิการที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

รศ.ดร.ธนาธร ย้ำว่า ส่วนการนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ AI ไม่ใช่เครื่องมือที่จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ทั้งหมด แต่ควรถูกนำมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะงานซ้ำซ้อนและมีความเสี่ยงต่ำ เพื่อช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ภาครัฐดิจิทัลยังต้องคำนึงถึงต้นทุนระบบ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการกำกับดูแล AI อย่างเหมาะสม พร้อมผลักดันโครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จให้สามารถขยายผลไปยังหน่วยงานอื่น 
 

"นักวิชาการ มธ." มองแผนรัฐบาล 8 ปี "ลด ขรก.3 หมื่นอัตรา" ค่าใช้จ่ายบุคลากรพุ่งสูงถึง 40% ควรปฏิรูปโครงสร้างข้าราชการทั้งระบบ

 

ข่าวล่าสุด