วีระยุทธ ซัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ตอบโจทย์การเมือง-อุปถัมภ์
26 ส.ค. 2569 | titayu_pur

วีระยุทธ อภิปรายค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ไม่ช่วยกลุ่มเปราะบางและเอสเอ็มอี ซัดใช้เงินตอบโจทย์การเมืองเรียกคะแนน หวั่นเปิดช่องเครือข่ายอุปถัมภ์
ข่าว
26 ส.ค. 2569 | titayu_pur

วีระยุทธ อภิปรายค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ไม่ช่วยกลุ่มเปราะบางและเอสเอ็มอี ซัดใช้เงินตอบโจทย์การเมืองเรียกคะแนน หวั่นเปิดช่องเครือข่ายอุปถัมภ์
KEY
POINTS
26 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภา พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.พรรคประชาชน อภิปรายคัดค้านร่างกฎหมายกู้เงินวิกฤตพลังงานอย่างหนักหน่วง โดยระบุว่า รัฐบาลอนุทิน ล้มเหลวในการเยียวยา 4 กลุ่มเดือดร้อน ทั้งผู้เปราะบาง เกษตรกร SMEs และแรงงานว่างงาน แต่กลับนำเงินกู้ก้อนแรกไปตอบโจทย์ทางการเมือง พร้อมเตือนภัยเงินกู้ก้อนที่สอง สุ่มเสี่ยงกลายเป็นช่องทางเอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายอุปถัมภ์ ทำโครงการสะเปะสะปะโดยไม่ได้สร้างอนาคตให้แก่ประเทศ
ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม วาระเรื่องด่วนพิจารณา พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท
โดย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.พรรคประชาชน อภิปรายตอนหนึ่งว่า สำหรับ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้น หากเราไปดูวัตถุประสงค์ของการออก พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าว พบว่า รัฐบาลยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ เนื่องจากมีคน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มคนเปราะบาง เช่น ประมง ขนส่ง เกษตร 2. ภาคการเกษตรที่ถูกรัฐบาลนายอนุทินละเลยมากที่สุด 3. กลุ่มเอสเอ็มอี และ 4. กลุ่มแรงงานที่ไตรมาส 2 มีคนว่างงานมากถึง 4 แสนคน ที่ถูกละเลยทั้งจากมาตรการปกติและการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ ซึ่งไม่มีมาตรการช่วยเหลือลงไปอย่างตรงเป้า เพราะรัฐบาลชุดนี้ยังยึดจีดีพีว่ายังเป็นไปตามเป้าหมายที่อยากเห็น
นายวีระยุทธกล่าวต่อว่า อีกทั้งนายเอกนิติและทีมเศรษฐกิจก็ยังยึดมั่นว่า เศรษฐกิจมาถูกทิศทางและกำลังเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจุดนี้ตนมองว่าอันตรายมากที่สุด และมองว่าการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทก้อนแรกของรัฐบาลนั้น นอกจากจะไม่ช่วยกลุ่มคนเปราะบาง เอสเอ็มอี และภาคอุตสาหกรรมแล้ว ยังเป็นการใช้เพื่อตอบโจทย์การเมืองของรัฐบาลเพื่อเรียกคะแนนเสียงให้นายอนุทินสามารถเดินตลาดได้
นายวีระยุทธกล่าวต่อว่า ส่วนเงินกู้ก้อนที่สองเราก็ต้องถามต่อไปอีกว่า รัฐบาลจะทำอะไรบ้าง เป็นการตั้งโครงการใหม่มาขอรับเงินกู้ เป็นความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ เปลี่ยนผ่านอะไรกันแน่ ไม่มีแผนงานการเปลี่ยนผ่านที่เป็นระบบ ไม่ได้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วน สามารถใช้งบปกติก็ได้ เป็นการตอบโจทย์การเมืองภายในของรัฐบาลเพื่อเปิดทางให้เครือข่ายอุปถัมภ์เข้ามาทำโครงการสะเปะสะปะ ไม่ได้สร้างอนาคตประเทศ ฉะนั้น ตนจึงไม่อาจเห็นด้วยกับการอนุมัติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้