อนุทิน ลุยช่องอานม้า ให้กำลังใจทหารกู้ระเบิด ลั่นปกป้องไทย
23 ส.ค. 2569 | titayu_pur

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ช่องอานม้า อุบลราชธานี ให้กำลังใจทหารกู้ทุ่นระเบิดหลังสูญเสียอวัยวะ พร้อมหนุนกองทัพเต็มที่ ย้ำไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบแผ่นดินไทย
ข่าว
23 ส.ค. 2569 | titayu_pur

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ช่องอานม้า อุบลราชธานี ให้กำลังใจทหารกู้ทุ่นระเบิดหลังสูญเสียอวัยวะ พร้อมหนุนกองทัพเต็มที่ ย้ำไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบแผ่นดินไทย
KEY
POINTS
23 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์กู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมแนวชายแดนไทยกัมพูชา การลงพื้นที่ครั้งนี้มีขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ กรณีพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดจนสูญเสียอวัยวะขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยนายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมมอบสิ่งของ และให้กำลังใจกำลังพลด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ พร้อมประกาศชัดเจนว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนกองทัพไทย ทุกภารกิจในการปกป้องผืนแผ่นดิน และยืนหยัดจุดยืนบนเวทีระหว่างประเทศว่า จะไม่ยอมให้ใครเอารัดเอาเปรียบประเทศไทยเป็นอันขาด
เมื่อเวลา 14.03 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเดินทางถึงท่าอากาศยานกองบิน 21 และเดินทางต่อด้วยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ ไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ อำเภอน้ำยืน เพื่อเดินทางโดยรถยนต์ต่อไปยังบริเวณช่องอานม้า เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติงานด้านยุทธวิธี พร้อมให้กำลังใจพลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาและปกป้องผืนแผ่นดินไทย
ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้รับฟังการบรรยายสรุปโครงการปรับปรุงพัฒนาเส้นทางลาดตระเวน และตรวจการเพื่อคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดนบริเวณพื้นที่อนุรักษ์อำเภอน้ำยืน และโครงการจัดกำลังพลและสิ่งอุปกรณ์ที่สำคัญ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังสถานการณ์ทุ่นระเบิ ดและการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมของประเทศไทย โดยการขอขยายระยะเวลาการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ครั้งที่ 4 ของประเทศไทย ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 - 31 ธ.ค. 2574 พร้อมทั้งดูภาพประกอบจุดกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิดในวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา
สำหรับรายงานการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ประเทศไทยมีพื้นที่ที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดทั้งสิ้น 15 อำเภอ 6 จังหวัด ครอบคลุมทั้งจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว และตราด โดยได้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิด ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 68 - 31 มี.ค. 69 ไปแล้วรวม 673 ทุ่น ส่วนการเก็บกู้กวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ยุทธบริเวณ เพื่อสนับสนุนกองกำลังป้องกันชายแดน ระหว่างวันที่ 11 ธ.ค. 68 - 31 มี.ค. 69 มีพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้วทั้งสิ้น 390,883 ตารางเมตร
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ยืนส่องกล้องทางไกลดูหมู่บ้านอานแซะ ช่องอานม้า ฝั่งกัมพูชา ก่อนจะตรวจเยี่ยมกำลังพลและมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่บริเวณช่องอานม้า
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับกำลังพลด้วยน้ำเสียงที่สะเทือนใจว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจที่มีทหารต้องสูญเสียอวัยวะจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับตนเป็นอย่างมาก ตนมีความห่วงใย จึงได้หารือกับทางผู้บัญชาการทหารบก บอกว่าเมื่อกลับจากการไปราชการต่างประเทศแล้ว จะขอมาพบกับกองกำลังทุกคนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสพบกับทุกคน และเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดใจอยู่ตลอดเวลา
โดยช่วงที่มีเหตุการณ์สู้รบทั้งสองระลอก ตนมีความใกล้ชิดผูกพันกับนายทหารทุกคน มีโอกาสได้มาติดตามสถานการณ์ และได้เห็นวีรกรรมของพี่น้องทหาร ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงบอกตัวเองว่าตราบใดที่ยังทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ จะปฏิบัติและใช้ความสามารถทุกอย่างที่มีอยู่ สนับสนุนให้ทหารของชาติมีประสิทธิภาพสูงสุดในการสู้รบ และปลอดภัยจากการปะทะจากอริราชศัตรู จึงอยากให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลอยู่ข้างทหารทุกคน และมีการประสานงานใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงตลอดเวลา เมื่อมีเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้นมา ก็ไม่มีความรู้สึกอื่นใด นอกจากความเป็นห่วงและกังวลเป็นอันมากต่อความปลอดภัยของพวกเรา
ดังนั้น ขอให้นายทหารทุกคนได้ร่วมมือกัน รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ และขอให้ระมัดระวังตนเองในการปฏิบัติภารกิจทุกภารกิจ ให้ปลอดความเสี่ยงมากที่สุด และสิ่งที่ทำให้ตนสามารถตัดสินใจหรือเจรจากับนานาประเทศ เวลามาพูดถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา คือการมาพบกับนายทหารที่ชายแดน เวลามีการพูดคุยบางทีมีประเทศที่ 3 ที่ 4 ไปฟังข้อมูลต่าง ๆ มา ก็พยายามจะกล่าวหาว่า เราเป็นประเทศที่มีศักยภาพเหนือกว่า มีขีดความสามารถสูงกว่า และไปรังแกประเทศเพื่อนบ้านหรือเปล่า
ถ้าตนไม่ได้มาเจอ ตนอาจจะไม่มีความมั่นใจในการโต้ตอบกับพวกเขา การที่เราทำงานอย่างใกล้ชิดกันเช่นนี้ และมีความรู้สึกร่วมกันเช่นนี้ ทำให้ทุกครั้งที่มีการหารือกับต่างประเทศ ตนมีความมั่นใจที่จะต้องปกป้องและยืนหยัดในจุดยืนของพวกเรา โดยไม่ยอมให้มีการเอารัดเอาเปรียบใด ๆ ไม่ว่าจะใช้กลไกใด ๆ ในการกดดันรัฐบาลไทยและกองทัพไทย สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเรามีความใกล้ชิดกัน มีความรู้สึกร่วมกันในการหวงแหนรักษาแผ่นดินของพวกเรา
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า เมื่อใดก็ตามที่ตนมีโอกาส ก็จะขอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบกเสมอว่าอยากจะมาพบกับพวกเรา วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งหนึ่ง และยินดีที่ได้เห็นพวกเรามีขวัญกำลังใจที่แน่วแน่ มีความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ตนจะไปเยี่ยมเพื่อนของเราที่ได้รับบาดเจ็บ ขอให้เป็นคนสุดท้าย ขอให้เราทุกคนถอดบทเรียนเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยให้กับตัวเอง พวกเราอยู่กับท่านเสมอ ท้ายที่สุดนี้ขออำนวยพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระบารมีแห่งองค์จอมทัพไทย โปรดดลบันดาลให้ทหารทุกคนและเจ้าหน้าที่ทุกคนจงประสบแต่ชัยชนะ มีความแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทุกสิ่ง มีความปลอดภัย และรักษาบ้านรักษาเมืองของเราให้มีความภาคภูมิใจ เป็นเกียรติยศเกียรติศักดิ์ แล้วจะมาพบกันเสมอ และยืนยันที่จะให้การสนับสนุนภารกิจของทุกคนให้ได้รับชัยชนะโดยไม่มีวันสิ้นสุด