เนชั่นทีวี

ข่าว

สร้างกระแสบิดเบือน “ดีอี” โต้ปมข้อมูลรั่วถ้าสมัคร AiPass

21 ส.ค. 2569 | titayu_pur

สร้างกระแสบิดเบือน “ดีอี” โต้ปมข้อมูลรั่วถ้าสมัคร AiPass

ปลัดดีอีแจง TH-AI Passport ยอดลงทะเบียนพุ่ง 1.1 ล้านคน ยันระบบปลอดภัยไม่ทำข้อมูลรั่ว ปรับสัญญา Pay Per Active User จ่ายตามจริง เตรียมเปิดใช้งาน 31 ส.ค.นี้

ปลัดดีอีแจง TH-AI Passport ยอดลงทะเบียนพุ่ง 1.1 ล้านคน ยันระบบปลอดภัยไม่ทำข้อมูลรั่ว ปรับสัญญา Pay Per Active User จ่ายตามจริง เตรียมเปิดใช้งาน 31 ส.ค.นี้

KEY

POINTS

  • ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า TH-AI Passport 2 วันแรก ทะลุ 1.16 ล้านราย เกินเป้าหมายแรก พร้อมรองรับระบบคิวสำรองหากเต็ม 5 ล้านสิทธิ์
     
  • ดีอี ยันข้อมูลไม่รั่วไหล มีระบบ Anonymization ปกปิดตัวตนก่อนส่งประมวลผล และล็อกสัญญาห้ามค่าย AI นำข้อมูลไป Train โมเดลต่อ
     
  • ปรับสัญญาใหม่เป็น Pay Per Active User คิดเงินเมื่อยิงคำถามในโมเดล Pro/Premium เท่านั้น ไม่ได้คิดเงินจากการลงทะเบียนเฉยๆ

21 สิงหาคม 2569 กระทรวงดีอี แถลงโต้กระแสบิดเบือนโต้ปม ข้อมูลรั่ว จากการลงทะเบียน TH-AI Passport หลังเปิดพรีรีจิสเตอร์เพียง 2 วัน ยอดสมัครพุ่งทะลุ 1.1 ล้านสิทธิ์ ยืนยันระบบปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA เคร่งครัด มีระบบซ่อนตัวตนก่อนส่งคำถามไปประมวลผล พร้อมโต้ข่าวลือการแก้ไขสัญญาเปิดเผยโปร่งใส ชี้ปรับสัญญาเป็น Pay Per Active User คิดเงินตามการใช้งานจริง โดย AIPass หรือ THAIPassport พร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบ 31 สิงหาคม 2569 นี้


ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีการแถลงข่าวความคืบหน้าการลงทะเบียน TH-AI Passport โดย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ หลังเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-registration) ประมาณ 2 วัน ข้อมูล ณ เวลา 10.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 1,166,154 ราย ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ เพราะวันแรกตั้งเป้าไว้ประมาณ 500,000 ราย ซึ่งโครงการกำหนดสิทธิ์ไว้ทั้งหมด 5,000,000 สิทธิ์


สำหรับระบบสิทธิ์สำรอง (Waiting List) นั้น หากมีผู้ลงทะเบียนเกิน 5 ล้านคน ระบบจะจัดให้อยู่ในคิวสำรอง เพื่อสวมสิทธิ์แทนผู้ที่ถูกริบคืนสิทธิ์ในภายหลัง

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 

🔵 แจงแก้สัญญาเสร็จแล้ว หลังส่ง อสส. ตรวจสอบ

 

นายพชร ชี้แจงการปรับแก้สัญญาใหม่ว่า มีการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเดิมตามข้อเสนอแนะ โดยส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา และได้รับตอบกลับมาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม จากนั้นคณะกรรมการตรวจรับและ สดช. (สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ได้ลงนามสัญญาร่วมกันในวันที่ 18 สิงหาคม และกระทรวงฯ นำสัญญาฉบับแก้ไขขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ สดช. ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม แล้ว โดยปลัดดีอี ชี้แจงว่า ไม่ได้มีการปกปิด เพียงแต่ต้องรอให้กระบวนการลงนามสมบูรณ์ก่อนเท่านั้น

 

🔵 ปลัดดีอี อธิบายยิบ ปม Pay Per Active User

 

สำหรับรูปแบบสัญญานั้น นายพชร กล่าวว่า ได้ปรับเป็น Pay Per Active User ตามที่มีการเสนอแนะ และเปลี่ยนจากสัญญางวดงานมาตรฐาน (จ้างทำของแบ่งจ่าย 5 งวด) มาเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง (Active User) เพื่อลดความเสี่ยงทั้งฝั่งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง

 

“โดยเงื่อนไขการคิดเงิน ที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าจะเอาตัวเลขผู้ลงทะเบียนมาคำนวณนั้น ยืนยันว่าหากเป็นการลงทะเบียนเฉย ๆ จะไม่มีการคิดเงิน ระบบจะเริ่มนับและคิดเงินค่าบริการต่อเมื่อมีการยิงคำถาม (Prompt) ในโมเดลระดับ Pro / Premium เท่านั้น”

 

นายพชร ยังได้อธิบายเรื่องสิทธิ์และการสะสมคะแนนว่า ผู้ที่เข้าใช้งานใน 3 เดือนแรกจะได้รับสิทธิ์เป็นโมเดล Pro ทันที พร้อมคะแนนเริ่มต้น 100 คะแนน และระบบจะมีการตัดรอบคะแนนทุก ๆ 1 เดือน ส่วนการเพิ่มคะแนนนั้น ผู้ใช้ต้องเข้าร่วมการอบรมพัฒนาทักษะ (Upskill) ภายใต้โปรแกรมของโครงการ ซึ่งนอกจากจะได้คะแนนสะสมแล้ว ยังได้รับใบประกาศนียบัตรสากล เช่น Google, Microsoft อีกด้วย

🔵 โต้ปมข้อมูลรั่วไหล ยันดีอีให้ความสำคัญคุ้มครองข้อมูล

 

นายพชร กล่าวถึงประเด็นข้อกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลว่า บทบาทกระทรวงดีอี ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย PDPA โดยตรง ยืนยันว่า เราให้ความสำคัญสูงสุดเรื่องความปลอดภัยข้อมูล โดยอธิบายว่า การยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" หรือ "ThaID" มีขึ้นเพื่อป้องกันการลงทะเบียนซ้ำซ้อนเท่านั้น ซึ่ง “ข้อมูลตัวตน” จะแยกออกจาก “ระบบการยิงคำถาม” (Prompt) อย่างเด็ดขาด

 

"เรื่องที่ไม่ควรเป็นปัญหา ก็สับสนว่าทำไมเป็นปัญหามากมาย เราคือกระทรวงดีอี รักษาการตามกฎหมาย PDPA ของประเทศนี้ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าอ่าน TOR ครบจะเข้าใจว่าเราส่งเสริมจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในประเทศไทย"

 

นายพชร เปิดเผยว่า การยิงคำถามต้องส่งไปประมวลผล (Computing) ที่เซิร์ฟเวอร์ของ AI เจ้าของโมเดลต่างประเทศตามปกติอยู่แล้ว และต้องมีระบบคัดกรองและปกปิดข้อมูลตัวตน (Anonymization) ก่อนส่งออกไป และมีข้อกำหนดใน TOR ระบุชัดเจนว่าผู้รับจ้างต้องมีข้อตกลงห้ามไม่ให้เจ้าของ AI ในต่างประเทศนำข้อมูลคำถาม-คำตอบของโครงการไปใช้ฝึกสอน (Train) โมเดลต่อโดยเด็ดขาด

 

🔵 ซัดขบวนการสร้างกระแสโจมตีด้านข้อมูล บิดเบือน TOR

 

นอกจากนั้น นายพชร ระบุว่า ชุดข้อมูลคำถาม-คำตอบ (ที่ไม่ระบุตัวตนผู้ใช้งาน) จะถูกจัดเก็บไว้ในประเทศไทย และเมื่อจบโครงการจะนำไปใช้เป็นชุดข้อมูลเพื่อพัฒนา AI สัญชาติไทยต่อไป ระบบทำงานบนคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ซึ่งมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และไม่เคยมีประวัติข้อมูลรั่วไหล

 

“การจัดเก็บข้อมูลจะไม่ทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล หรือจะติดตามข้อมูลของใครเป็นการเฉพาะ ไม่มีทาง เราไม่สนใจว่าใครยิงคำถาม เราไม่มีการไปมอนิเตอร์อะไรตามที่เข้าใจกัน”

 

และนายพชร กล่าวว่า มีความพยายามสร้างกระแสในประเด็นเรื่องข้อมูลรั่วไหล ข้อดีคือ ช่วยโปรโมตโครงการได้ ข้อเสียคือ สร้างความสับสนให้สังคม ถ้าท่านกลัวข้อมูลส่วนบุคคลขนาดนั้น ที่สมัครบัตรทั้งหลายไม่กลัวหรืออย่างไร

 

ขณะที่ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวเสริมว่า มีการสร้างกระแสบิดเบือนข้อเท็จจริงข้อความใน TOR ข้อ 2.2.2 เขียนชัดว่า เพื่อส่งเสริมให้ข้อมูลส่วนบุคคลจัดเก็บและประมวลผลในประเทศไทย เราใช้คำว่า “ส่งเสริม” เพราะเรารู้ว่า Prompt มันต้องไปต่างประเทศ แต่คนก็บิดเบือน ใช้คำว่า “ต้อง” แต่เราใช้คำว่า “ส่งเสริม” แล้วบอกว่าส่งไปไม่ได้ ผิด TOR ทำไม่ได้ เพราะคนก็ชอบ มันดี แชร์เยอะ แต่ถือว่าเป็นการบิดเบือน

 

สำหรับวันเปิดใช้งานระบบ TH-AI Passport มีกำหนดเปิดใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. โดยจะมีการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ณ โรงแรมโนโวเทล ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ


 

ข่าวล่าสุด