เนชั่นทีวี

ข่าว

"พิพัฒน์" ดันงบกู้เปลี่ยนรถเมล์อีวี ปัดบ้านใหญ่ตั้งปลัดคมนาคม

11 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"พิพัฒน์" ดันงบกู้เปลี่ยนรถเมล์อีวี ปัดบ้านใหญ่ตั้งปลัดคมนาคม

"พิพัฒน์ รัชกิจประการ" คาดเสนอแผนชงงบ พ.ร.ก.กู้เงิน เปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV ภายในเดือนนี้ พร้อมยันตั้ง "ปิยพงษ์" นั่งปลัดคมนาคม ไร้ตั๋วบ้านใหญ่

"พิพัฒน์ รัชกิจประการ" คาดเสนอแผนชงงบ พ.ร.ก.กู้เงิน เปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV ภายในเดือนนี้ พร้อมยันตั้ง "ปิยพงษ์" นั่งปลัดคมนาคม ไร้ตั๋วบ้านใหญ่

KEY

POINTS

  • ดันงบกู้เปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV: คมนาคมเตรียมชงขอใช้งบ พ.ร.ก.กู้เงิน ภายในเดือนนี้ นำร่องเปลี่ยนรถเมล์ ขสมก. เป็น EV 2,320 คัน ช่วงกลางปี 2570 ก่อนขยายสู่รถโดยสารข้ามจังหวัด
     
  • เสนอ "ปิยพงษ์" นั่งปลัดคมนาคม: ยืนยันการเสนอชื่อ อธิบดีกรมทางหลวง ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคนใหม่ พิจารณาจากความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์บริหารงานครบทุกมิติ
     
  • สยบกระแสโควตาการเมือง: ย้ำชัดการแต่งตั้งไร้ตั๋ว "บ้านใหญ่" เติบโตในสายงานด้วยผลงาน พร้อมเตรียมเปิดสอบคัดเลือกผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่แทน

11 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงทิศทางขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการเดินทางของประเทศ เตรียมเสนอแผนจัดสรรงบ พ.ร.ก.กู้เงิน เปลี่ยน รถเมล์อีวี ขสมก. และรถโดยสารสาธารณะข้ามจังหวัดทั้งระบบ เริ่มเฟสแรก 2,320 คัน ช่วงกลางปี 2570 พร้อมแจงการดัน ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงคมนาคม คนใหม่ ยืนยันคัดเลือกจากฝีมือและความเชี่ยวชาญ ไร้โควตาการเมือง


ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะ จากรถเครื่องยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก. เงินกู้ 2 แสนล้านบาท ว่า เรื่องนี้ได้หารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งแต่เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซียใหม่ ๆ ซึ่งในด้านระบบขนส่งโดยสารสาธารณะ หลังจากช่วงกลางปี 2570 เราจะได้รับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประมาณ 2,320 คัน ตามที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้


หลังจากนั้นรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะถูกเปลี่ยนเป็นระบบ EV ทั้งหมด โดยในระยะต่อไปจะมีการเปลี่ยนรถขนส่งโดยสารสาธารณะข้ามจังหวัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ดังนั้น หากเป็นไปได้ก็จะขอจัดสรรงบประมาณจาก พ.ร.ก. เงินกู้ มาดำเนินโครงการได้หรือไม่ ซึ่งจากการหารือกับอธิบดีกรมการขนส่งทางบก หากรายละเอียดเข้าเกณฑ์ในการใช้งบประมาณดังกล่าว ก็จะมีการเสนอขอ ส่วนเรื่องตัวเลขงบประมาณขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงในรายละเอียด แต่เชื่อว่าจะเสนอให้ได้โดยเร็วที่สุด คาดว่าน่าจะภายในเดือนนี้

 

นายพิพัฒน์ ยังย้ำว่าสิ่งใดที่เป็นงานบริการสาธารณะ ก็จะมีการเปลี่ยนเป็นระบบ EV โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร



นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

 

“พิพัฒน์” ยืนยันแต่งตั้ง “ปิยพงษ์” ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ไม่เกี่ยวโควตา “บ้านใหญ่” 

 

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงการเสนอชื่อ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ว่า โครงการต่าง ๆ ของกระทรวงยังคงเดินหน้าต่อไป เนื่องจากนายปิยพงษ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงอยู่แล้ว จึงสามารถเข้ามารับช่วงงานต่อได้

 

ส่วนเหตุผลในการเสนอนายปิยพงษ์ ซึ่งมีอายุราชการเหลืออีก 10 ปี เพราะพิจารณาตามความเหมาะสม โดยเป็นการเสนอชื่อจาก นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคมคนปัจจุบัน ขณะที่ตนมีหน้าที่นำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

 

นายพิพัฒน์ ยังยืนยันว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับโควตาของกลุ่มการเมืองท้องถิ่น หรือ “บ้านใหญ่” เพราะนายปิยพงษ์ เติบโตในสายงานด้วยความสามารถของตนเอง และขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง ในช่วงที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อเข้ามารับตำแหน่งต่อ นายปิยพงษ์ ก็ทำงานได้ดี

 

-เมื่อถามว่า ตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงที่ว่างลง มีการเตรียมเสนอชื่อแล้วหรือยัง
 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จะต้องพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยจะต้องมีการประกาศและเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาทดสอบเพื่อคัดเลือกต่อไป

 

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงความเหมาะสมของ นายปิยพงษ์ ในการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ว่า เป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญ โดยกรมทางหลวงถือเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณด้านการก่อสร้างสูงที่สุดของกระทรวง ดังนั้นการนำบุคลากรที่มีประสบการณ์จากกรมทางหลวงมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง จึงสามารถมองภาพรวมของกระทรวงได้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเรื่องถนนหนทาง เนื่องจากกระทรวงคมนาคมมีภารกิจครอบคลุมทั้งระบบทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ ซึ่งต้องบริหารจัดการเป็นองค์รวม

 

การพิจารณาไม่ได้เจาะจงว่าบุคคลใดจะต้องขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง แต่เป็นการคัดเลือกจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยมีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าสู่กระบวนการพิจารณา 3 คน จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 14-18 คน

 

-เมื่อถามว่า จะต้องเร่งรัดโครงการใดเป็นพิเศษหรือไม่

 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมีการเร่งดำเนินการทุกงานอยู่แล้ว แต่การพัฒนาโครงการต่าง ๆ จำเป็นต้องมีงบประมาณรองรับ หากเป็นโครงการที่มีงบประมาณผูกพัน ก็จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และในแต่ละปีก็มีการพัฒนางานอยู่แล้ว

 

ข่าวล่าสุด