ส่วนที่สาเหตุที่รัฐมนตรีดูโมโหกับสถานการณ์นี้นั้น นายสุรศักดิ์ ยอมรับว่า ตนได้ประสบพบเจอกับตนเอง หลังจากกลับมาจากเอเชียนเกมส์ ตนเองก็ไม่ได้รับกระเป๋า ขอมารับภายหลัง และทุกหน่วยงานได้สะท้อนปัญหามาถึงตนตรงกันทั้งหมดว่า ไม่ได้รับความร่วมมือทั้งที่หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมให้การช่วยเหลือ ซึ่งตนก็ไม่สบายใจกับการทำงานเช่นนี้ของสายการบินไทย เพราะเป็นชื่อเสียงของประเทศ เสียภาพลักษณ์ และทราบว่า ผู้บริหารใกล้จะครบวาระแล้ว ถ้าไม่อยากทำงานก็พิจารณาตนเองเร็ว ๆ คนอื่นที่พร้อมทำงานจะได้มาทำหน้าที่ แล้วตอนนี้สายการบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ สายการบินไทย
นายสุรศักดิ์ ยังเห็นว่า ขณะนี้สายการบินไทยเป็นสายการบินเอกชนแล้ว แม้ว่ากระทรวงการคลังจะถือหุ้นใหญ่ก็ตาม แต่น่าจะนำกลับมาเป็นของรัฐใหม่ พร้อมเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควรจะเรียกประชุมบอร์ดการบินไทย เพื่อพูดคุยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสาเหตุนี้ เพราะการบินไทยกำลังจะกลับมาได้ดี แต่เหตุการณ์นี้ทำให้กลับมาต้องเสียชื่ออีกครั้ง
นายสุรศักดิ์ ยังยืนยันด้วยว่า ไม่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง เนื่องจากสนามบินยังคงเปิดตามปกติและสายการบินก็ทำการบินตามปกติ ไม่มีการดีเลย์จากสภาพอากาศแล้ว มีเพียงการดีเลย์จากเทคนิคของสายการบินไทย ที่ไม่พร้อมที่จะบิน แต่ตนกังวลเพียงเรื่องกระเป๋าของนักท่องเที่ยว