"โรม" ท้า ผบ.ตร.คนใหม่รื้อระบบตั๋ว จี้แจงเกณฑ์ตั้งสำราญ
23 ก.ค. 2569 | titayu_pur

"รังสิมันต์ โรม" จับตา ผบ.ตร. คนใหม่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา หลัง ก.ตร. เลือกนั่งเก้าอี้ยาว 7 ปี ท้าพิสูจน์ปฏิรูปตำรวจ รื้อระบบตั๋ว ชี้ต้องไม่กลัวผู้มีอำนาจ
ข่าว
23 ก.ค. 2569 | titayu_pur

"รังสิมันต์ โรม" จับตา ผบ.ตร. คนใหม่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา หลัง ก.ตร. เลือกนั่งเก้าอี้ยาว 7 ปี ท้าพิสูจน์ปฏิรูปตำรวจ รื้อระบบตั๋ว ชี้ต้องไม่กลัวผู้มีอำนาจ
KEY
POINTS
23 กรกฎาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดแถลงข่าว ณ อาคารรัฐสภา จับตาปมร้อนหลัง ก.ตร. ไฟเชียวตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.คนใหม่ โดยชี้ว่าวาระการดำรงตำแหน่งที่ยาวนานถึง 7 ปีนี้ จะต้องเป็นบทพิสูจน์สำคัญ ในการเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างตำรวจยุคใหม่ ให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมออกโรงท้าทายให้ผู้นำตำรวจคนใหม่ เร่งล้าง ระบบตั๋ว และกวาดล้างขบวนการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด โดยไม่เกรงกลัวต่อผู้มีอำนาจ
ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติเป็นเอกฉันท์เลือก พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 ซึ่งจะมีอายุราชการเหลือยาวนาน ทำให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง และอาจดำรงตำแหน่งได้นานถึง 7 ปี ว่า ประเด็นที่ตนสนใจมากที่สุด ไม่ใช่ตัวบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ แต่เป็นเหตุผลและหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตามกฎหมาย การพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะต้องคำนึงถึงทั้งความรู้ ความสามารถ และความอาวุโส ดังนั้น ไม่ว่าจะมีการเสนอชื่อบุคคลใดขึ้นมาดำรงตำแหน่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือความโปร่งใสของกระบวนการพิจารณา โดยตนไม่ได้กล่าวหาว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อกระทำความผิด หรือไม่มีความเหมาะสม แต่เห็นว่านายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีหน้าที่ต้องอธิบายต่อสังคมให้ชัดเจนว่า ใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินใจ มีข้อเท็จจริงหรือเหตุผลใดรองรับ จึงตัดสินใจเลือก พล.ต.อ.สำราญ ให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า อีกประเด็นที่สังคมควรให้ความสำคัญ คือ เมื่อ พล.ต.อ.สำราญ จะมีโอกาสดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 7 ปี ประชาชนควรคาดหวังอะไรจากการทำหน้าที่ ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ และตลอดระยะเวลาดังกล่าว จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้กับองค์กรตำรวจได้มากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ ในชั้นกรรมาธิการขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคงต้องมีการติดตามและประเมินว่า ตลอด 7 ปีหลังจากนี้ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สำราญ องค์กรตำรวจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ หรือท้ายที่สุดทุกอย่างจะยังคงวนกลับไปสู่วัฏจักรเดิม ทั้งปัญหาระบบตั๋ว การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงปัญหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน
“ดังนั้นผมเองก็คาดหวังว่า ผบ.ตร. ท่านนี้จะใช้โอกาสที่ตัวท่าน มีในการทำให้องค์กรตำรวจ เป็นองค์กรที่มีศักยภาพ ในการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ ได้จริง โดยไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกรงกลัวต่อผู้มีอำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น” นายรังสิมันต์กล่าว